Category: ปรัชญา

108 ขั้นบันได ไต่สู่ความสำเร็จ ตอน หยิน – หยาง

108 ขั้นบันได ไต่สู่ความสำเร็จ ตอน หยิน – หยาง ช่วงระยะเวลา 5 ปีที่ผมเข้ามาคลุกคลีกับการเลี้ยงนกพิราบแข่งนั้น สิ่งที่ผมชมชอบที่สุดคือ “คบหาสหาย” สตรี สตางค์ และสหาย เป็นสามสิ่งที่มีมากเท่าไรก็ไม่เคยรู้สึกว่า “มากเกินไป” ดังนั้นผมจึงพอใจที่จะมีเพื่อนเยอะๆ เพื่อนผมเป็นได้ทุกฐานะ ตั้งแต่เศรษฐีผู้ซึ่งจ่ายเงินซื้อนกเป็นเบี้ย เรื่อยไปจนกระทั่ง เด็กรับจ้างรายวันขูดขี้นก เราก็เป็นเพื่อนกันได้ จะให้ผมดื่ม บลู เลเบิ้ล ออนเดอะล๊อค หรือ
Read More

เร็ว ช้า หนัก เบา

เร็ว ช้า หนัก เบา ปรัชญาชีวิตข้อนี้ต้องจดจำขึ้นใจ แล้วใช้เป็นหลักในการทำงาน เป็นแนวทางของการปฏิบัติตนมิให้ผิดพลาดหรือล้มเหลว เป็นการรู้จักการทำงานแต่ละชิ้น แต่ละอัน แล้วลงมือปฏิบัติได้ด้วยความพยายามอันถูกต้องเหมาะสม สอดคล้องกับจังหวะชีวิตที่ควรจะเป็น งานบางอย่างเป็นงานที่รีรอชักช้าไม่ได้ ต้องรีบทำเหมือนกับสุภาษิตทีว่า น้ำขึ้นให้รีบตัก งานบางอย่างต้องตัดสินใจเร็ว แก้ไขเร็ว ทำให้จบเร็ว ไม่เช่นนั้นปัญหาที่มีอยู่อาจลุกลามไปใหญ่โตกว้างขวาง หรือโอกาสที่มีอยู่อาจสูญเสียไปก็ได้ งานบางอย่างเป็นงานที่ผลีผลามไม่ได้ เป็นสิ่งที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ คอยเป็นค่อยไป เหมือนสินค้าบางตัวที่จะทำ จะให้โตเร็วพรวดพราดไม่ได้ อาจต้องค่อย ๆทำอย่างค่อยเป็นค่อยไป จะได้ไม่ผิดพลาด งานที่ต้องใช้เวลายาวนานแก้ไขใจร้อนไม่ได้
Read More

ปรัชญาการทำงาน และ การดำเนินชีวิต (ดร.เทียม โชควัฒนา)

ปรัชญาการทำงาน และ การดำเนินชีวิต (ดร.เทียม โชควัฒนา) 1.รู้น้อยไม่เกี่ยงงาน คนเราหากมีความรู้น้อยต้องไม่ท้อถอย หรือ เลือกงาน เพราะการทำงานคือหนทางเพิ่มความรู้และประสบการณ์ 2. เที่ยงธรรมและเยือกเย็น ผู้บริหารที่ดีต้องปกครองคนด้วยความเที่ยงธรรม และ สุขุมเยือกเย็นเป็นสำคัญ 3. ขยัน อดทน รักษาเครดิต คบคนดี อย่าเอาเปรียบใคร และ ไม่สร้างศัตรู คนที่จะประสบความสำเร็จในชีวิต ต้องมีความขยัน อดทน ประพฤติตนน่าเชื่อถือ รู้จักคบคนดีเพราะคนดีย่อมนำพาไปสู่สิ่งดีๆ
Read More

ปรัชญาเปรียบเทียบ

ปรัชญาเปรียบเทียบ วิธีการในปรัชญาเปรียบเทียบ 1. ศึกษาเชิงภาษาเปรียบเทียบ (Philological approach) เป็นการหาความเข้าใจปรัชญาจากการศึกษาคำศัพท์ในระบบปรัชญาที่ต่างกัน แมกซ์ มีลเลอร์, บลูมฟิลด์ ใช้วิธีการนี้ 2. ศึกษาเชิงประวัติศาสตร์ (Historical approach) ศึกษาเกี่ยวข้องกันทางประวัติศาสตร์ อันจำทำให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างความคิดต่างระบบและเห็นการเกิดขึ้นของความคิดใหม่ ๆ ในระบบนั้น ๆ ว่ามีความเป็นมาอย่างไร 3. ศึกษาเชิงเปรียบเทียบโดยตรง (Comparative approach) เป็นการเปรียบเทียบกันระหว่างระบบความต่างวัฒนธรรม หรือระหว่างระบบความคิดในวัฒนธรรมเดียวกัน จะทำให้เห็นความเหมือนระหว่างระบบความคิดตลอดไปจนถึงสาเหตุของความเหมือนความต่างเหล่านั้น
Read More

เปรียบเทียบ ปรัชญาอินเดียกับปรัชญาสมัยใหม่

เปรียบเทียบ ปรัชญาอินเดียกับปรัชญาสมัยใหม่ 1. ความคิดของเบคอน (1561-1626) คล้ายกับลัทธินยายะ ไวเศษิก กล่าวคือความคิดทางวิทยาศาสตร์ของเขาคล้ายนยายะและสสารนิยมของเขาก็คลายกับไวเศษิก นอกจากนี้เบคอนยังเชื่อพระเจ้าด้วย (ศตวรรษที่ 17) 2. เดดาริต (1596-1650) ก็เสนอความคิดแบบทวินิยมเหมือนลัทธิสางขยะ เพราะฉะนั้นความคิดของเดดาริตจึงมิใช่ของใหม่อย่างที่ชาวโลกเชื่อถือกัน ความคิดเรื่องจิตกับกายของเดดาริตก็เหมือนกับความคิดเรื่องบุรุษกับประกฤติ ส่วนความคิดเรื่องพระเจ้าของเขาก็เหมือนกับปรัชญาเวทานตะ แต่ความคิดทางกลไกลของเขาละเอียดกว่าของอินเดีย (ไวเศษิก) 3. สสารนิยมของฮอบส์ (1588-1679) ก็คล้ายกับความคิดของจารวาก ถือว่าจิตเกิดจากสสาร ความคิดเน้นการเคลื่อนไหลของมันสมอง 4. จิตนิยมของสปิโนช
Read More

เปรียบเทียบ ปรัชญาอินเดียกับปรัชญากรีก

เปรียบเทียบ ปรัชญาอินเดียกับปรัชญากรีก 1. ปรัชญาของพวกไอโอนิก ธเลส (624-547 BC) เหมือนกับปรัชญาพระเวทและอุปนิษัท จึงน่าได้รับความคิดนี้ไปจากอินเดียหรือนักคิดพวกนี้อาจจะไม่ใช่ชาวกรีกด้วยซ้ำไป – ความคิดเรื่องการดูดของแม่เหล็กเหมือนกับความคิดของสางขยะ – ความคิดเรื่องน้ำเป็นปฐมธาตุของสิ่งทั้งปวงก็มีปรากฏอยู่ในพระเวท – ความคิดของอแมกซิเมเพสเรื่องอากาศหรืออีเธอร์เป็นปฐมธาตุของโลกก็มีปรากฏอยู่ในอุปนิษัทและเวทานตะ – นักคิดในสำนักนี้เชื่อว่ามีวิญญาณหรือเชื่อชีวิตอยู่ในธาตุต่าง ๆ ทั้งสิ้น ความคิดนี้ก็คล้ายกับเรื่องบุรุษมีอยู่ในสิ่งทั้งปวงนั่นเอง 2. ความคิดของพวกอีเลียติก (540 BC) ก็คล้ายกับพรามวิทยาหรือเวทานตะ คือพูดถึงมายา (ปรากฏการณ์ทางผัสสะ) และเน้นความสำคัญของเหตุผลมากกว่าความประจักษ์ทางอายตนะทั้ง
Read More

ปรัชญาอินเดียกับปรัชญาตะวันตก

ปรัชญาอินเดียกับปรัชญาตะวันตก 1. ศาสนาน่าจะมีมาก่อนปรัชญา เพราะมนุษย์เชื่อก่อนคิดด้วยเหตุผล แต่มูลฐานของปรัชญาก็คือศาสนานั้นเอง เช่นเรื่องจิตเป็นอมตะเป็นต้น 2. ความคิดทางศาสนาเริ่มต้นด้วยการนับถือผีบรรพบุรุษก่อน แล้วพัฒนามาเป็นนับถือพระเจ้าองค์เดียวแล้วจึงเกิดมีศาสนาที่ไม่มีพระเจ้า 3. ความคิดทางปรัชญาก็คล้ายกับศาสนา คือเริ่มแรกก็เชื่อว่าสิ่งต่าง ๆ มีวิญญาณ ปรากฏการณ์ธรรมชาติเป็นไปด้วยอำนาจของวิญญาณ ต่อมาจึงเชื่อว่า ธรรมชาติผู้-เมียเป็นตัวก่อให้เกิดโลก ต่อมาจึงมีความคิดเกี่ยวกับจิต (บุรุษ) ซึ่งเป็นตัวผู้ สสารหรือรูปธาตุ (ประกฤติ) ซึ่งถือว่าเป็นตัวเมีย ความคิดในลักษณะนี้เป็นปรากฏอยู่ในหลายชาติจึงน่าจะเป็นได้ว่า วิวัฒนาการทางปรัชญานั้นเองเกิดขึ้นในชาตินั้น ๆ โดยไม่ต้องอาศัยรับเอามาจากชาติอื่น 4.
Read More

ความแตกต่างระหว่างปรัชญาตะวันออก – ตะวันตก

ความแตกต่างระหว่างปรัชญาตะวันออก – ตะวันตก 1. ปรัชญาตะวันตก หมายถึงความรู้เรื่องหลักคือหลักเกี่ยวกับโลกและชีวิต ส่วนปรัชญาตะวันออก หมายถึงความรู้อันประเสริฐคือความรู้ที่ทำให้หลุดพ้นจากโลกียะ 2. ปรัชญาตะวันตก เป็นการพยายามหาทางทำลายความสงสัย ส่วนปรัชญาตะวันออก เป็นความรู้หลังจากหมดความสงสัยแล้ว 3. ปรัชญาตะวันตก เป็นการประติดประต่อความคิดของหลาย ๆ คนเข้าด้วยกัน โดยที่แต่ละคนก็คิดกันคนละฐาน ส่วนปรัชญาตะวันออก อาศัยความตรัสรู้ของคนใดคนหนึ่งเป็นฐานแล้วขยายต่อออกไปตามเหตุผล หรือความสามารถทางสติปัญญาของนักคิดหรือผู้อธิบายแต่ละคน 4. ปรัชญาตะวันตกเริ่มจากความสงสัย ส่วนปรัชญาตะวันออก เริ่มต้นจากความหมดสงสัยหรือความรู้แจ้ง 5. ปรัชญาตะวันตก
Read More

ปรัชญาสางขยะ

ปรัชญาสางขยะเป็นปรัชญาที่เก่าแก่ และมีอิทธิพลต่อวรรณคดีโบราณของอินเดียอย่างแพร่ หลาย บางครั้งก็เรียกว่า”สางขยะสูตร”สำหรับคัมภีร์ฉบับย่อและคัมภีร์ฉบับละเอียดเรียกว่า สางขยปรวจนะ สางขยะ หรือสางขยา แปลว่า จำนวน การนับ หรือความรู้อันถูกต้อง โดยการระบุสิ่งที่เป็นรากฐานของความรู้หรือความรู้ขั้นสมบูรณ์ # ความรู้ที่สามารถแยกปุรุษะออกจากประกฤติ จัดเป็นทวินิยม คือกล่าวถึงความรู้ความจริง 2 ประการคือ ปุรุษะ และประกฤติ # มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับปรัชญาโยคะมาก จนถือกันว่าปรัชญาสางขยะเป็นภาคทฤษฎี โยคะเป็นภาคปฏิบัติ ญาณวิทยา ของปรัชญาสางขยะ โลกนี้มีสิ่งที่มีอยู่จริงๆเพียง 2
Read More

ปรัชญาจีน

ปรัชญาจีน ๑. ลักษณะปรัชญาจีน ก่อนกล่าวถึงลักษณะปรัชญาจีน ก็ใคร่กล่าวถึงศาสนาในยุคโบราณของจีนสักเล็กน้อย ชาวจีนเชื่อว่าตามธรรมชาติต่างๆล้วนแต่มีเทพเจ้าสิ่งสถิตอยู่ ถ้ามนุษย์ทำให้เทพพอใจ ก็จะทรงประทานสิ่งที่ดีงามให้ แต่ถ้าไม่ทรงโปรดก็จะทรงบัลดาลให้มีภัยพิบัติต่างๆ ความจริงความเชื่อแบบนี้ก็มีอยู่ทั่วไปในทุกประเทศ ทั้งนี้ก็เพราะมนุษย์ยังขาดความเข้าใจในเรื่องธรรมชาติ จึงพากันสร้างเทพเจ้าหรือพระเจ้าขึ้นมา จากความไม่เข้าใจของตนแล้วก็พากันบูชาสิ่งที่ตนสร้างขึ้นมานั่นเอง เทพเจ้าที่ชาวจีนเชื่อถือมีลักษณะเหมือนมนุษย์ทั้งรูปร่าง หน้าตา และอารมณ์ต่างๆ และในบรรดาเทพด้วยกันก็มีองค์หนึ่งเป็นจอมเทพ ชาวจีนเรียกจอมเทพว่า เทียน และชาวจีนก็เชื่อว่า จอมเทพองค์นั้น ตนไม่มีสิทธิ์เซ่นสรวงบูชาได้ มีแต่พระมหากษัตริย์เท่านั้นที่สามารถทำการบูชาเซ่นสรวงจอมเทพได้ จึงเป็นเหตุให้เกิดมีราชพิธีบูชาเซ่นสรวงเทพเจ้าอย่างใหญ่โตขึ้นมา เช่น พระราชพิธีเซ่นสังเวยฟ้าดิน พระราชพิธีเซ่นสังเวยพระอาทิตย์ พระจันทร์
Read More