Leadership Competency: แนวคิดการบริหารผู้นำที่ไม่ตกยุค


Leadership Competency: แนวคิดการบริหารผู้นำที่ไม่ตกยุค
 

               ผู้นำในองค์การเป็นบุคคลที่มีบทบาทและมีความสำคัญที่จะทำให้เป้าหมายของทีมงานประสบความสำเร็จ และแน่นอนว่าเป้าหมายของทีมงานหรือหน่วยงานย่อมส่งผลต่อเป้าหมายขององค์การด้วยเช่นกัน  และหากกล่าวถึงคำว่าผู้นำในองค์การ ผู้นำก็คือผู้ที่จะต้องบริหารดูแล พัฒนาและนำพนักงานได้ ซึ่งผู้นำที่ต้องนำพนักงานในองค์การนั้นจะแบ่งเป็น 3 ระดับ ได้แก่ ผู้นำที่เป็นผู้บริหารระดับสูงสุดขององค์การ ผู้บริหารระดับกลาง และผู้บริหารระดับต้น ทั้งนี้ผู้นำแต่ละระดับจะมีบทบาทหน้าที่ความรับผิดชอบในงานที่แตกต่างกันไป
               ผู้นำจึงเป็นปัจจัยหลักแห่งความสำเร็จ (Key Success Factors) และเป็นแรงขับเคลื่อนให้เกิดสิ่งใหม่ ๆ ขึ้นในองค์การ เป็นตัวอย่างของการแสดงพฤติกรรมเพื่อให้พนักงานรับรู้และปฏิบัติตาม ผู้นำจะเป็นบุคคลที่ก่อให้เกิดการสร้างวัฒนธรรมองค์การที่มีการแสดงออก มีการประพฤติปฏิบัติสืบต่อเนื่องกันจากคนรุ่นหนึ่งสู่คนรุ่นหนึ่ง ดังนั้นผู้นำที่องค์การต้องการย่อมต้องเป็นบุคลากรที่มีความสามารถโดยเฉพาะความสามารถในด้านการริหารจัดการ หรือที่เรียกว่า Leadership Competency   พบว่าแนวคิดของ Leadership Competency เป็นเครื่องมือการบริหารจัดการที่ไม่ใช่เรื่องใหม่ เป็นแนวคิดที่เน้นมากในทุกยุคทุกสมัย และยิ่งจะกล่าวถึงมากในสภาวะเศรษฐกิจเช่นนี้ เป็นสภาวะที่พนักงานเริ่มรู้สึกหดหู่ วิตกกังวล ขวัญและกำลังในการทำงานลดลง เกิดความกลัวและรู้สึกว่าตนเองไม่มั่นคงปลอดภัย จากสภาวะเช่นนี้จำเป็นอย่างยิ่งที่องค์การต้องการผู้นำที่เข้มแข็งมีความสามารถด้านบริหารจัดการเพื่อบริหารทีมงาน ทั้งเรื่องงาน และจิตใจไปพร้อม ๆ กัน
               ดังนั้น Leadership Competency จึงเป็นแนวคิดที่องค์การหลายแห่งเริ่มนำมาปัดฝุ่นใหม่ เพื่อสร้างและพัฒนาให้ผู้นำในองค์การมีความสามารถด้านการบริหารจัดการให้มากขึ้นกว่าเดิม จะเห็นได้ว่า Leadership Competency จึงเป็นแนวคิดที่ยังเป็นเทรนที่ผู้บริหารต่างให้ความสำคัญและต่างเร่งสร้างความสามารถในด้านนี้ให้เกิดขึ้นในตัวผู้นำทุกระดับ ทั้งนี้รูปแบบของ Leadership Competency ผู้เขียนขอนำเสนอโมเมลความสามารถด้านความเป็นผู้นำที่มีองค์ประกอบทั้งหมด 5 ด้าน และในแต่ละด้านจะมีองค์ประกอบย่อยๆ ดังภาพแสดงและตารางสรุป ต่อไปนี้

>
ด้านการบริหารตนเอง (Self Management)

  • การเรียนรู้ด้วยตนเอง
  • การมองตนเอง
  • ความมุ่งมั่นในการทำงาน
  • ทัศนคติต่องานที่รับผิดชอบ
  • การบริหารจัดการความเครียด
ด้านนวัตกรรม (Innovation)

  • ความคิดสร้างสรรค์
  • กล้าคิดกล้าทำ
  • การคาดการณ์
  • การบริหารการเปลี่ยนแปลง
  • การเชื่อมโยงหรือบูรณาการสิ่งต่างๆ
ด้านการนำผู้อื่น (Leading Others)

  • การติดต่อสื่อสาร
  • การพัฒนาผู้อื่น
  • การสร้างอิทธิพลเหนือผู้อื่น
  • การกระตุ้นจูงจูงใจผู้อื่น
  • การมีปฏิสัพันธ์ที่ดีกับผู้อื่น
ด้านความรับผิดชอบต่อสังคม

  • ความซื่อสัตย์ในหน้าที่ที่รับผิดชอบ
  • ความรับผิดชอบต่อชุมชน
  • จรรยาบรรณในการทำงาน
  • การนำผู้อื่นให้มีจรรยาบรรณ
  • ความรู้ ความเข้าใจในสังคม
ด้านการบริหารงาน (Task Management)

  • การแก้ไขปัญหา
  • การปรับปรุงประสิทธิภาพในงาน
  • การวางแผนและติดตามงาน
 

  • การบริหารทรัพยากรมนุษย์
  • การบริหารข้อมูลและเครื่องมือ อุปกรณ์

               อย่างไรก็ตามการกำหนด Leadership Competency ให้กับผู้บริหารของแต่ละองค์การนั้นไม่จำเป็นจะต้องมีครบทุก 5 ด้านและครบทุกจำนวนข้อย่อย ขึ้นอยู่กับความจำเป็นของแต่ละองค์การที่ไม่เหมือนกัน ซึ่งการวิเคราะห์ Leadership Competency จะต้องมีการประชุมร่วมกันระหว่างผู้บริหารระดับสูงเพื่อกำหนดหาความเหมาะสมของ Leadership Competency ที่คาดหวังจากผู้บริหารในแต่ละระดับ ดังนั้นLeadership Competency ที่กำหนดขึ้นจึงเป็นเสมือนกรอบหรือแนวทางให้ผู้บริหารต้องปฎิบัติตาม และเป็นกรอบในการประเมินผู้บริหารในองค์การเพื่อหาช่องว่างความสามารถด้านบริหารจัดการ (Leadership Competency Gap) เป็นการตรวจสอบว่าผู้บริหารในองค์การยังขาดความสามารถด้านบริหารจัดการในเรื่องใดบ้าง ทั้งนี้ข้อที่ผู้บริหารยังขาดอยู่ ข้อนั้นจะนำมาสู่การพัฒนาต่อยอด (Leadership Competency Development) พบว่าหลาย ๆ องค์การได้กำหนดเป็นโปรแกรมการพัฒนาผู้นำ โดยใช้ชื่อว่า LDP ย่อมาจาก Leadership Development Program
               LDP จึงชื่อโปรแกรมที่ประกอบด้วยหลักสูตรต่างๆ ในด้านการบริหารจัดการ มีเป้าหมายคือ ปรับปรุง พัฒนาและเพิ่มศักยภาพของผู้นำ เพื่อให้ผู้เข้าโปรแกรมมีความสามารถด้านการบริหารจัดการตามที่องค์การต้องการ อย่างไรก็ตามข้อควรระวังของการจัด LDP ก็คือ ไม่ควรออกแบบหลักสูตรที่จะเรียนโดยขาดการประเมินหาความจำเป็นหรือช่องว่างความสามารถด้านบริหารจัดการของผู้นำ เนื่องจากหลาย ๆ องค์การออกแบบ LDP โดยกำหนดหลักสูตรอบรมแบบกว้างๆ  หรือดูจากกระแสนิยม ช่วงนี้นิยมเรียนอะไรก็นำมากำหนดเป็นหลักสูตรใน LDP นอกจากนี้การพิจารณาผู้เรียน จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องคัดเลือกจากผู้บริหารที่มีความจำเป็นที่จะต้องเข้าโปรแกรมจริง ๆ มิใช่จัดเพียงแค่เป็นหลักสูตรภาคบังคับของผู้บริหารเท่านั้น เนื่องจากการออกแบบ LDP เช่นนี้จะไม่เกิดประโยชน์ อีกทั้งยังเป็นการสิ้นเปลืองงบประมาณโดยไม่จำเป็น และยิ่งในสภาวะเร่งเข็มขัดที่ต้องช่วยกันประหยัดต้นทุนค่าใช้จ่าย องค์การจะต้องพิจารณาการใช้งบประมาณให้มากขึ้น ซึ่งการออกแบบหลักสูตรและพิจารณาคัดเลือกผู้เข้าเรียนโปรแกรมการพัฒนาผู้นำที่เหมาะสม ย่อมเป็นอีกแนวทางหนึ่งในการช่วยให้การลงทุนเกิดประโยชน์อย่างแท้จริง
                สรุปว่า Leadership Competency เป็นแนวคิดที่ไม่เคยตกยุค และยิ่งจะเป็นกระแสที่พูดถึงกันมากในสภาวะเศรษฐกิจเช่นนี้ เนื่องจากผู้นำที่มีความสามารถด้านบริหารจัดการจะทำการบริหารผลงานของตัวพนักงานเอง และผลงานของหน่วยงานบรรลุเป้าหมายตามที่องค์การกำหนด และที่สำคัญผู้นำที่มีความสามารถจะช่วยบริหารจิตใจของพนักงานควบคู่ไปกับการสร้างผลงานของพนักงานด้วยเช่นกัน


You may also like...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *