Rational Expectation Model (1)

Rational Expectation Model (1)
มองมุมใหม่ : ภาวิน ศิริประภานุกูล กรุงเทพธุรกิจ วันที่ 30 เมษายน 2546
ถ้าจะลองไล่มองไปในประเด็นข้อโต้แย้งต่างๆ ที่บรรดานักเศรษฐศาสตร์กระแสทางเลือก มีต่อแบบจำลองในเศรษฐศาสตร์กระแสหลักแล้ว หนึ่งในข้อโต้แย้งสำคัญก็คงจะหนีไม่พ้นเรื่องความไม่เหมาะสม ของการตั้งสมมติฐาน “การคาดการณ์อย่างมีเหตุผล (Rational Expectation)” ในแบบจำลองเหล่านี้ โดยข้อโต้แย้งในบางส่วนถึงกับมีการโจมตีถึงความงี่เง่าไร้สาระของการนำเอาข้อสมมติอันนี้ใส่เข้าไปในแบบจำลอง
ในบรรดากลุ่มผู้ริเริ่ม และสนับสนุนการใส่ข้อสมมติดังกล่าว ลงในแบบจำลองทางเศรษฐศาสตร์นั้น หนึ่งในนั้นได้รับรางวัลโนเบล จากงานศึกษาในเรื่องดังกล่าว ส่วนคนอื่นๆ ก็ได้รับการยกย่องจากนักเศรษฐศาสตร์ทั่วโลกว่า เป็นปราชญ์ชั้นนำในแวดวงวิชาการของสาขา
ดังนั้นโดยส่วนตัวของผมแล้ว จึงมีความประหลาดใจมากว่า ทำไมจึงมีข้อความโจมตีที่รุนแรงต่อข้อสมมติในเรื่องดังกล่าวนี้
หลักการเบื้องต้นของข้อสมมติการคาดการณ์อย่างมีเหตุผลนั้นเชื่อว่า มนุษย์มีการคาดการณ์ไปถึงอนาคต เมื่อรับรู้ถึงสิ่งที่เปลี่ยนแปลงในระบบเศรษฐกิจ โดยการคาดการณ์ดังกล่าวจะต้องมีความเป็นเหตุเป็นผล มีการใช้ประโยชน์จากข้อมูลที่มีอยู่ทั้งหมดอย่างครบถ้วน และมนุษย์ผู้นั้นก็จะปรับพฤติกรรมของตนเอง ให้สอดคล้อง กับการคาดการณ์ดังกล่าวอย่างมีเหตุมีผลตามไปด้วย
ทำไมต้องมี “การคาดการณ์” ? ก็เพราะมันเป็นลักษณะธรรมชาติของมนุษย์ ซึ่งเราสามารถสังเกตได้จากหลากหลายกรณี ทำไมต้อง “มีเหตุผล” ? ก็เพราะถ้าหากไม่มีเหตุผล เราก็จะไม่สามารถศึกษาถึงการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมมนุษย์ ซึ่งเป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลง ของสิ่งต่างๆที่อยู่แวดล้อมได้เลย
ตัวอย่างเช่น ในกรณีของคนปกติที่มีเหตุมีผล ถ้ารถบรรทุกวิ่งตรงมาที่เขา เราจะสามารถสรุปได้ว่า เขาก็จะต้องหลบรถคันนั้นอย่างแน่นอน แต่ในกรณีของคนบ้าที่ไม่มีเหตุมีผล เราจะไม่สามารถรู้ได้เลยว่า ถ้ารถบรรทุกวิ่งตรงมาที่เขา เขาจะหลบรถคันนั้นหรือไม่
ข้อสมมติของการคาดการณ์อย่างมีเหตุผลนี้ถือได้ว่า เป็นพัฒนาการที่สำคัญต่อความเชื่อ ในเรื่องการคาดการณ์ของมนุษย์ โดยวิวัฒนาการมาจากแบบจำลองทางเศรษฐศาสตร์รุ่นก่อนหน้า ที่กล่าวว่า มนุษย์จะเรียนรู้ โดยดูจากข้อมูลอดีตบางตัวเป็นสำคัญ
ยกตัวอย่างถึง ป้าแดงที่ขายข้าวแกงหน้าปากซอย กับนายดำที่มีอาชีพนักกีฬาสมัครเล่น โดยนายดำทำงานสองอาชีพในช่วงเวลาเดียวกัน นั่นคือเป็นทั้งนักกีฬาและสมุห์บัญชีของบริษัท นายดำจะเดินผ่านร้านป้าแดงทุกเช้า และจะกลับมากินข้าวเย็นที่ร้านป้าแดงทุกวัน โดยวันไหนที่มีการแข่งกีฬา นายดำจะกลับมากินข้าว 3 จาน ส่วนวันไหนที่ทำงานเป็นสมุห์บัญชีจะกลับมากินแค่จานเดียว
ป้าแดงสามารถขายข้าวแกงได้หมดทุกวัน แต่ต้องการจะเก็บข้าวเย็นให้กับนายดำ ซึ่งเป็นลูกค้าประจำเก่าแก่ อย่างไรก็ตามถ้าหากเก็บมากเกินกว่าที่นายดำสั่งกำไรก็จะลดลง แต่ถ้าเก็บเอาไว้น้อยกว่าที่นายดำต้องการนายดำก็จะไม่พอใจซึ่งทำให้ป้าแดงไม่สบายใจ
ความเชื่อก่อนพัฒนาการการคาดการณ์อย่างมีเหตุผลจะบอกว่า ป้าแดงจะดูข้อมูลการกินข้าวในอดีตของนายดำเป็นหลัก ถ้าหากนายดำสั่งข้าวหนึ่งจานสามวันติดต่อกันป้าแดงจะคาดการณ์ว่า ในวันที่สี่นายดำจะต้องสั่งข้าวจานเดียวเช่นเดิมต่อไป
แต่ถ้าบังเอิญคาดการณ์ผิด นั่นคือ ในวันที่สี่นายดำสั่งข้าวสามจาน ป้าแดงก็จะปรับการคาดการณ์ของตนใหม่โดยอาจจะปรับขึ้นมาเป็นสองจานก่อน และถ้านายดำยังคงสั่งข้าวสามจานอยู่อย่างต่อเนื่อง ป้าแดงก็จะปรับการคาดการณ์ของตนเองไปเป็นสามจานต่อไป
การคาดการณ์ของป้าแดงในรูปแบบนี้บอกว่า ป้าแดงจะไม่ยอมดูถึงข้อมูลอื่นๆ ที่อาจจะได้รับมา เมื่อเป็นเช่นนั้นการคาดการณ์ของป้าแดงก็อาจจะมีความผิดพลาดอย่างต่อเนื่อง แต่จนแล้วจนรอดป้าแดงก็ยังไม่ยอมปรับรูปแบบการคาดการณ์ของตน
บรรดากลุ่มผู้ริเริ่มข้อสมมติการคาดการณ์อย่างมีเหตุผลนั้นเห็นว่า การคาดการณ์ในรูปแบบดังกล่าวของป้าแดงไม่มีเหตุผล ป้าแดงโง่เกินไป การคาดการณ์ที่ผิดพลาดของป้าแดงทำให้ป้าแดงได้รับความเสียหาย ไม่ว่าจะในรูปแบบกำไรที่ลดลง หรือความไม่สบายใจจากความไม่พอใจของนายดำก็ตาม แต่ป้าแดงก็ยังคงไม่มีความพยายามในการปรับปรุงการคาดการณ์ของตน ยังคงเรียนรู้จากข้อมูลอดีตอย่างต่อเนื่อง
ข้อสมมติของการคาดการณ์อย่างมีเหตุผลปฏิเสธรูปแบบการคาดการณ์ข้างต้นของป้าแดง โดยนำเอาหลักการคาดการณ์อย่างมีเหตุผลใส่แทนที่เข้าไป โดยในหลักการนี้ป้าแดงจะแสวงหาข้อมูลที่อยู่รอบตัวทุกอย่างเอามาประมวล เพื่อสร้างการคาดการณ์การสั่งข้าวแกงของนายดำในช่วงเย็น
ถ้าป้าแดงเห็นว่า นายดำใส่รองเท้ากีฬาเดินผ่านร้านในตอนเช้าแสดงว่า นายดำจะสั่งข้าวสามจานในตอนเย็นป้าแดงก็จะเก็บข้าวเอาไว้สามจานพอดี ถ้าป้าแดงเห็นว่านายดำใส่รองเท้าหนังไปทำงานป้าแดงก็จะเก็บเอาไว้แค่หนึ่งจานเท่านั้น
นอกจากนั้นในข้อสมมติของการคาดการณ์อย่างมีเหตุผล ยังรวมเอากรณีการคาดการณ์ที่ซับซ้อนกว่านั้นเข้าไปด้วย ยกตัวอย่างเช่น ในกรณีที่นายดำใส่รองเท้ากีฬาแต่ฝนตก การแข่งขันก็จะถูกยกเลิก ในตอนเย็นวันนั้นนายดำจะกลับมาสั่งข้าวป้าแดงแค่จานเดียว ถึงแม้จะใส่รองเท้ากีฬาออกจากบ้าน ในกรณีนี้ป้าแดงก็สามารถคาดการณ์ได้เช่นเดียวกันว่านายดำจะสั่งข้าวแกงแค่จานเดียว
การคาดการณ์ในรูปแบบหลังนี้ทำให้ป้าแดงสามารถคาดการณ์การสั่งข้าวแกงของนายดำในตอนเย็น ถูกต้องแม่นยำอย่างแทบจะสมบูรณ์ ป้าแดงจะคาดการณ์ผิดพลาดก็ต่อเมื่อเกิดเหตุการณ์ผิดปกติขึ้นเท่านั้น เช่น เกิดอุบัติเหตุกับนายแดงก่อนการแข่งขันไม่นาน หรือการแข่งขันอาจจะเป็นนัดที่สำคัญ ที่ถึงแม้ฝนจะตกก็ยังต้องมีการแข่งขันต่อไป เป็นต้น สิ่งเหล่านี้คือ Shock ในแบบจำลอง
แต่ถ้าไม่มี Shock การคาดการณ์ก็จะไม่ผิด ปริมาณข้าวแกงที่ป้าแดงคาดการณ์เอาไว้ในช่วงเช้าจะถูกสั่งจริงด้วยนายดำในช่วงเย็นของวันนั้นเสมอ
แบบจำลองการคาดการณ์อย่างมีเหตุผลในระยะแรกนั้น เป็นไปตามลักษณะการคาดการณ์ในรูปแบบหลังของป้าแดง โดยมันจะถูกผนวกโดยนัยเข้าไปกับแนวความคิดของการรับรู้ข่าวสารที่สมบูรณ์ ซึ่งการรับรู้แบบนี้มิใช่เป็นเพียงการรับรู้การเปลี่ยนแปลงของสิ่งต่างๆที่อยู่รอบข้างตนเพียงเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงการรับรู้ในความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยต้นเหตุและปัจจัยผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงต่างๆด้วย
พูดง่ายๆ ก็คือคนจำพวกนี้เป็นคนที่มีความรู้ในความสัมพันธ์ที่แท้จริงในธรรมชาติทั้งหมด ป้าแดงรู้ว่าถ้านายดำแข่งกีฬานายดำจะสั่งข้าวสามจานถ้าไม่แข่งจะสั่งหนึ่งจานแน่นอน ถ้าฝนตกนายดำจะไม่ต้องแข่งกีฬาถึงแม้ว่าจะมีโปรแกรมแข่งแต่ถ้าฝนไม่ตกนายดำจะต้องลงแข่งเสมอ นายดำจะใส่รองเท้ากีฬาเฉพาะวันที่ตนแข่งกีฬาเท่านั้นและจะใส่รองเท้าหนังถ้าต้องไปทำงานสมุห์บัญชี ฯลฯ
และด้วยลักษณะการรับรู้ที่สมบูรณ์แบบนี้เองซึ่งเป็นต้นเหตุของข้อโต้แย้งของนักเศรษฐศาสตร์กระแสต่างๆ ที่มีต่อข้อสมมติการคาดการณ์อย่างมีเหตุผล เนื่องจากมันเป็นลักษณะการคาดการณ์ที่เกินจริงกว่าที่มนุษย์ธรรมดาคนหนึ่งจะสามารถกระทำได้
________________________________________

You may also like...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *