"CSR" อย่างนี้สิของแท้…! ตอน 1

“CSR” อย่างนี้สิของแท้…! ตอน 1
โดย บิสิเนสไทย [28-5-2007]

จากกระแสแห่งความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กรธุรกิจที่กำลังเกิดขึ้นอย่างกว้างขวางทั่วโลก ได้สร้างความตื่นตัวให้แก่บรรดาธุรกิจทั้งในและต่างประเทศในการแสดงหาแนวทางการดำเนินธุรกิจที่มีความรับผิดชอบต่อสังคม

และให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนกิจกรรมซีเอสอาร์ (CSR : Corporate Social Responsibility) ในองค์กรอย่างจริงจัง จึงไม่เป็นที่แปลกใจเลยว่า กระแสความรับผิดชอบของธุรกิจที่มีต่อสังคมในประเทศไทย จึงได้เริ่มก่อตัวขึ้นอย่างมั่นคงตั้งแต่ปี 2549 และได้แผ่ความนิยมเรื่อยมาจนถึงปี 2550 ด้วยความเข้มข้นที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ
สถาบันไทยพัฒน์ ในฐานะหน่วยงานที่ดำเนินการวิจัยเรื่องCSR ในเมืองไทย และเป็นผู้ริเริ่มก่อตั้งเครือข่ายธุรกิจร่วมรับผิดชอบต่อสังคมไทย หรือ Thai CSR ภายใต้การดูแลรับผิดชอบของ นายพิพัฒน์ ยอดพฤติการณ์ ผู้อำนวยการ สถาบันไทยพัฒน์ ได้เปิดเผยถึงกระแสการตื่นตัวของภาคเอกชนไทยในเรื่องการทำ CSR ว่า
“ CSR เป็นแนวโน้ม และมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง จะเห็นว่าในปัจจุบันมีองค์กรธุรกิจขนาดใหญ่ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มากเป็นพิเศษ เป็นเพราะจังหวะเวลาความพร้อมของธุรกิจนั้นๆ ประกอบกับการตลาดนำเอาคำว่า CSR นำมาใช้มากขึ้น ความจริงCSR มีการทำมานานแล้ว เป็นการรับผิดชอบต่อสังคม เป็นการทำความดี การช่วยเหลือ เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่”
การทำกิจกรรมเพื่อสังคมในปัจจุบันนี้ มีการแบ่งกลุ่มเป็น 2 กลุ่มหลักๆ โดยนายพิพัฒน์ กล่าวให้ฟังว่า กลุ่มแรกที่ทำกิจกรรมความดีเพื่อสังคมทำโดยความเต็มใจ หรืออาสาที่จะทำเอง ส่วนกลุ่มที่สองนั้นเป็นกลุ่มที่โดนกระแสสังคมบังคับให้ทำ กลุ่มหลังนี้จะเรียกว่ากลุ่มจำเป็นต้องทำให้โดนบังคับให้ทำกิจกรรมเพื่อสังคม
ซึ่งก็บอกไม่ได้ชัดว่ากลุ่มใดเป็นการทำกิจกรรมเพื่อสังคมแบบเท้หรือแบบเทียม เพราะพิสูจน์อยากมาก และยังไม่มีมาตรฐานอะไรมาเป็นตัวชี้วัด ณ ขณะนี้จะดูว่าเป็นกิจกรรมเพื่อสังคมแบบ CSR แท้หรือเทียมนั้น ดูจากเรื่องของประโยชน์จะตกอยู่กับใครระหว่างสังคมกับองค์กร ถ้าตกอยู่กับสังคมมากกว่าก็เป็น CSRแท้ แต่ถ้าผลประโยชน์ที่ทำนั้นตกอยู่กับองค์กรมากกว่าก็เป็น CSR เทียม ยกตัวอย่างให้เห็นภาพที่ชัดเจนขึ้น มีบริษัทเอกชนแห่งหนึ่งใช้งบประมาณในการทำกิจกรรมเพื่อสังคมปีละ 5 ล้านบาท แต่ในขณะเดียวกันใช้งบประมาณในการทำโฆษณาประชาสัมพันธ์กิจกรรมเพื่อสังคมสูงถึง 20 ล้านบาท ตรงนี้ชี้ชัดได้เลยว่าต้องการสร้างภาพลักษณ์ให้กับองค์กรตัวเอง ไม่ได้เน้นทำกิจกรรมเพื่อสังคมอย่างแท้จริง เป็นต้น

Tags:

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *