AEC : LSP ไทยผนึกกำลังสู้ เทรนด์ยุคการค้าเปลี่ยน-เปิดเสรีรุกคืบ

AEC LSP ไทยผนึกกำลังสู้ เทรนด์ยุคการค้าเปลี่ยน-เปิดเสรีรุกคืบ
Source: มนัญญา อะทาโส

ธุรกิจโลจิสติกส์ปี 52 แข่งดุ ผู้ให้บริการโลจิสติกส์ไทยเหนื่อยทั้งศึกใน-ศึกนอกประเทศ เหตุผลพวงพายุเศรษฐกิจโลกและการเปิดเสรีกรอบอาเซียนที่รุกคืบ ชี้ต้องผนึกกำลังแข่งขัน-เน้นใช้ระบบไอที ด้านผู้ผลิตต่างงัดกลยุทธ์ลดต้นทุนโลจิสติกส์สู้จากวิกฤตเศรษฐกิจโลกชะลอตัว และการเปลี่ยนแปลงของระบบการค้าในยุคซัพพลายเชนข้ามโลกส่งผลกระทบต่อแนวโน้มธุรกิจโลจิสติกส์เป็นอย่างมาก ที่เห็นชัดเจนคือธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการนำเข้า-ส่งออกหดตัว รวมถึงการเคลื่อนย้ายการค้า-การลงทุนเป็นไปอย่างเสรี ส่วนเทรนด์การค้าปัจจุบันได้หันมาค้าขายระหว่างภูมิภาคมากขึ้น เช่น ประเทศในกลุ่มอาเซียน ซึ่งข้อมูลจากสำนักเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ ระบุว่าในปี 2550 ประเทศไทยมีมูลค่าการค้ากับตลาดอาเซียนเป็นอันดับหนึ่ง

นอกจากนี้ การที่กลุ่มประเทศอาเซียนได้ประกาศชัดเจนในการจัดตั้งประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic Community: AEC) ในปี 2558 เพื่อเป?นตลาดเดียวและฐานการผลิตร?วม และเสริมสร?างขีดความสามารถในการแข?งขัน ซึ่งจะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของระบบการค้าในอนาคตโดยกรอบข้อตกลงได้ให้ความสนใจเป็นพิเศษกับ 12 สาขา คือ

1. สินค้าเกษตร (Agro based Products)
2. การบิน (Air Travel)
3. ยานยนต์ (Automotives)
4. ระบบ E-ASEAN
5.สินค้า Electronics
6. ประมง (Fisheries)
7. บริการด้านสุขภาพ (Healthcare)
8. ไม้ยางพารา (Rubber based Products)
9. สิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม (Textiles and Apparels)
10. การท่องเที่ยว (Tourism)
11. ผลิตภัณฑ์จากไม้ (Wood Based Products)
12. ธุรกิจโลจิสติกส์

สำหรับการเปิดเสรีบริการสาขาขนส่งและโลจิสติกส์ มีเป้าหมายให้นักลงทุนอาเซียนเข้ามาจัดตั้งธุรกิจโดยถือหุ้น 49% ภายในปี 2551 ถือหุ้นได้ไม่น้อยกว่า 51% ในปี 2553 และไม่น้อยกว่า 70% ในปี 2556 ทั้งนี้ การเปิดเสรีดังกล่าวให้อยู่ภายใต้กฎหมายที่แต่ละประเทศกำหนด สำหรับการปรับตัวรุก-รับนั้น ในด้านผู้ผลิต ผู้นำเข้า ผู้ส่งออก หลายบริษัทได้ยกเครื่องระบบบริหารจัดการโลจิสติกส์และซัพพลายเชนให้รัดกุมขึ้น งัดไม้เด็ดด้านการลดต้นทุนที่ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์โดยต้องไม่กระทบกับคุณภาพสินค้าและบริการ

ขณะที่ผู้ให้บริการโลจิสติกส์คนไทย (LSP) มีการคาดการณ์ว่า ต้องเหนื่อยมากขึ้นจากการแข่งขันที่เข้มข้น ต้นทุนพลังงาน และการเปิดเสรีบริการขนส่งและโลจิสติกส์ในกรอบ AEC โดยคาดว่า LSP ที่จะได้รับผลกระทบโดยตรง คือผู้ให้บริการด้านการขนส่ง ตัวแทนออกของ และผู้รับจัดการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ

ดังนั้น แม้มุมมองในด้านบวกถือเป็นการเปิดโอกาสให้ LSP ไทยได้ขยายฐานบริการในประเทศกลุ่มอาเซียน และจะเกิดประโยชน์โดยตรงกับผู้ใช้บริการ แต่มีจุดที่น่าเป็นห่วงเช่นกันว่า LSP ไทยมีความพร้อมในการแข่งขันมากน้อยเพียงใด จำเป็นอย่างยิ่งที่ภาครัฐควรเร่งพัฒนาศักยภาพ LSP และออกกฎหมายคุ้มครองเพื่อสร้างภูมิคุ้มกัน

สำหรับการพัฒนาระบบโลจิสติกส์ภายในประเทศ หลายฝ่ายให้ข้อคิดเห็นในทิศทางเดียวกันว่า ยังขาดความต่อเนื่อง ทั้งนี้ จากการศึกษาจัดทำดัชนีโลจิสติกส์และตัวชี้วัด (Logistics Performance Index) ของ World Bank ซึ่งวัดประสิทธิภาพระบบโลจิสติกส์ทั่วโลกในปี 2551 ระบุว่า ประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 31 ขณะที่ประเทศสิงคโปร์คว้าอันดับ 1 ไปครอง

การเร่งใช้ประโยชน์จากเส้นทางการค้าในโครงการพัฒนาความร่วมมือทางเศรษฐกิจในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง (GMS) เป็นอีกประเด็นหนึ่งที่ได้รับความสนใจ ซึ่งเรื่องเร่งด่วนในขณะนี้คือการยกระดับความร่วมมือสู่เชิงการค้าอย่างเต็มรูปแบบ โดยต้องลดช่องว่างและความแตกต่างด้านต่างๆ ของกลุ่มประเทศสมาชิก แล้วประสานความร่วมมือกันมากขึ้น

ระบบการค้าไร้พรมแดน และการแข่งขันที่เสรีมากขึ้นเป็นกระแสที่ยากจะหลีกเลี่ยง ทางออกที่ดีที่สุดของผู้ผลิต ผู้ส่งออก รวมถึง LSP ไทยคือการเร่งยกระดับเสริมความสามารถทางการแข่งขันอย่างเต็มขั้น ผนึกกำลังสู้โดยมีภาครัฐเป็นผู้สนับสนุนที่สำคัญ

You may also like...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *