‘Mobile Music’ อนาคตอุตสาหกรรมดนตรีหรือ ?

“Mobile Music” อนาคตอุตสาหกรรมดนตรีหรือ ?

การพัฒนาทางเทคโนโลยีที่ผสานเอาเครื่องคอมพิวเตอร์ อินเตอร์เน็ต โทรศัพท์เคลื่อนที่ เคเบิ้ลทีวี โทรทัศน์ วิทยุ วอล์คแมน กล้องถ่ายรูป กล้องวิดีโอ ฯลฯ เข้าด้วยกัน คือการ convergence โลกของ consumer electronic เข้ากับโลกของ information technology เป็นการปฏิวัติทางดิจิตอลที่ส่งผลให้ธุรกิจต่างๆที่เกี่ยวข้องเปลี่ยนแปลงไปอย่างมากมาย ธุรกิจฟิลม์ถ่ายรูปแทบถึงกาลอวสาน ธุรกิจกล้องถ่ายรูปหันมาผลิตกล้องดิจิตอลแทนกล้องใช้ฟิลม์ ฯลฯ

เช่นเดียวกับธุรกิจซีดีที่มูลค่าทางการตลาดลดลงมากกว่าครึ่งหนึ่งในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ธุรกิจร้านขายซีดีระดับโลกอย่าง Tower Records ล้มละลายและปิดสาขาลงไปจนเกือบหมด HMV ต้องขายธุรกิจของตัวเองออกไปเช่นเดียวกัน มาจนถึง CD Warehouse ร้านขายซีดีรายใหญ่ของไทยที่ปิดตัวลงเมื่อต้นปีนี้เอง ภายในระยะเวลาเดียวกันเว็บไซต์ขายเพลงกับบริการริงโทน ริงแบ๊คโทน ก็เกิดขึ้นมาแทนที่และมียอดดาวน์โหลดเติบโตขึ้นมากกว่า 60% แต่ก็ยังชดเชยรายได้ที่หายไปจากธุรกิจซีดีได้ไม่ค่อยจะทัน

76% ของผู้บริโภคบอกว่าเมื่อได้ยินเพลงที่ชอบ แล้วอยากจะเป็นเจ้าของเพลงนั้นทันที

91% บอกว่าพวกเขาอยากฟังเพลงจากเครื่องใดๆก็ได้ที่ต้องการ (โดยปราศจากการคำนึงถึง DRM ที่ผู้ผลิตและเจ้าของลิขสิทธิ์เลือกใช้ หรือไม่ต้องการ DRM นั่นเอง)

81% รู้สึกว่าการดาวน์โหลดเพลงบนโทรศัพท์เคลื่อนที่สะดวกรวดเร็วและง่าย

80% บอกว่าข้อดีหลักของการซื้อเพลงบนโทรศัพท์เคลื่อนที่คือช่วยให้ไม่ต้องรอที่จะได้ฟังเพลงที่เราต้องการนั่นเป็นผลสำรวจลูกค้าของผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่รายหนึ่งในอังกฤษทำไว้เมื่อปลายปี 2006 ซึ่งช่วยให้เราเห็นถึงการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมที่เกิดขึ้นในยุคดิจิตอลซึ่ง ”การรอคอย” เป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้สำหรับคนรุ่นใหม่นอกจากนั้นแล้วยังมีผลสำรวจด้านอื่นๆ อีกอาทิเช่น

55% รู้สึกว่ามิวสิควิดีโอมีความยาวเหมาะสมที่สุดสำหรับการดูในโทรศัพท์เคลื่อนที่

68% บอกว่าจะเลือกดาวน์โหลดมิวสิควิดีโอมากกว่าเพลงถ้าราคาเท่ากัน (ซึ่งสอดคล้องกับสภาพตลาดดาวน์โหลดของไทยในปัจจุบันด้วย)

85% บอกว่าการดาวน์โหลดจะช่วยรักษ์โลกด้วยการลดการใข้พลาสติก กระดาษ และวัสดุต่างๆตลอดจนพลังงานที่ใช้ในการผลิตซีดีด้วย

ในปัจจุบันมีผู้ใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ทั่วโลกประมาณ 3.1 พันล้านคน (46.8% ของประชากรโลก) และคาดการณ์ว่าจนถึงปี 2012 จะเพิ่มขึ้นเป็น 4.5 พันล้านคน (64.7% ของประชากรโลก) ขณะเดียวกันผู้ใช้บนเครือข่ายระบบ 3G จะขยายตัวจาก 6.7% ในปี 2007 ขึ้นเป็น 24.7% ในปี 2012 นั่นคือแนวโน้มตลาดผู้บริโภคเพลงในโทรศัพท์เคลื่อนที่ภายใน 5 ปีนี้

และหากหันมามองที่ตลาดเครื่องโทรศัพท์เคลื่อนที่ซึ่งแนวโน้มของตลาดกำลังเปลี่ยนแปลงกลายเป็นธุรกิจ FMCG (Fast Moving Consumer Goods) เพราะ

1. ค่านิยมของผู้บริโภคที่มีต่อเครื่องโทรศัพท์เคลื่อนที่เปลี่ยนจากสินค้าฟุ่มเฟือยไปเป็นสินค้าจำเป็นในชีวิตประจำวันไปแล้ว

2. เครื่องโทรศัพท์ที่ถูกออกแบบเพื่อลักษณะการใช้งานของลูกค้ากลุ่มต่างๆทำให้ตลาดแตกออกเป็นหลาย segment ตามไปด้วย

3. ราคาเครื่องที่ลดลงอย่างต่อเนื่องในขณะที่คุณสมบัติและความสามารถของเครื่องกลับดีขึ้นเพิ่มขึ้นสวนทางกัน

4. อัตราการเปลี่ยนเครื่องที่สูง (บ่อย) ขึ้นจาก 1-2 ปีเหลือเพียง 3-6 เดือนเท่านั้นในปัจจุบัน

มูลค่าของตลาด mobile music ทั่วโลกในปี 2007 สูงถึง 13.7 พันล้านเหรียญสหรัฐ (4.38 แสนล้านบาท) และมีการประมาณการว่าจะสูงขึ้นเป็น 24.5 พันล้านเหรียญสหรัฐ (7.84 แสนล้านบาท) ในปี 2012 เลยทีเดียว ถ้าเป็นอย่างนี้แล้ว อนาคตของอุตสาหกรรมดนตรีจะอยู่ที่โทรศัพท์เคลื่อนที่หรือไม่? คงไม่ต้องฟันธงลงไปก็น่าจะมองเห็นกันได้แล้วนะครับ

ที่มา : http://www.businessthai.co.th/

You may also like...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *