B2B ทะเลสีครามที่กำลังจะเดือด

B2B ทะเลสีครามที่กำลังจะเดือด

ในระยะหลังมานี้ ผมมักจะได้ยินคำว่า B2B (Business to Business) บ่อยมาก พอๆ กับคำว่า Web 2.0 และ Social Network หากใครไม่ได้อยู่ในสายของธุรกิจอาจจะ งง ว่า เจ้า B2B ที่ผมพูดถึงมัน คือ อะไร

ก่อนอื่นต้องขอปูพื้นว่าด้วยวิชา Marketing 101 ที่โดยปกติการซื้อขายจะมีฝั่งผู้ซื้อ (Consumer) และผู้ขาย/ผู้ผลิต/ร้านค้า (Business) ซึ่งสามารถเอามาแจงแจง ได้ 4 แบบ ในที่นี้ผมขอยกตัวอย่างง่ายๆ คือ

1. C2C (Consumer to Consumer)
เป็นรูปแบบการซื้อ-ขายระหว่างผู้ซื้อด้วยกันเอง เช่น ผมมีเพลงหนึ่งแผ่น ขายต่อให้สาวน้อยน่ารักในราคาถูกๆ

2. B2C (Business to Consumer)
เป็นรูปแบบการซื้อ-ขายระหว่างร้านค้าและผู้ซื้อ เช่น ผมซื้อเพลงเติ้งลี่จวินจากร้านอาม่าหน้าปากซอย

3. B2B (Business to Business)
เป็นรูปแบบการซื้อ-ขายระหว่างร้านและร้านด้วยกัน เช่น ร้านคอมพิวเตอร์ซื้อ cpu เมาประกอบคอมพิวเตอร์ขายให้โรงเรียนบ้านนอก 100 เครื่องในราคาแสนแพง

4. G2C (Government to Consumer)
เป็นรูปแบบการซื้อ-ขายระหว่างหน่วยงานของรัฐหรือองค์กรกับผู้ซื้อ เช่น กระทรวงกลาโหมขายรถถังให้แก่บริษัทไฟแนนท์เอาไว้ใช้ในกิจการทวงหนี้ เป็นต้น

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น เราไม่ควรเข้าใจผิดว่า Consumer จะต้องเป็นตาสีตาสา ยายมียายมา หรือ Business จะต้องเป็นร้านค้า โรงงาน เท่านั้น หากแต่อยู่ที่สถานการณ์ของการซื้อขายว่าใครตกเป็นฝ่ายซื้อ (Consumer) หรือฝ่ายขาย (Business) กันต่างหาก

โลกของ Internet ในประเทศไทยเราจะพบ E-Market Place หลายเว็บไซต์ที่ทำธุรกิจครบทั้ง 4 แบบ แต่ที่แพร่หลายกันมากที่สุด เห็นจะเป็น C2C และ B2C ไม่ว่าจะ Thaisecondhand, Tarad, Weloveshopping, Pantip Market สารพัดให้เลือกสรร แต่ลองสังเกตุดูดีๆ ว่า จะมีรูปแบบธุรกรรมแบบหนึ่งที่เป็นรูปแบบปราบเซียนมานักต่อนัก นั่นก็คือ รูปแบบ B2B นั่นเอง

หลายปีที่ผ่านมา E-Market Place แบบ B2B ในประเทศไทย เคยมีหลายเจ้าที่ทำออกมามากมาย แต่ก็ต้องล้มหรือเปลี่ยนไปทำ B2C แทน เนื่องด้วยสาเหตุหลายอย่าง

ในปัจจุบันการธุรกิจแทบทุกที่มีการนำเอาเทคโนโลยี Internet มาใช้งานจนกำหนดเป็นมาตรฐานการซื้อขาย ถึงขั้นส่งจดหมายเวียนไปให้ผู้ซื้อขายของตน ว่า ถ้าไม่มีการทำ E-Commerce หรือระบบธุรกรรมผ่าน Internet จะไม่ยอมติดต่อด้วย จึงทำให้ธุรกิจใหญ่ๆต้องมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น เป็นส่วนผลักดันให้ การซื้อขายผ่าน Internet โดยเฉพาะแบบ B2B แรงขึ้นกว่าเดิม

Gartner of Stamford ได้รายงานว่า ในปี 2548 (2005) B2B มีการซื้อขายคิดเป็นเงิน 8.5 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ!!! จากแต่ก่อนปี 2003 มีมูลค่า $3.6 ล้านล้าน และ 2004 มีมูลค่า $6.0 ล้านล้าน* (ลองไปคำนวณเป็นเงินไทยเองนะ)

ด้วยความที่มีเม็ดเงินหมุนเวียนมากมายในธุรกิจประเภทนี้ ผสมกับความต้องการ และช่องว่างของ E-Market Place แบบ B2B ในประเทศไทย จึงทำให้หลายบริษัทเปิดตัว และปรับปรุงเว็บไซต์ B2B ของตนเป็นการใหญ่

ที่น่าสนใจในตอนนี้ก็มี Thailand.com ของ บริษัท ไทยพอทัล จำกัด, Worldtradeaa.com และที่เพิ่งเปิดใหม่สดร้อนๆ คือ BizToThai.com ของ บริษัท โปรซอร์ฟ จำกัด

รวมไปถึง บริษัท ที่เป็นเจ้าตลาด E-Commerce ของไทยอย่าง Tarad.com ก็จะลงสนามทะเลสีม่วง หรือ ไวโอเล็ตโอเชี่ยน (ผมตั้งเอง เพราะมันเป็นบลูที่กำลังจะแดงขึ้นทุกวัน) เปิดตัว B2B ของตนเองเช่นกัน ซึ่งใน entry หน้าผมจะมาแอบลักลอบ review ระบบของ Tarad B2B ไว้ให้ผู้ที่สนใจลองดูกันเล่นๆ ครับ

ที่มา : http://www.marketingbyte.com/

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *