Pirate of the blue ocean นำโจรสลัดค้นหาน่านน้ำสีคราม (1)

“Pirate of the blue ocean” นำโจรสลัดค้นหาน่านน้ำสีคราม (1)
“การสร้างกลยุทธ์น่านน้ำสีครามนั้น มีประเด็นที่สำคัญมากเรื่องหนึ่งคือเรื่องคน โดยเฉพาะการนำองค์กรและคนในองค์กรให้ออกเดินทางด้วยความเต็มใจ เพื่อนำแนวคิดนี้ไปสู่การปฏิบัติจริง”

W.Chan Kim และ Renee Mauborgne ใน Blue ocean strategy

ท่ามกลางคลื่นลมที่ผันผวนเช่นทุกวันนี้ หลายองค์กรวางแผนธุรกิจปีหน้าด้วยอาการ “หายใจไม่ทั่วท้อง” เพราะปัจจัยเอื้อต่อธุรกิจนับวันจะหายาก ส่วนสถานการณ์การแข่งขันยิ่งเลวร้าย เพราะคู่แข่งเล่นงัดกลยุทธ์หั่นราคาจนสร้างทัศนคติใหม่ว่า “ของดีราคาแสนถูกก็มี” ให้กับลูกค้าไปเสียแล้ว

กลยุทธ์การสร้างความแตกต่าง มุ่งเน้นที่ลูกค้า สร้างแบรนด์ หรือการปฏิบัติการที่เป็นเลิศ ที่ทำกันมาหลายปีก็ยังไม่ตอบโจทย์เสียที ปีหน้าเห็นทีจะต้องสละเรือยอทช์ ขึ้นเรือแบล็คเพิร์ลพร้อมเข็มทิศสักอัน แปลงกายเป็นกัปตันไปค้นหาน่านน้ำสีครามที่ใครๆ ต่างฝันถึงกันดีกว่า

แต่ก่อนจะขึงผืนผ้าใบกลยุทธ์ (Strategic Canvas) ไปสร้างความต้องการใหม่จากผู้ที่ไม่ใช่ลูกค้าเดิม ด้วยความแตกต่างต้นทุนต่ำนั้น มองย้อนกลับมามองลูกเรือสักนิดดีไหม ว่าเขาเป็น “โจรสลัด” ที่พร้อมจะร่วมฝ่าคลื่นลมเผชิญหน้ากับสิ่งที่ไม่รู้กับเรากระทั่งถึงฝั่งหรือไม่ ลองฟังพยากรณ์อุปสรรคเรื่องคนที่กัปตันจะต้องประสบแน่ๆ กันดีไหม

1.กัปตันต้องการโจรสลัดแต่บนเรือมีแต่คนหาปลา

การที่ธุรกิจยึดติดกับกลยุทธ์ใดกลยุทธ์หนึ่งแบบฝังรากลึก จะทำให้ดึงดูดและเพาะบ่มตัวตนของคนกระทั่งมีแบบฉบับเฉพาะ ในขณะที่กลยุทธ์น่านน้ำสีครามนั้น กัปตันต้องการโจรสลัดจริงๆ ที่กล้าคิด ไม่มีกรอบ กระหายความเสี่ยง ไม่หวั่นไหวกับความผิดหวัง พลิกแพลงสูง ความสามารถรอบตัว ลงมือทำเลยและถึงไหนถึงกัน หากในเรือแบล็คเพิร์ลของท่านมีโจรสลัดน้อยกว่า 20% ขอเรียนว่า ช้าก่อนอย่าเพิ่งใจร้อนออกเรือ เพราะความหวังริบหรี่เต็มทน

2.โจรสลัดคลางแคลงใจว่าน่านน้ำสีครามมีจริงหรือ

ก่อนจะล่องเรือที่จะเสมือนการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในองค์กร เป็นธรรมชาติที่คนจะสงสัยลึกๆไม่ได้ว่าน่านน้ำสีครามที่ว่าเป็นแค่กลยุทธ์บนกระดาษที่ยากจะเกิดขึ้นจริงหรือไม่ หรือจะเป็นแค่แนวคิดที่ผู้โชคดีเท่านั้นที่จะทำสำเร็จ ยิ่งเป็นองค์กรที่ผลประกอบไม่ถึงกับย่ำแย่ด้วยแล้ว คนจะยังยึดติดกับความสบาย (ไม่เท่าไหร่) ในปัจจุบัน จนกระทั่งหมดจิตวิญญาณที่จะดิ้นรนไปสู่สิ่งใหม่ที่ดีกว่า ความคลางแคลงใจในทิศทางที่มุ่งไป ดิฉันถือว่าเลวร้ายพอๆ กันกับความสุขสบายกระทั่งไม่อยากขยับจากเรือยอทช์ไปไหนทั้งสิ้น

3.ไปแล้วจะได้อะไร คำถามสำคัญในใจหมู่โจร

เชื่อว่าผู้นำคงชัดเจนแล้วว่าถ้าทำแล้วองค์กรจะได้อะไร แต่ในฐานะโจรสลัดตัวจริงที่แม้จะมีจิตวิญญาณรักการผจญภัยก็ยังอดสงสัยไม่ได้ว่า หากเปิดน่านน้ำสีครามได้จริง พวกเขาได้รับสิ่งใดเป็นการตอบแทน บางคนสงสัยในใจ แต่มีโจรสลัดไม่น้อยที่กล้าตาย ถามอย่างตรงไปตรงมาว่าทำแล้วเขาจะได้อะไร คำตอบที่ว่าบริษัทอยู่ได้พนักงานอยู่ได้ ไม่สะใจพอสำหรับโจรสลัดหรอกค่ะ

4.แกนนำแอบปล่อยเกียร์ว่าง

เรือหลายลำอับปางถึงแม้กัปตันจะมุ่งมั่นและลูกเรือแข็งขันไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย นั่นเป็นเพราะมองข้ามข้อต่อสำคัญอย่างหัวหน้างานที่ไม่ทำหน้าที่อย่างเต็มที่ในการสื่อความและบริหารจัดการ กระทั่งน่านน้ำสีครามที่ว่าเริ่มคล้ายนิยายปรัมปราเข้าทุกที ที่มาในเรื่องนี้มีทั้งแกนนำแอบดื้อเงียบทำตามอย่างไม่เต็มใจ ไม่มีความรู้ความเข้าใจเพียงพอ หรือไม่เห็นประโยชน์ที่ตนจะได้รับ

5.กัปตันสละเรือกลางคัน

การปรับใช้กลยุทธ์น่านน้ำสีครามอย่างเต็มรูปแบบ ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างที่เรียกว่า 360 องศา จะต้องเผชิญกับปัญหาอุปสรรคที่อาจไม่เคยประสบนานัปการ หากกัปตันไม่แข็งแกร่ง มุ่งมั่นอย่างแรงกล้า รับรองได้ว่ามีการหันหัวเรือกลับน่านน้ำเดิม พร้อมกับรำพึงในใจว่าได้ (กำไร) เท่าเดิมก็ยังดี

คราวหน้าดิฉันจะฉกฉวยลายแทงทางรอดมาฝาก กัปตันเรือแบล็คเพิร์ลทั้งหลาย พลาดไม่ได้ด้วยประการทั้งปวงค่ะ

ที่มา : เสาวคนธ์ วิทวัสโอฬาร

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *