Breakthrough Marketing Ideas คิดใหม่ให้ต่างเพื่อตลาดยั่งยืน 3

Breakthrough Marketing Ideas คิดใหม่ให้ต่างเพื่อตลาดยั่งยืน 3
โดย บิสิเนสไทย [12-10-2003]

หัวใจหลักคือทีมงาน
ในด้านการตลาด จะต้องตั้งเป้าหมายสำหรับวันนี้และอนาคตด้วย จำเป็นจะต้องทำความเข้าใจกับการเปลี่ยนแปลง คู่แข่ง และผู้ลงทุนของตัวเอง ต้องมองทั้งสองด้าน คือคู่แข่ง และความต้องการสินค้าซึ่งก็คือ ลูกค้า
หลุมพรางที่สำคัญที่พึงระวังคือ เมื่อคิดจะเริ่มต้นใหม่เรามักจะทำสินค้าใหม่ สิ่งที่ควรทำคือการวางตำแหน่งใหม่มากกว่า ควรจะคิดถึงสนามใหม่ เพราะฉะนั้นกลุ่มแรกที่ควรจะบริหารให้มีประสิทธิภาพที่สุดคือ ทีมงานของตัวเอง หากทีมงานไม่พอใจในการเปลี่ยนแปลง ก็อาจลาออกย้ายไปอยู่ที่ใหม่ จะเกิดความไม่พอใจแก่ผู้ถือหุ้น ทำให้ภาพลักษณ์บริษัทแย่ลง ในที่สุดก็กลายเป็นความพ่ายแพ้ทางธุรกิจ
ตัวผู้บริหารเองจะต้องรู้อยู่ตลอดเวลาว่า ธุรกิจตอนนี้เป็นอย่างไร ดีหรือแย่ แต่ปัญหาคือบริษัทมีบางส่วนที่ไม่สามารถติดต่อสื่อสารกันได้ พนักงานไม่ทราบสถานการณ์ของ บริษัท และไม่ทราบว่าจะทำงานอย่างเต็มที่ได้อย่างไร ผู้บริหารจะต้องแสดงให้เห็นว่าสถานะทางการเงินของบริษัทอยู่ในระดับที่มั่นคง เพื่อเรียกความมั่นใจของพนักงานและผู้ร่วมลงทุน
กรณีศึกษาคือ บริษัทนิสสัน ที่เคยเป็นบริษัทอันดับ 1 ในญี่ปุ่น ที่คิดถึงแต่ส่วนแบ่งทางการตลาด และไม่มีการเพิ่มคุณค่าของพนักงาน ทำให้ปัจจุบัน นิสสันตกไปอยู่อันดับที่ 50 ในตลาดแทน
เฮอร์มาวันบอกว่า นักการตลาดส่วนมากจะเป็นไปในแนวทางเดียวกัน คือ เสียน้อยเสียยาก เสียมากเสียง่าย
ในการทำธุรกิจนั้น ไม่ควรคิดเฉพาะ เรื่องส่วนแบ่งตลาด กำไร และความพอใจของลูกค้า แต่ควรคำนึงถึงต้นทุน ห่วงโซ่อุปทานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับบริษัท เพราะฉะนั้น นักการตลาดรุ่นใหม่ควรจะนำเสนอสิ่งใหม่ที่ไม่ใช่แค่ผลของการขายหรือการอยู่กับลูกค้า แต่เป็นการกล่าวถึงยุทธศาสตร์ใหม่ที่สามารถนำเสนอสำหรับกิจการทั้งหมดได้ด้วย
จุดสุดท้ายในการเริ่มต้นธุรกิจใหม่ คือ การเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมใหม่ของการทำงานในองค์กร การเปลี่ยนยุทธศาสตร์ไม่ยากเท่ากับการเปลี่ยนวัฒนธรรมซึ่งยากที่สุด แต่หากมีการคิดยุทธศาสตร์ใหม่ จะต้องมีวัฒนธรรมในการทำงานที่ดีขึ้น
บริษัทที่สามารถจะยืนหยัดอยู่ได้จะ ต้องเป็นบริษัทที่ยอมรับได้ทุกอย่าง ไม่ใช่แค่นโยบายผิวเผินที่ไม่สามารถปฏิบัติจริงได้
สิ่งที่จะเป็นต้นแบบตัวสุดท้ายคือ Sustainable Sub-Model Diagram ซึ่งบริษัทที่เริ่มต้นด้วยการเลือกประเภทธุรกิจ (Choice) หลังจากเมื่อถึงจุดอิ่มตัว จะไม่มีเงื่อนไขใดๆ มาเกี่ยวข้อง เมื่อถึงจุดที่ไม่ต้องดิ้นรน (Comfortable) ถือว่าเป็นจุดหายนะของบริษัท

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *