Category: ธรรมะในชีวิต

พุทธศาสนาในสายตาคนดังทั่วโลก 0

พุทธศาสนาในสายตาคนดังทั่วโลก

พุทธศาสนาในสายตาคนดังทั่วโลก ทอม ครูซ (Tom Cruise) ชาวอเมริกัน พระเอกหนุ่มเนื้อหอม ผู้มี ชื่อเสียงโด่งดังจากภาพยนต์เรื่อง “Misson Impossible” ได้กล่าวยกย่องพุทธศาสนา ในการแถลงข่าวงานเปิดรอบปฐมทัศน์ของหนังเรื่องใหม่ที่เขาแสดงนำคือ “The Last Samurai” ณ โรงแรมริซท์ กลางใจกรุงปารีส ว่า หลังจากที่ตนได้ศึกษาบทนำจากหนังเรื่องดังกล่าว ซึ่งจะต้อง ทำความเข้าใจในปรัชญาตะวันออก ทั้งพุทธศาสนาและศิลปะบูชิโดของญี่ปุ่น ทำให้ตนได้เรียนรู้หลักการดำเนินชีวิต ที่เรียบง่าย และยืดหยุ่น ซึ่งสามารถนำ มาปรับใช้กับชีวิตประจำวันได้อย่างน่าเหลือเชื่อ นอกจากนี้เขายังได้กล่าวยกย่องศาสนาพุทธว่าเป็นศาสนาที่เป็นรากฐานของวิทยาศาสตร์ทั้งหมด ซึ่งสอนให้คนรู้จักตนเองและมอบความรักเผื่อแผ่ให้ผู้อื่นได้ และถือว่าการได้สัมผัสกับพุทธศาสนาเป็นประสบการณ์ทีี่่มีค่ายิ่งในชีวิตของเขา ริชาร์ด เกียร์...

จุดอ่อน–จุดแข็งของท่านอาจารย์พุทธทาส เท่าที่อาจารย์สุลักษณ์ได้มีโอกาสเกี่ยวข้องและสัมผัส 0

จุดอ่อน–จุดแข็งของท่านอาจารย์พุทธทาส เท่าที่อาจารย์สุลักษณ์ได้มีโอกาสเกี่ยวข้องและสัมผัส

จุดอ่อน–จุดแข็งของท่านอาจารย์พุทธทาส เท่าที่อาจารย์สุลักษณ์ได้มีโอกาสเกี่ยวข้องและสัมผัส สุลักษณ์ ศิวรักษ์ : จุดแข็งของท่านมีมากมายมหาศาลนะครับ ทีนี้ถ้าพูดอย่างนี้คนจะปอด พูดแบบให้กำลังใจคน ก็คือว่า หนึ่ง ท่านพยายามรู้จักตัวเอง และท่านรู้ว่าท่านมีศักยภาพอะไรที่แฝงเร้นอยู่ และศักยภาพที่แฝงเร้นอยู่นี้ มันจะออกมาได้ เมื่อไม่มีระบบมาควบคุม ระบบที่ควบคุมประการแรก ก็คือ ระบบการศึกษา ไม่ว่าจะของพระหรือฆราวาส มันทำให้คนพังหมดครับ ไม่ต้องไปยกประโยค ๙ ว่ายอด หรือนักธรรมเอกอะไรนี่ อาจารย์พุทธทาสท่านไม่ติดตรงนั้นเลย การศึกษาคือหัวใจของพระพุทธศาสนา และท่านก็ศึกษาตลอดเวลา การศึกษาของท่านไม่ใช่ปริยัติศึกษาหรือคันถธุระ มันเป็นทั้งคันถธุระ วิปัสสนาธุระ ปริยัติศึกษา ปฏิบัติศึกษา ไปด้วยกันทั้งสองอัน อันนี้ผมคิดว่าเป็นจุดเด่นที่สุดของท่าน...

ทุกปรากฏการณ์ ล้วนผ่านเข้ามาอย่างมีความหมาย 0

ทุกปรากฏการณ์ ล้วนผ่านเข้ามาอย่างมีความหมาย

ปุจฉา ทุกปรากฏการณ์ ล้วนผ่านเข้ามาอย่างมีความหมาย วิสัชนา ทุกปรากฏการณ์ ล้วนผ่านเข้ามาอย่างมีความหมาย ในทางพุทธศาสนา เราถือกันว่าโลกนี้ “ไม่มีความบังเอิญ” เหตุการณ์ทุกอย่างที่เกิดขึ้นมาในชีวิตของเรา ล้วนถูกออกแบบมาอย่างมีความหมาย ในมิติใดมิติหนึ่งเสมอ ปัญหาก็คือ เราจะเข้าใจความหมายที่ว่านั้นหรือเปล่า ? คนบางคน กว่าจะเข้าใจความหมายที่เป็น “สารพิเศษ” ที่ถูกส่งมาพร้อมกับบางปรากฏการณ์ ก็ต้องรอให้ผ่านวันเวลาไปแล้วกว่าครึ่งชีวิต แต่คนบางคนสิ้นชีวิตไปแล้วหลายปี คนรุ่นหลังจึงมองเห็นสารพิเศษที่ถูกส่งผ่านตัวเขา เมื่อคานธีเรียนจบกฎหมายใหม่ๆ มาจากอังกฤษ เขาเดินทางไปทำงานที่แอฟริกาใต้ ระหว่างเดินทาง คานธีซื้อตั๋วรถไฟชั้นหนึ่ง แต่พอโดยสารไปได้เพียงครึ่งทาง เขาถูกพนักงานไล่ลงจากรถไฟเหมือนไม่ใช่คน เหตุผลที่คานธีได้รับการปฏิบัติอย่างปราศจากมนุษยธรรมมีเพียงเรื่องเดียวนั่นก็คือเรื่อง “สีผิว” การถูกไล่ลงจากรถไฟคราวนั้น ทำให้คานธีได้ก้าวขึ้นสู่รถไฟอีกคันหนึ่ง ซึ่งเปลี่ยนแปลงชีวิตของคานธีไปอย่างสิ้นเชิง...

ความว่างที่สร้างความสุข 0

ความว่างที่สร้างความสุข

ปุจฉา ความว่างที่สร้างความสุข วิสัชนา ความว่างที่สร้างความสุข นักปราชญ์ชาวเอเชียกลางคนหนึ่งเล่าว่า มีชายหนุ่มอยู่คนหนึ่ง แกเป็นคนอัตคัตความสุข พยายามแสวงหาความสุขจากวิธีการต่างๆ แต่แล้วก็ยังรู้สึกว่า ไม่ใช่ความสุขแท้ที่ตัวเองต้องการ อยู่มาวันหนึ่ง มีผู้แนะนำว่า ถ้าอยากมีความสุขก็ควรจะมีบ้านเป็นของตัวเอง เพราะในบ้านของเรานั้น เราสามารถเป็นเจ้าของทุกอย่างในบ้านโดยที่ไม่ต้องมีใครมาคอยกวนใจ ซ้ำยังมีอิสระที่จะเสกสรรค์ปั้นแต่งหรือจัดบ้านให้เป็นไปตามความต้องการของตนเองอย่างไรก็ได้ เขาเชื่อตามที่มีผู้แนะนำ จึงตัดสินใจสร้างบ้านขึ้นมาหลังหนึ่ง เมื่อแรกสร้างบ้านนั้น บ้านของเขาหลังใหญ่ทีเดียว พอมีบ้านแล้ว เขามีความสุขมาก เขาเริ่มจัดบ้านตามต้องการ และเริ่มหาข้าวของต่างๆ มากมาย มากองไว้ในบ้านทีละอย่างสองอย่าง จนกระทั่งวันหนึ่ง ห้องว่างๆ ในบ้านของเขาก็หายไป ทุกพื้นที่ในบ้านเต็มไปด้วยข้าวของระเกะระกะ มองไปทางไหนก็รกหูรกตา ทีนี้ชายหนุ่ม เริ่มรู้สึกว่าบ้านของตนเองช่างเป็นสถานที่ที่ไม่น่าอยู่ อากาศก็อุดอู้...

ภาวะผู้นำ ศักยภาพและศิลปะแห่งการครองใจคน 0

ภาวะผู้นำ ศักยภาพและศิลปะแห่งการครองใจคน

ปุจฉา ภาวะผู้นำ ศักยภาพและศิลปะแห่งการครองใจคน วิสัชนา ภาวะผู้นำ ศักยภาพและศิลปะแห่งการครองใจคน …………………… ว.วชิรเมธี ๑.ใครคือผู้นำ “ผู้นำ” ในทางพระพุทธศาสนาตรงกับคำว่า “นายก” แปลว่า “ผู้ที่มีศักยภาพในการเป็นหัวหน้ามหาชน” หรือ “ผู้ที่มหาชนพอใจในการบทบาทการเป็นผู้นำ” และ/หรือ “ผู้ที่ก่อให้เกิดแรงบันดาลในการดำเนินรอยตาม” หรือ “ผู้ที่อำนวยการให้การทำงานประสบความสำเร็จและทุกคนพอใจ” กล่าวอย่างสั้นที่สุด “ผู้นำ คือ ผู้ที่สามารถสร้างศรัทธาให้เกิดขึ้นและผู้อื่นอยากดำเนินตาม” “ภาวะผู้นำ” ตรงกับคำว่า “นายกภาวะ” (นา-ยะ-กะ-พา-วะ) แปลว่า “คุณสมบัติที่ทำให้เป็นผู้นำ” พระพุทธเจ้า เคยได้รับพระสมัญญานามว่า “โลกนายก” แปลว่า...

เคล็ดลับแห่งความสุข 0

เคล็ดลับแห่งความสุข

ปุจฉา เคล็ดลับแห่งความสุข วิสัชนา เคล็ดลับแห่งความสุข คนส่วนใหญ่มีความเชื่อกันว่า ความ “มี” มีความสุขมากกว่าความ “ไร้” การได้ “เป็น”คนมีชื่อเสียงมีความสุขมากกว่าการเป็นคน”สามัญ” แสนธรรมดา แต่…เมื่อถึงเวลาหนึ่ง หลายคนเริ่มคิดสวนทางกันความเชื่อของคนส่วนใหญ่ เพราะเริ่มค้นพบด้วยตัวเองว่าบางทีความ “มี” นั้นไม่ใช่คำตอบที่ทำให้เราพบกับความสุขแต่อย่างใด และบางทีความ “ไร้” กลับทำให้มีความสุขยิ่งกว่า เช่นเดียวกัน ใครบางคนตะเกียกตะกายที่จะได้เป็นนั่นเป็นนี่ แต่พอได้เป็นแล้วกลับโหยหาความเป็นคนธรรมดาสามัญที่คุ้นชินมาแต่ก่อน เมื่อหลายปีก่อนผู้เขียนได้ชมสารคดีบทสัมภาษณ์ประธานาธิบดีของประเทศติมอร์ตะวันออกแล้วประทับใจมาก นั่นคือ เมื่อนักข่าวซีเอ็นเอ็นคนหนึ่งถามท่านว่า หากเสร็จสิ้นภารกิจรวมประเทศแล้วท่านจะทำอะไรต่อ ท่านตอบด้วยแววตาทอประกายว่า “หลังเสร็จสิ้นหน้าที่การงานในตำแหน่งประธานาธิบดีแล้ว ผมจะกลับบ้านที่ชนบท หลังจากนั้นผมจะทำสวนและปลูกฟักทองครับ” นักข่าวจากตะวันตกทำหน้างงๆ ก่อนจะขำกับคำตอบที่เธอคิดว่าคงเป็นเรื่องล้อเล่นของท่านประธานาธิบดีเป็นแน่ อยู่มาวันหนึ่ง...

ธรรมในงาน งานในธรรม 0

ธรรมในงาน งานในธรรม

ปุจฉา ธรรมในงาน งานในธรรม วิสัชนา ธรรมในงาน งานในธรรม หลวงพ่อชา สุภัทโท พระวิปัสสนาจารย์ผู้ทำให้ดอกบัวบาน ในโลกตะวันตกอย่างหมดจดงดงาม เคยเล่าถึงตัวท่านเองในสมัยที่ยังใช้ชีวิตเป็นนักเรียนน้อยอยู่กับครูบาอาจารย์ว่า ท่านอุทิศตนเจริญจิตภาวนาแทบล้มประดาตาย เดินจงกรมจนทางเดินลึกเป็นร่อง นั่งสมาธินานจนปัสสาวะเป็นเลือด แต่อาจารย์คนหนึ่งของท่าน คือ หลวงปู่กินรี จันทิโย กลับมีปฏิปทาไปคนละอย่าง หลวงปู่ดูไม่ค่อยวุ่นวายกับจิตภาวนาชนิดเอาเป็นเอาตาย หลวงปู่ปฏิบัติสบายๆ นั่งสลับเดิน ทำอย่างนั้นนิดอย่างนี้หน่อย แล้วก็เปลี่ยนอิริยาบถไปบิณฑบาต กวาดลาน เย็บผ้า ซ่อมบริขาร มองอย่างผิวเผินเหมือนหลวงปู่ไม่สู้ให้ความสำคัญกับจิตภาวนาจนหลวงพ่อชาพลอยเข้าใจไปเองว่า “เราประมาท คิดว่าครูบาอาจารย์จะไปถึงไหนกัน เดินจงกรมก็ไม่เดิน นั่งสมาธินานๆ ก็ไม่เคยนั่ง คอนแต่จะทำนั่นทำนี่ตลอดวัน...

สรรพสิ่งคือของใช้ อย่าเข้าใจว่าเป็นของฉัน 0

สรรพสิ่งคือของใช้ อย่าเข้าใจว่าเป็นของฉัน

ปุจฉา สรรพสิ่งคือของใช้ อย่าเข้าใจว่าเป็นของฉัน ช่วงที่เหตุการณ์บ้านเมืองวุ่นวาย คนในประเทศทะเลาะแตกความสามัคคีกัน ผมเกิดความเบื่อหน่ายอย่างมาก ไม่รู้จะช่วยชาติบ้านเมืองได้อย่างไร เลยเลิกสนใจข่าวสารทุกชนิด ตั้งหน้าทำมาหากินสนใจแต่เรื่องปากท้องของตัวเอง การกระทำเช่นนี้เรียกว่าเป็นการ “ปล่อยวาง” หรือไม่ การปล่อยวางต่างจากการวางเฉย ไม่ใส่ใจอย่างไร? วิสัชนา วิสัชนา การปล่อยวางมี ๒ ประเภท (๑) การปล่อยวางด้วยความรู้ (๒) การปล่อยวางความเขลา การปล่อยวางด้วยความรู้เกิดขึ้น เพราะผู้ปล่อยวางนั้น ตระหนักรู้เท่าทันความจริงของโลกและชีวิตว่า ไม่อาจยึดเอาสิ่งใดมาเป็นของตนได้อย่างถาวร เพราะสรรพสิ่งล้วนตกอยู่ภายใต้กฎไตรลักษณ์ (กฎธรรมชาติที่เป็นสากลสำหรับทุกสิ่ง) ที่ว่า “ไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา” หรือ...

อย่าปล่อยให้ความโง่ลอยนวล 0

อย่าปล่อยให้ความโง่ลอยนวล

ปุจฉา อย่าปล่อยให้ความโง่ลอยนวล วิสัชนา อย่าปล่อยให้ความโง่ลอยนวล เรื่องการสอนอย่างตรงไปตรงมาของหลวงพ่อปัญญายังไม่จบ เพราะยังมีกรณีศึกษาให้อ้างอิงเพื่อประเทืองปัญญากันอีกหลายเรื่อง เช่น ในงานมงคลสมรสของบ่าวสาวคู่หนึ่ง เขามานิมนต์หลวงพ่อปัญญาไปเป็นประธานในการทำบุญและเมื่อถึงเวลาจะต้องสวมแหวนหมั้น แต่ทุกคนก็ยังรีรออยู่ เมื่อถามได้ความว่ากำลังรอฤกษ์ หลวงพ่อปัญญาจึงว่าไม่ต้องรอก็ได้เพราะ “…แหวนมันเป็นรูอยู่แล้ว จะสวมเวลาไหนมันก็เข้าทั้งนั้น แล้วจะหาฤกษ์อะไรนักหนาให้มันช้าไป” คนไทยกับหมอดูเป็นเรื่องที่แยกกันไม่ออก ในบรรดาหมอดูทั้งหลาย “หมอดูพระ” นับว่ามีความน่าเชื่อถือเป็นอย่างสูง พอ ๆ กับที่น่าหวั่นเกรงเป็นอย่างสูงเหมือนกัน เพราะบางทีท่านไม่ได้ดูหมอเปล่า ๆ แต่ทำอะไรบ้างนอกจากนั้นคงไม่ใช่ภารกิจของหนังสือเล่มนี้ ซึ่งเน้น “เกร็ดธรรมะ” มากกว่า การวิพากษ์วิจารณ์ เมื่อหมอดูพระมักสร้างปัญหามากกว่านำไปสู่ปัญญา หลวงพ่อปัญญาจึงว่าอย่างนี้ “เมื่อมาเป็นสมภารวัดชลประทานฯ อาตมามีอุดมการณ์ไว้ว่า วัดนี้จะให้เป็นวัดที่เผยแผ่สัจจธรรมของพระพุทธเจ้า...

หลวงพ่อ ‘ไม้บรรทัด’ 0

หลวงพ่อ ‘ไม้บรรทัด’

ปุจฉา หลวงพ่อ “ไม้บรรทัด” วิสัชนา หลวงพ่อ “ไม้บรรทัด” พระธรรมโกศาจารย์ หรือ หลวงพ่อปัญญานันทภิกขุ อดีตเจ้าอาวาสวัดชลประทานรังสฤษฎ์ มีศักดิ์เป็น “น้องท่าน” ของท่านพุทธทาสภิขุมหาเถระแห่งสวนโมกขพลาราม ไชยา ทั้งสองท่านเป็นแม่ทัพธรรมที่แยกกันเผยแผ่พระพุทธศาสนา โดยท่านพุทธทาสภิกขุซึ่งเป็นประหนึ่งพี่ชายในทางธรรมมุ่งเผยแผ่ “สัจธรรม” หรือ “โลกุตรธรรม” คำสอนของท่านจึงเหมาะสำหรับปัญญาชนที่มีสติปัญญาสูงและต้องการศึกษาธรรมะเชิงลึกอย่างเรื่องอัตตา อนัตตา สุญตา นิพพาน ปรมัตถธรรม ส่วนท่านปัญญานันทภิกขุมุ่งเผยแผ่ “จริยธรรม” อันเป็นธรรมะภาคปฏิบัติสำหรับประชาชนทั่วไป ธรรมะของท่านปัญญานันทภิกขุจึงใช้ถ้อยคำง่าย ตรงและทันสมัย แทบไม่ต้องตีความ และไม่นิยมอิงคัมภีร์และวิชาการจนดูรุงรังที่กล่าวเช่นนี้มิได้หมายความว่าท่านปัญญานันทภิกขุไม่ศึกษาคัมภีร์ ตรงกันข้ามท่านศึกษาคัมภีร์มาเป็นอย่างดีแล้วจึงนำมาย่อยเสียใหม่ให้งามและง่าย หากจะเปรียบแม่ทัพธรรมทั้งสองท่านนี้กับสุดยอดนักปราชญ์จีน ท่านพุทธทาสภิกขุก็ใกล้เคียงกับเล่าจื๊อผู้เผยแผ่ปรัชญาเต๋าอันลึกซึ้งสุขุมคัมภีรภาพ...