Breakthrough Marketing Ideas คิดใหม่ให้ต่างเพื่อตลาดยั่งยืน 1

Breakthrough Marketing Ideas คิดใหม่ให้ต่างเพื่อตลาดยั่งยืน 1
โดย บิสิเนสไทย [12-10-2003]

การสัมมนาทางการตลาด Breakthrough Marketing Ideas ที่จัดโดยหนังสือพิมพ์บิสิเนสไทยในโอกาสก้าวขึ้นสู่ปีที่ 3 ได้รับความสนใจจากผู้ประกอบการ นักการตลาดเข้าร่วมล้นหลามเกือบ 700 คน เฮอร์มาวัน การ์ตาจายา กูรูด้านการตลาดที่มีผลงานประพันธ์หนังสือร่วมกับปรมาจารย์การตลาดโลกฟิลิป คอตเลอร์ ซึ่งถือเป็นบุคคลไฮไลต์ของงานเสนอแนวคิดการตลาดแบบ Rethinking เน้น การคิดอย่างแตกต่างไม่ใช่เริ่มต้นคิดแค่เรื่อง Marketing Mix แบบเดิมๆ เท่านั้น เสนอโมเดลแบบ Rocket เพื่อการนำบริษัทหรือองค์กรไปสู่การพัฒนาแบบยั่งยืน

การคิดอย่างแตกต่างมีประโยชน์ โดยยกตัวอย่างจากเพลง Imagine ซึ่งเป็นเพลงที่เกี่ยวกับความฝันที่ผู้แต่งต้องการมีโลกเดียว และในปัจจุบันโลกก็ globalize กลายเป็นโลกเดียวแล้ว โดยเฉพาะด้านการค้าและการตลาด แต่เรายังไม่มีความสงบสุข กล่าวคือธุรกิจยังไม่มีความมั่นคง ความยั่งยืน (sustainability) จึงเป็นสิ่งสำคัญที่เราต้องทำให้เกิดกับธุรกิจในยุคของการเปลี่ยนแปลงแบบ paradox
ยิ่งในอนาคตเราจะต้องก้าวเข้าสู่ยุค paradox เป็นอย่างมาก ทั้งประเทศไทย อินโดนีเซีย ญี่ปุ่นและประเทศอื่นๆ ทั่วโลก แต่ประเทศไทยมีความโดดเด่น
ในปัจจุบันเรากำลังเผชิญการเปลี่ยนแปลง และต้องดำเนินการเพื่อธุรกิจที่ดีขึ้น เราจึงต้องเรียนรู้ที่จะทำการตลาดแบบยั่งยืน (Sustainable Marketing) ให้ได้ เพราะถึงแม้ว่าไทยเราและเอเชียจะผ่านช่วงวิกฤตเศรษฐกิจมาแล้ว แต่เราก็ยังไม่ฟื้นตัวมากนัก และที่สำคัญคือไม่มีใครสามารถรับประกัน อนาคตธุรกิจของเราได้ ดังนั้นต้องหาทางทำอย่างไรเพื่อให้ธุรกิจยั่งยืนท่ามกลางความไม่แน่นอน
เฮอร์มาวันมองว่า การระดมทุนมีความเกี่ยวข้องกับการตลาด เพราะว่าการเริ่มทำธุรกิจก็ต้องอาศัยเงินทุน และกำลังจะแต่งหนังสือว่าด้วยเรื่องนี้โดยอาจใช้กรณีของประเทศไทยเป็นกรณีศึกษา
เฮอร์มาวันได้นำเสนอ Marketing Model ของเขาเองในรูปแบบ Sustainable Marketing
ก่อนหน้าวิกฤตเศรษฐกิจ เอเชียมีลักษณะดังนี้คือ รัฐบาลกุมอำนาจเบ็ดเสร็จ พัฒนาโดยรัฐบาล หน่วยงานมากมายหลายชั้น มีค่านิยมแบบเอเชีย และมีเครือข่าย
หลังจากวิกฤตเราจึงต้องใส่ใจในสิ่ง ต่อไปนี้ อัตราแลกเปลี่ยนค่าของเงิน การมีปฏิกิริยาตอบสนองกับสิ่งต่างๆ ข้อมูลข่าวสาร ระบบเศรษฐกิจที่รัฐบาลผลักดัน การลงทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศ และที่สำคัญที่สุดความยั่งยืนหรือรูปแบบการตลาดแบบ sustainable ความจริงก็คือธุรกิจไม่มีความมั่นคงแต่กลับเปราะบางเปลี่ยนแปลงง่าย
การเปิดกว้างทางการเมืองเกี่ยวข้องกับการเปิดกว้างทางการตลาด เป็นที่น่าสังเกตว่าประเทศจีนมีความมั่นคงมากที่สุดทั้ง ๆ ที่การเปิดกว้างทางการเมืองและการตลาดมีน้อยมาก ตรงกันข้ามกับอินโดนีเซีย และหลังจากปี 1997 ทั้ง 2 อย่างต้องไปด้วยกัน พร้อมกับกล่าวถึงไทยว่า เป็นประเทศแรกที่เข้าสู่วิกฤตเศรษฐกิจ
เฮอร์มาวันได้แบ่งบริษัทในเอเชียแบ่ง ออกเป็น 4 ประเภทคือ
ประเภทที่ 1 ฟองสบู่ (Bubble)
เป็นบริษัทที่ดูดี แต่ภายในกลวง ไม่มีการพัฒนา มีการคอรัปชั่น
ประเภทที่ 2 รุกตลาด (Aggressive)
เป็นบริษัทที่ต้องการเติบโตเร็ว แต่รุกขยายธุรกิจมากเกินไป ทำหลายอย่างมากเกินไป
ประเภทที่ 3 อนุรักษ์นิยม (Conservative)
บริษัทที่หุ้นราคาดี แต่ไม่พัฒนา แข่งขันแบบเดิมๆ ไม่มีความคิดใหม่ๆ
ประเภทที่ 4 ยั่งยืน (Sustainable)
ดีที่สุดซึ่งรู้วิธีดำเนินธุรกิจ มีความได้เปรียบและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
มีผลการดำเนินธุรกิจรวมถึงกำไรที่ดี ตัวอย่างเช่น สิงคโปร์ แอร์ไลน์ ซึ่งไม่ทำทุกอย่าง แต่ตั้งใจเป็นธุรกิจนานาชาติจริงๆ
ส่วนธุรกิจประเภทที่ 2 สามารถเปลี่ยนในแนวนอนเพื่อเป็นบริษัทยั่งยืน ซึ่งเปลี่ยนแปลงได้ไม่ยาก และบริษัทประเภทที่ 3 ต้องปรับเปลี่ยนตามแนวตั้ง เพื่อเป็นบริษัทที่มี ความยั่งยืนส่วนประเภทที่ 1 ต้องเปลี่ยนแบบ vectoral (ทิศทางแบบเครื่องบินทะยานขึ้น)ซึ่งยากมาก ลองเปรียบเทียบบริษัทตัวเองว่าเป็นแบบใดใน 4 แบบนี้
บริษัทตัวอย่างที่เคยเป็นฟองสบู่ก่อนวิกฤตแต่สามารถเปลี่ยนเป็นแบบต่อเนื่องยั่งยืนได้คือ ซัมซุง เพราะมีการเปลี่ยนแปลงตัวเองได้ดีมาก ซีอีโอก็มีอายุไม่มาก สาเหตุสำคัญก็คือ จากที่เคยทำทุกอย่าง บริษัทเปลี่ยนเป็นทำธุรกิจที่ถนัดจริงๆ คือธุรกิจอิเล็กทรอนิกส์ เราจึงควรทำธุรกิจเฉพาะที่ถนัดและเชี่ยวชาญจริงๆ

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *