Apparel Logistics & Supply Chain Management 3

Apparel Logistics & Supply Chain Management 3

Source: มนัญญา อะทาโส

Kerry Logistics เพิ่มมูลค่าในโซ่อุปทาน ติดปีกให้ OEM ไทย
เคอรี่ โลจิสติคส์ (ประเทศไทย) จำกัด เผยโมเดลบริหารโลจิสติกส์ และซัพพลายเชนอุตสาหกรรมเสื้อผ้า ระบุช่วยลูกค้าเจ้าของแบรนด์ลดต้นทุนโลจิสติกส์โดยรวม พร้อมติดปีกสร้างความได้เปรียบคู่แข่งให้ผู้รับจ้างผลิตเสื้อผ้าคนไทย
อุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มโดยเฉพาะเจ้าของแบรนด์ในต่างประเทศ ให้ความสำคัญกับการบริหารโลจิสติกส์ และซัพพลายเชนมาก เพราะต้องรองรับกับการเคลื่อนไหวที่รวดเร็วของสินค้าแฟชั่น แต่หลายรายมักประสบปัญหาเรื่องการเชื่อมโยงข้อมูลในระบบซัพพลายเชน ด้วยเหตุนี้บริษัท Kerry Logistics (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ให้บริการ 3PL จึงมีแนวคิดเข้ามามีบทบาทสำคัญในการเป็นคนกลางทำงานแทนเจ้าของแบรนด์เหล่านั้นในการบริหารโลจิสติกส์ และซัพพลายเชนกับผู้รับจ้างผลิตในประเทศไทย (OEM)
สำหรับแนวคิดในการทำงานรูปแบบดังกล่าวนั้น คุณสิทธิพร เตชะภมรกุล ผู้ช่วยผู้จัดการทั่วไป บริษัท เคอรี่ โลจิสติคส์ (ประเทศไทย) จำกัด อธิบายให้ฟังว่า รูปแบบในการบริหารโลจิสติกส์ และซัพพลายเชนให้กับอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มที่บริษัทฯ ทำอยู่ คือทำหน้าที่เป็นคนกลางในการติดตามงานระหว่างลูกค้าคือเจ้าของแบรนด์ในต่างประเทศกับซัพพลายเออร์ซึ่งเป็นผู้รับจ้างผลิต (OEM) ในประเทศไทย เพื่อให้ระบบในการเคลื่อนย้ายสินค้าเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งประกอบด้วยการบริหารคำสั่งซื้อ (P/O Management) บริหารซัพพลายเออร์ (Supplier Management) บริหารคลังสินค้า (Inventory Management) บริหารด้านเอกสาร (Document Management) และบริหารการจัดส่ง โดยมีระบบเทคโนโลยีสารสนเทศที่ออกแบบเฉพาะเชื่อมโยงข้อมูลกับลูกค้าทุกขั้นตอน
เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนในกระบวนการทำงาน คุณสิทธิพร ได้ยกตัวอย่างการให้บริการลูกค้าที่เป็นเจ้าของแบรนด์เสื้อผ้าในต่างประเทศรายหนึ่ง ซึ่งบริษัทฯ ให้บริการตั้งแต่ศึกษาความต้องการของลูกค้าเพื่อออกแบบโซลูชั่นที่เหมาะสม จากนั้นบริหารตามคำสั่งซื้อว่า มีการผลิตสินค้าตรงตามจำนวนที่ตกลงซื้อขายกันหรือไม่ บริหารซัพพลายเออร์และเป็นคนกลางเชื่อมในการบริหารคลังสินค้า ให้ซัพพลายเออร์จัดส่งสินค้าตามจำนวน และตารางเวลาที่กำหนด โดยจัดทำเป็นรายงานแจ้งเจ้าของแบรนด์เพื่อให้สามารถวางแผนบริหารจัดการได้ ทั้งนี้ ลูกค้าสามารถใช้ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศในการตรวจสอบสถานะของสินค้าว่าอยู่ในขั้นตอนใด ซึ่งเป็นการมองเห็นการเคลื่อนไหวของสินค้าได้ตลอดเวลา (Visibility)
เมื่อซัพพลายเออร์ส่งสินค้าสำเร็จรูปมายังบริษัทฯ จึงเข้าสู่กระบวนการเพิ่มมูลค่าสินค้า โดยบริหารจัดการสินค้าตามจำนวนที่ลูกค้าปลายทางคือร้านค้าปลีกที่จำหน่ายสินค้าต้องการ ติดฉลากสินค้า จัดสินค้าลงกล่อง ซึ่งสินค้าดังกล่าวพร้อมจำหน่ายที่ร้านค้าปลีกปลายทางได้เลย โดยที่เจ้าของแบรนด์ไม่ต้องรับภาระในส่วนนี้
จากนั้นจึงเป็นการบริหารด้านเอกสารส่งออก รวมถึงกระบวนการในการจัดส่งสินค้าแบบ Door to door ต่อไป
“โซลูชั่นที่เรานำเสนอเป็นการได้ประโยชน์ร่วมกันแบบ win win คือลูกค้าที่เป็นเจ้าของแบรนด์ไม่ต้องดำเนินการเองหมดทุกขั้นตอน ซึ่งช่วยเรื่องการลดต้นทุนโลจิสติกส์โดยรวมได้ เป็นการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ผลิตเสื้อผ้าในประเทศไทย และผู้ผลิตเสื้อผ้าในประเทศเพื่อนบ้าน รวมทั้งก่อให้เกิดการจ้างแรงงานเพิ่มมากขึ้นในประเทศไทยด้วย” คุณสิทธิพร กล่าว
ถือเป็นอีกหนึ่งรูปแบบในการให้บริการของ บริษัท เคอรี่ โลจิสติคส์ (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งเป็นทางเลือกในการเอาท์ซอร์สด้านการบริหารโลจิสติกส์ และซัพพลายเชน เพื่อให้ผู้ผลิตสินค้าได้ทุ่มเทเวลากับงานที่ตนเองถนัด และเป็นธุรกิจหลักได้อย่างเต็มกำลัง

สถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอสร้างคลัสเตอร์สิ่งทอ-ตั้งไข่ระบบซัพพลายเชน
สถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ ชี้พัฒนาคลัสเตอร์อุตสาหกรรมสิ่งทอปูพื้นฐานระบบซัพพลายเชน ชูคลัสเตอร์เพชรเกษมประสบความสำเร็จ ปี 52 เดินหน้าแผนงานสร้างคลัสเตอร์สมุทรปราการ
แม้การเชื่อมโยงระบบซัพพลายเชนในลักษณะเต็มรูปแบบของอุตสาหกรรมสิ่งทอ-เครื่องนุ่งห่มของไทยยังไม่เกิดภาพเป็นรูปธรรม แต่เป็นที่น่าดีใจว่าปัจจุบันในวงการอุตสาหกรรมสิ่งทอได้มีการจับมือพัฒนาเครือข่ายคลัสเตอร์เพื่อร่วมกันคิด ร่วมกันทำ ร่วมกันขาย ร่วมกันวิเคราะห์ ร่วมกันแข่ง และพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตให้ทันสมัย ซึ่งถือเป็นรากฐานสำคัญของการเชื่อมโยงระบบซัพพลายเชนในอนาคต
คลัสเตอร์สิ่งทอเพชรเกษมได้รับการพัฒนาเป็นคลัสเตอร์อุตสาหกรรมต้นแบบ ซึ่งเป็นการรวมกลุ่มกันของผู้ประกอบการในพื้นที่ จ.นครปฐม ราชบุรี สมุทรสาคร และกรุงเทพฯ ในแถบถนนเพชรเกษม โดยมีสถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอร่วมกับกรมส่งเสริมอุตสาหกรรมให้การสนับสนุน
“ระบบซัพพลายเชนมีความสำคัญต่อธุรกิจ แต่ก่อนที่จะมองการเชื่อมโยงซัพพลายเชนซึ่งในทางปฏิบัติยังทำได้ยาก เราเลยมองเรื่องการสร้างคลัสเตอร์ซึ่งจะเป็นรากฐานสำคัญในการสร้างระบบซัพพลายเชนในอนาคต เพราะถ้าผู้ประกอบการเข้าใจหลักการในการร่วมคิด ร่วมขาย ร่วมทำ ร่วมแข่งตามวัตถุประสงค์ของการรวมกลุ่มคลัสเตอร์ก็จะทำให้เข้าใจระบบซัพพลายเชนได้ง่ายขึ้น” คุณวิรัตน์ ตันเดชานุรัตน์ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ กล่าว
คุณวิรัตน์ กล่าวต่อไปด้วยว่า การบริหารซัพพลายเชนมีบทบาทสำคัญต่ออุตสาหกรรมสิ่งทอ-เครื่องนุ่งห่ม หากสามารถเชื่อมโยงธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกันให้เข้ามาอยู่ในสายซัพพลายเชนเดียวกัน ย่อมทำให้การตกลงซื้อขายในระบบการค้ารวดเร็ว-แม่นยำมากขึ้น สามารถลด lead time และลดต้นทุนได้
ทั้งนี้ คุณวิรัตน์ ได้กล่าวถึงผลที่ได้รับจากการรวมกลุ่มคลัสเตอร์สิ่งทอเพชรเกษมว่า ได้รับผลเป็นที่น่าพอใจ โดยสมาชิกในกลุ่มได้ร่วมกันซื้อ ร่วมกันขาย และสามารถสร้างสรรค์สินค้านวัตกรรมใหม่ๆ ออกสู่ตลาด เช่น เสื้อเหลืองที่ระบายเหงื่อได้ดี จีวรกันยุง เสื้อสมุนไพรกันเชื้อรา ฯลฯ โดยในอนาคตสถาบันฯ มีแผนงานที่จะขยายผลการสร้างกลุ่มคลัสเตอร์ในพื้นที่อื่น ๆ ทั้งในปริมณฑล และภูมิภาคให้กว้างขวางต่อไป
เชื่อมั่นอุตสาหกรรมสิ่งทอไทยยังรุ่ง
ถามถึงอนาคตอุตสาหกรรมสิ่งทอไทย คุณวิรัตน์ แสดงทัศนะว่า น่าจะมีอัตราการเติบโตประมาณ 10% ทั้งนี้ เพราะตัวอุตสาหกรรมยังมีอนาคตที่ดีมาก และเป็นโอกาสดีที่ผู้ประกอบการของไทยจะเข้าไปเจาะกลุ่มลูกค้าในตลาดอาเซียนซึ่งมีประชากร 500-600 ล้านคน รวมถึงตลาดที่น่าสนใจอย่างยุโรปซึ่งไทยควรพยายามพัฒนาศักยภาพสินค้าเพื่อตีตลาด รวมถึงตลาดในประเทศด้วย
อย่างไรก็ดี สิ่งสำคัญคือผู้ประกอบการไทยต้องเร่งพัฒนาศักยภาพทั้งในด้านคุณภาพสินค้า การบริหารจัดการ การนำเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาช่วยในการเพิ่มประสิทธิภาพธุรกิจ เพื่อฉกฉวยโอกาสทางการตลาดดังกล่าว เพราะหากผู้ประกอบการไม่เร่งปรับตัวตามระบบการค้าที่เปลี่ยนแปลง อาจถูกอุตสาหกรรมทิ้งห่างและต้องปิดตัวลงอย่างเลี่ยงไม่ได้

You may also like...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *