Career Path

Career Path

ประเสริฐ เอี่ยมรุ่งโรจน์
prasert@brandconnections.co.th

Career Path

งานหลักอย่างหนึ่งของคนที่เป็นลูกพี่ในบริษัทโฆษณา คือ รับใบลาออกจากลูกทีม และให้คำแนะนำกับเขาเพื่อให้เขาสามารถเลือกทางเดินที่เหมาะสมให้ตัวเอง

เป็นเรื่องเหลือเชื่อในช่วงที่เศรษฐกิจสดสวย Turnover rate ของคนในวงการโฆษณาสูงมาก บางปีเป็นหลักสิบเปอร์เซ็นต์ ผู้คนเปลี่ยนงานบางครั้งเพียงเพื่อขึ้นค่าตัว ไม่เฉพาะในวงการโฆษณาในวงการเงินอย่างเช่น Investment banking ก็เอากับเขาด้วย

หัวข้อหนึ่งของการพูดคุยระหว่างคนที่เป็นลูกพี่กับคนที่ต้องการไปอยู่ที่ใหม่ก็คือ ถ้าผมอยู่ที่เดิม Career path ของผมจะเป็นอย่างไร อยากจะบอกว่า ไม่มีใครสร้าง Career path ให้คุณได้ดีเท่ากับตัวคุณเองนั่นแหละคือผู้เขียนชะตาชีวิตของอาชีพว่าจะดีหรือเลวอย่างไร
ความสำเร็จในอาชีพต้องผ่านการวางแผน ไม่ใช่ทำไปวัน ๆ รอเงินเดือน ความสำเร็จของอาชีพต้องมีพิมพ์เขียวว่าจะโตจากต้นกล้าเป็นต้นไม้ใหญ่ได้อย่างไร
จากการสังเกตสิ่งรอบ ๆ ตัวและคุยกับผู้รู้ ผมคิดว่าช่วงชีวิตของการเติบโตจากตั้งไข่มาเป็นแม่ไก่หรือพ่อไก่น่าจะมีเส้นทางอย่างนี้

1. เมื่อยังเป็นวุ้น ลองนึกถึงตัวเราเองเมื่อจบการศึกษามาใหม่ ๆ แล้วเข้าทำงานในปีแรก ๆ สภาพที่ยังเงอะงะต้องปรับตัวเองกับโลกข้างนอก หน้าที่ของวุ้นคือ ค้นหาตัวเองว่าชอบอะไร เก่งอะไรเป็นพิเศษ คนที่อยู่ในช่วงนี้เป็นจำนวนมากไม่ค่อยรู้ว่าตัวเองต้องการอะไร อยากได้งานเพียงเพื่อสร้างรายได้ ลองถูกลองผิดไปเถอะครับ ไม่ว่ากัน
2. ช่วงเป็นต้นกล้า เมื่อเริ่มตกผลึกรู้ว่าอยากทำอะไรนี่เป็นช่วงข้อต่อสำคัญที่ต้องตอกเสาเข็มวางฐานซึ่งจะมีผลต่อ Career path ในอนาคต อย่าเล็งว่าต้องการแค่เงินเดือนสูง ๆ สิ่งที่ต้องใฝ่หาคือ มีครูดีเพื่อการเรียนรู้ ครูดีน่าจะมีอยู่สองอย่าง หนึ่งไปอยู่องค์กรที่มีชื่อเสียงและร่ำรวยความรู้ แล้วเรียนผ่านเนื้อของงาน สองไปอยู่ใกล้คนเก่งองค์กรไม่ดีไม่ว่ากันอยู่กับผู้รู้มีแต่จะได้ ได้มากแค่ไหนอยู่ที่เราเป็นคนตัก
คนเราต้องหิวความรู้และไม่อายที่จะถาม ผมไปประชุมประจำปีสมาคมโฆษณาเมื่อสองสามอาทิตย์ที่แล้วเจอกับอดีตเพื่อนร่วมงานคนหนึ่งซึ่งปัจจุบันเป็น Agency head เขาเล่าด้วยความขันในตัวเองว่าเมื่อเข้าวงการใหม่ ๆ ไม่รู้ศัพท์เฉพาะทางเลยถามเพื่อนที่นั่งข้าง ๆ ด้วยคำถามที่ไม่น่าถาม ไอ้คำว่า Double head มันหมายถึงอะไร ผมบอกว่าผมก็เป็นเหมือนกันแม้แต่ Artwork ผมยังไม่เข้าใจความหมายของมันเลย ถามไปเถอะผมว่าเท่ออก คุณมีโอกาสถามเพียงช่วงนี้ช่วงเดียว
การเปลี่ยนงานบ่อย ๆ ในช่วงสร้างฐานเป็นเรื่องไม่ค่อยจะดี เสาเข็มลงไม่แน่นสักทีเพราะมัวแต่เปลี่ยนงานมากกว่าจะหาความรู้เห็นมาเยอะ และอยากสรุปว่าถ้าไม่ตอกเสาเข็มให้แน่นต้น กล้าจะโตแบบลูกโป่ง
3. ช่วงเปล่งแสง เมื่อฝีมือแก่กล้าก็ต้องหาเวทีที่จะโชว์การเลือกเวทีก็มีความสำคัญ บางคนเงื่อนไขเยอะอยากอยู่เวทีดัง ชกมวยรุ่นใหญ่ และรายได้ต่อไฟลต์สูงมีครับแต่น้อย ในชีวิตจริงเราไม่ได้ทุกอย่างที่ฝันต้องชัดเจนว่าต้องการอะไรในชีวิตช่วงนี้
โอกาสและอิสระในการแสดงออกครับ
ถ้าเป็นเวทีต้องเลือกเวทีแบบ Academy Fantasia ออกแขกครั้งสองครั้งแววออกทันทีเงินน้อยหน่อยก็เอาน่ะ
ผมมีเพื่อนอยู่คนหนึ่งที่ใช้วิธีคิดแบบนี้และมันส่งผลต่ออนาคตความก้าวหน้าของอาชีพอย่างคุ้มค่าเขาทำงานกับบริษัทต่างชาติในแผนการตลาด มีอยู่วันหนึ่งลูกพี่ที่เป็นผู้อำนวยการตลาดที่เป็นชาวต่างชาติขอย้ายกลับไปทำงานที่บ้านเกิดนายใหญ่ก็เลื่อนเพื่อผมขึ้นมาบริหารแผนก น่าจะเป็นข่าวดี แต่เฉพาะช่วงแรก เพราะกัปตันทีมที่เป็นชาวต่างชาติเป็นคนเจ้าอารมณ์และทำงานด้วยยากมากแถมต่อมารู้อีกว่าเงินของเขาน้อยกว่ามาตรฐานของอุตสาหกรรมแต่เขาทำงานโดยไม่บ่นใช้โอกาสสร้างผลงานโดย Launch เบรนด์ใหม่ ๆ หลายตัว สุดท้ายลูกพี่มันยังไม่เห็นความดีก็ลาจากกันไป จากนั้นความก้าวหน้าของอาชีพก็วิ่งร้อยเมตรมีแต่งานเข้ามาหาจนปัจจุบันเป็นเบอร์สองของบริษัทใหญ่ทางการตลาด
การหาเวทีบางครั้งต้องกล้าเสี่ยง เวทีดังไม่ได้หมายความว่าคุณจะดังไปพร้อมกับชื่อเสียงของเวทีบางครั้งเวทีท้องถิ่นหรือเวทีใหม่ก็ขับความเป็นดาราของคุณได้เห็นมามากแล้ว

4. เมื่อติดลมบน ตอนนี้คุณต้องชี้นำทิศทางขององค์กรถ้าทำการบ้านมาแจ๋วน่าจะรับมือได้สบายมากคนที่ชอบเปลี่ยนงานเป็นว่าเล่นจนมาตรฐานไม่แน่นถ้าเกิดหลุดหลงมาถึงตรงนี้ก็ตัวใครตัวมันครับ

ถึงตรงนี้ คุณน่าจะรู้ว่าใครเป็นคนกำหนดความก้าวหน้าของชีวิตเรา

ที่มาหนังสือพิมพ์ กรุงเทพธุรกิจ วันศุกร์ที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2547
ภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *