ลงทุน : Margin of safety… อีกประโยชน์ที่คาดไม่ถึง

ลงทุน : Margin of safety… อีกประโยชน์ที่คาดไม่ถึง
Value Way มนตรี นิพิฐวิทยา

เราได้ตอนรับปีใหม่ไปด้วยเหตุการณ์ลุ้นระทึกใจหายใจคว่ำกันมาเมื่อไม่กี่วันมานี้ ถ้าผมจะไม่เอามากล่าวถึงเลยก็คงจะไม่ใช่คนร่วมสมัย ดังนั้นก็จะขอกล่าวถึงเสียหน่อยว่าผมและสมาชิกอีกหลายท่านรอดวันนั้นมาได้อย่างไง

ถ้าไม่มีมาตรการทิ้งระเบิดตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยของธนาคารแห่งประเทศไทยในวันที่ 19 ธันวาคม 49 นักลงทุนแบบเน้นมูลค่าหลายท่านคงยังไม่เข้าใจถึงความสำคัญของส่วนต่างความปลอดภัยหรือ Margin of safety ในอีกแง่มุมหนึ่ง

ผลกระทบต่อมาตรการอันหละหลวมของผู้ควบคุมนโยบายทำให้ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ล่วงลงไปร้อยกว่าจุดในวันเดียวแบบไม่เคยมีมาก่อนในประวัติศาสตร์ ผลกระทบนี้มิได้กระทบแต่เฉพาะนักเก็งกำไร นักเล่นหุ้น แต่นักลงทุนระยะยาวที่เน้นปัจจัยพื้นฐานก็พลอยฟ้าพลอยฝนไปด้วย มูลค่าหุ้นที่ถืออยู่ลดลงอย่างฮวบฮาบน่าสะพรึงกลัวยิ่งนัก

หุ้นที่ผมถืออยู่ก็เช่นกัน มูลค่าลดลงอย่างน่าใจหาย แต่สิ่งที่มาช่วยพยุงเอาไว้กลับไม่ใช่การกลับไปกลับมาของผู้ควบคุมนโยบาย แต่เป็นส่วนต่างความปลอดภัย หรือ Margin of safety

แต่ก่อนผมเองก็ให้ความสำคัญกับส่วนต่างความปลอดภัยในด้านที่เวลาเราซื้อหุ้นให้ได้ในราคาที่ต่ำกว่ามูลค่ามากๆ เพื่อที่มันจะเป็นตัวช่วยเราในตอนที่เราวิเคราะห์กิจการผิดพลาด

การที่เราอยากจะซื้อหุ้นใดหุ้นหนึ่งมากเสียจนไม่ได้สนใจเลยว่าหุ้นนั้นซื้อขายกันอยู่ในราคาเท่าไรจนบางครั้งได้หุ้นดีแต่ราคาไม่ได้ถูกเลย ทำให้ในบางครั้งเราจะไม่ได้รับผลตอบแทนที่น่าพอใจแต่กลับมีความเสี่ยงที่ราคาอาจจะปรับลดลงได้อันเนื่องจากเหตุที่เราไม่สามารถคาดการได้

โดยปกติแล้วการลงทุนในหุ้นก็มีความเสี่ยงอยู่มากมายแล้วเช่น ความเสี่ยงจากการวิเคราะห์กิจการผิดพลาด ความเสี่ยงจากเหตุการณ์ที่ไม่อาจคลาดหมายได้เช่นการก่อการร้าย ถ้าตามทฤษฎีการลงทุนจะมีความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาหุ้น ความเสี่ยงจากการไม่มีสภาพคล่องในการซื้อขาย แต่หลังจากวันที่18 ธันวาคม 2549 เป็นต้นไปเราจะมีความเสี่ยงจากออกนโยบายควบคุมการเก็งกำไรค่าเงินเป็นรายวันเพิ่มมาอีกอย่างหนึ่ง

การที่ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นหรืออ่อนค่าลงนั้นเราพอจะประเมินได้จากปัจจัยแวดล้อมทางเศรษฐกิจ และที่สำคัญเราสามารถได้กลิ่นของความเปลี่ยนแปลงนี้ได้เป็นเวลานานจนสามารถเตรียมการรับมือมันได้ อย่างกรณีนี้เราเห็นทิศทางของค่าเงินที่แข็งค่ามาตั้งปีกว่าๆแล้วแต่กลับปล่อยเอาไว้เสียจนต้องใช้ไม้แข็งจนทำให้เกิดความเสียหาย แต่ปากแข็งว่าไม่เสียหายมาก ถ้าไม่มากคงไม่ยกเลิกมาตรการภายในเวลาข้ามคืนอย่างนี้แน่นอน

มาตรการดังกล่าวนี้เป็นการลดสภาพคล่องในตลาดลงทันที ทำให้เกิดความเสี่ยงจากสภาพคล่อง ประกอบกับความเสี่ยงในบ้านเราก็สูงเอาการอยู่แล้วโดยดูจาก PE Ratio ที่ต่ำกว่าชาวบ้านเขา นี่เราดันไปเพิ่มความเสี่ยงเข้าไปอีก นักลงทุนต่างชาติจึงไม่ฟังเสียงขายทุกราคาจนเละดังที่เห็น

ถ้าพูดกันตามหลักการลงทุนแล้ว เมื่อความเสี่ยงต่างๆสูงมากเมื่อเทียบกับผลตอบแทน ตลาดของเราคงไม่ใช่ที่น่าลงทุนแน่นอน ต้นทุนเงินทุนของบริษัทต่างๆก็จะสูงตาม ผลสุดท้ายกระทบกับนักลงทุนผู้ถือหุ้น และยังมีผู้มีส่วนร่วมอื่นๆในระบบอีกจำนวนมาก ทั้งหมดนี้มันเป็นห่วงโซ่ที่โยงกันจนแยกไม่ออก

เหตุการณ์ในวันประวัติศาสตร์นี้ก็เป็นบทเรียนหนึ่งที่ทำให้เรานักลงทุนแบบเน้นมูลค่าทราบว่า ส่วนต่างความปลอดภัยหรือ Margin of safety นั้นช่วยได้หลายอย่าง ไม่เว้นแม้แต่ความไม่รอบคอบ หละหลวมของผู้กำหนดนโยบาย

Margin of safety คงเป็นยาวิเศษในการลงทุนไปอีกนาน

You may also like...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *