Category: Integrative Thinking

การคิดแบบองค์รวม 0

การคิดแบบองค์รวม

การคิดแบบองค์รวม ว่าที่ร้อยตรีคันศร คงยืน การคิดแบบองค์รวม เป็นการคิดในเทอมของความสัมพันธ์เชื่อมโยงและบริบทแวดล้อมในทางวิทยาศาสตร์ ตัวอย่างชุมชนที่ยั่งยืนตามธรรมชาติอันเป็นบทเรียนที่ทรงคุณค่า ได้แก่ พืชสัตว์ จุลินทรีย์ โดยคิดให้สิ่งมีชีวิตทั้งหลายกับระบบนิเวศ ระบบสังคม ระบบทั้งหลายเหล่านี้จะต้องบูรณาการเป็นองค์รวมซึ่งคุณสมบัติทั้งหมดไม่สามารถที่จะลดรูปเป็นส่วนเล็กย่อย แทนที่จะมองจักรวาลเหมือนเครื่องจักร ที่ประกอบด้วยโครงสร้างพื้นฐาน นักวิทยาศาสตร์ ได้ค้นพบว่าในโลกวัตถุสุดท้ายแล้วจะอยู่ในรูปของความสัมพันธ์ที่แยกออกจากกันไม่ได้ นั่นคือ ดาวเคราะห์เป็นเหมือนสิ่งมีชีวิตเป็นระบบที่ปรับความสมดุลย์ของตัวเองได้ การมองร่างกายมนุษย์ เป็นเหมือนเครื่องจักรและแยกจิตออกไปจากร่างกาย จะต้องแทนด้วยระบบที่รวมไม่เฉพาะสมอง ภูมิคุ้มกัน เซลล์แต่รวมถึงจิตอันเป็นองค์ประกอบ การคิดทางจิต การวิวัฒนาการ ไม่ได้หมายถึงการแข็งขันเพื่อการอยู่รอดอีกต่อไปแต่จะอยู่ในรูปของการพึ่งพาอาศัยกันและกันที่มีแรงผลักดันในการสร้างสรรค์และคิดสิ่งใหม่ๆ การมององค์รวมเชิงนิเวศ ได้เข้าไปเกี่ยวข้องกับทางการศึกษาอย่างลึกซึ้งในศตวรรษที่ ๒๑ คงจะเป็นประสบการณ์ของการเรียนรู้ที่จะเอาชนะสิ่งแปลกแยกไปจากโลกธรรมชาติ จำเป็นต้องมีหลักสูตรที่สอนเด็กๆถึงความจริงอันเป็นรากฐานของชีวิต ที่ของเสียจากสปีชี่หนึ่งเป็นอาหารให้อีกสปีชี่หนึ่ง ในเรื่องนี้เป็นวงจรชีวิตที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยอาศัยเครื่อข่ายของสิ่งมีชีวิต...

การคิดเชิงบูรณาการ 0

การคิดเชิงบูรณาการ

การคิดเชิงบูรณาการ ก็ลองเล่าสู่กันฟังดูนะครับ เพื่อที่เราอาจจะเข้าใจซึ่งกันและกันมากขึ้น Integrative Thinking เป็นประเด็นที่อยากจะคุยในวันนี้ครับ ผมมีความเห็นว่า การที่เราเห็นแตกต่างกัน อาจมาจากมุมมองที่ไม่เทียบเท่ากันได้ ในบางครั้งเรามองแบบรวมๆ ที่เราอาจเรียกว่าแบบบูรณาการ ซึ่งอาจไม่ตรงกันในความเข้าใจของคนแต่ละคน เพราะบูรณาการอาจหมายถึง ..การเชื่อมโยง ..การรวมกัน-ร่วมกัน ..การผนวก ..การประสาน ..การเติมเต็ม (จาก..เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์ “การคิดเชิงบูรณาการ”) ซึ่งบางคนอาจมองแบบแยกส่วน แต่บางคนอาจมองแบบบูรณาการดังเช่นตัวอย่างซองจดหมายนี้ เราคงต้องยอมรับว่าซองจดหมายแบบโปร่งนี้มีราคาสูงกว่าซองจดหมายที่เราใช้กันทั่วไป แต่ข้อดีของซองแบบนี้คือเมื่อเราออกแบบลักษณะตัวจดหมายให้ดี เราไม่ต้องจ่าหน้าซองจดหมายอีกครั้ง มุมมองที่ต่างกันคือ บางคนอาจมองว่าการจ่าหน้าซองก็ไม่ได้เป็นภาระงานที่มากมายอะไร ทำไมต้องจ่ายเพิ่ม บางคนอาจใช้วิธีพิมพ์แล้วตัดแปะแทนการเขียน บางคนอาจมองว่าไหนๆในเนื้อจดหมายต้องมีชื่อผู้รับอยู่แล้ว ทำไมต้องเสียเวลามาจ่าหน้าซองอีก เพราะมีโอกาสผิดพลาด ทั้งจดหมายผิดซอง...