Coaching : เพิ่มความรู้ – เพิ่มการเปลี่ยนแปลง

Coaching : เพิ่มความรู้ – เพิ่มการเปลี่ยนแปลง

ดร.นพ. ยุทธนา ภาระนันท์. E-mail : yparanan@hotmail.com
ผู้เรียนประเภทใดที่รับมือได้ยากกว่ากัน ระหว่าง อวดรู้ กับ พูดมาก
คมคิด : อย่าตอบคนโง่ตามความโง่ของเขา เกรงว่าท่านเองจะเป็นเหมือนเขาเข้า
“ทำไมสมดีไม่รู้หรือว่าลูกค้าท่านนี้เขาไม่ชอบคนพูดมากนอกเรื่อง” วรรณฤดีหันไปถามจรรยาหัวหน้าของสมดี “เธอได้ย้ำกับสมดีเรื่องนี้หรือเปล่า” หลังจากถูกปฏิเสธออเดอร์จากลูกค้า
“หนูย้ำค่ะ ตอนสอนงานก็ย้ำอยู่บ่อยๆ” จรรยาตอบ “แต่สมดีมักพูดคุยกับเพื่อนตอนหนูสอนค่ะ”
หนังสือ Coaching People ของ Harvard Business School ให้มุมมองว่าการสอนงาน (Coaching) เป็นกระบวนการปฏิสัมพันธ์ในการพัฒนาและให้ทิศทางแก่ผู้อื่นเพื่อบรรลุความรู้และทักษะที่จำเป็นต่อการปฏิบัติงาน ซึ่งต้องอาศัยทั้งศาสตร์และศิลป์
การสอนงานจึงประกอบด้วยข้อมูลความรู้ที่ต้องมีเพิ่ม และทักษะพฤติกรรมของบุคคลที่ต้องเปลี่ยน จิตวิทยาให้คำปรึกษามองว่าการปรับเปลี่ยนทักษะพฤติกรรมที่ได้ผลต้องอาศัยปัจจัยการบำบัด (Curative factor) 4 ตัว ได้แก่ ความพร้อมของผู้เรียน สัมพันธภาพ การคาดหวังร่วมกันและเทคนิควิธีถ่ายทอด เรามาสำรวจสิ่งเหล่านี้ด้วยกัน
ช่วงที่ผ่านมา พนักงานที่ท่านสอนงาน แสดงออกอย่างไรบ้าง
กรุณากาเครื่องหมาย ?หน้าข้อความที่เห็นว่าตรงกับพนักงานของท่าน
? บางคนก็ทำเป็นรู้ไปเสียหมดทุกอย่าง ไม่ยอมฟังใคร
? บางคนก็พูดมากแถมออกนอกเรื่อง จนเวลาไม่พอ
? บางคนก็ขี้อาย นิ่งเงียบไม่พูด ไม่ตอบ
ข้อเสนอแนะ : หากท่านกาเครื่องหมาย ?ในข้อหนึ่งข้อใด อาจใช้ “ทักษะฝึกอบรมผ่านงาน” ช่วยได้
ทักษะฝึกอบรมผ่านงาน (On-the-job training) ช่วยท่านได้
(ทักษะเสริมได้แก่ ทักษะฝึกอบรมที่สร้างความแตกต่าง, ทักษะว่ากล่าวอย่างสร้างสรรค์ ดูได้ใน http://www.oknation.net/blog/youthana)
ทักษะนี้เป็นการสอนงานผ่านการให้ทดลองทำจริง หลังจากที่ผู้เรียนเข้าใจเรื่องที่สอนเกี่ยวกับงานแล้ว เพื่อให้ผู้เรียนประยุกต์ใช้ความรู้นั้นกับงานที่ทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยที่ผู้สอนรู้เท่าทันและรับมือกับผู้เรียน 4 ประเภทดังโมเดลฯ ได้อย่างเหมาะสม ประกอบด้วย 4 ขั้นตอนดังนี้
1. ตรวจสอบความเข้าใจ เป็นการถามคำถามเพื่อเช็คความพร้อมว่ามีความรู้ความเข้าใจในงานมากน้อยเพียงใด เช่น ถามถึงสาระสำคัญ ข้อควรระวัง ปัญหาที่พบบ่อยและทางแก้ เป็นต้น
2. ให้ทดลองทำ โดยสาธิตให้ดูก่อนเพื่อเป็นการทบทวน แล้วให้ฝึกฝนทำจริงโดยผู้สอนต้องเฝ้าดูอย่างใกล้ชิด และให้เขาอธิบายว่ากำลังทำอะไร ทำไมต้องใช้วิธีนี้
3. ปรับแก้ เมื่อมีข้อผิดพลาดเกิดขึ้น ให้ผู้สอนชี้ถึงสาเหตุและวิธีการป้องกันแก้ไขที่ถูกต้อง และเมื่อทำได้ดีพอก็ให้คำชมเชย ซึ่งจุดนี้จำเป็นต้องมีวิธีรับมือต่างๆ กับผู้เรียน 4 ประเภทดังโมเดลฯพร้อมกันไปด้วย
4. ติดตามผล เมื่อผู้เรียนปฏิบัติงานจริง ในช่วงแรกผู้สอนควรติดตามดูผลงานและประเมินอย่างใกล้ชิดจนมั่นใจ
“พนักงานที่ท่านหนักใจที่สุด เข้าได้กับผู้เรียนประเภทใด? จะรับมืออย่างไร?”

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *