Apparel Logistics & Supply Chain Management 2

Apparel Logistics & Supply Chain Management 2

Source: มนัญญา อะทาโส

อุตฯ เครื่องนุ่งห่มไทยตื่นตัวเร่งปรับระบบโลจิสติกส์-ซัพพลายเชน
ผู้ผลิตในอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งไทยเร่งปรับกระบวนการทำงาน ดึงแนวคิดการบริหารระบบโลจิสติกส์ และซัพพลายเชนมาใช้ ชี้ขั้นแรกต้องบริหารระบบภายในองค์กรให้ดีก่อน
ปัญหาหลักในการบริหารโลจิสติกส์ และซัพพลายเชนของอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มไทย คือ ขาดข้อมูลเพื่อนำมาใช้ในการวางแผนการทำงาน ทำให้มีปัญหาในกระบวนการผลิต ต้นทุนในการขนส่งสูง เพราะการขนส่งส่วนใหญ่กว่า 80% เป็นการขนส่งสินค้าเที่ยวเดียว ซึ่งมีผลต่อต้นทุนโลจิสติกส์โดยรวมทั้งสิ้น ทั้งนี้ คาดว่าต้นทุนโลจิสติกส์โดยรวมของอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มอยู่ที่ประมาณ 15% คุณเดช พัฒนเศรษฐพงศ์ นายกสมาคมอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มไทย และคุณวัลลภ วิตนากร President บริษัท ไฮ-เทค แอพพาเรล จำกัด แสดงความเห็น
ถามถึงความตื่นตัวเรื่องการบริหารโลจิสติกส์ และซัพพลายเชนในวงการอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มไทย คุณสมบูรณ์ เจือเสถียรรัตน์ Director บริษัท ไทยการ์เม้นต์เอ๊กซปอร์ต จำกัด แสดงทัศนะว่า ผู้ผลิตให้ความสำคัญมากขึ้น หลายบริษัทกำลังเร่งเดินหน้าแผนงานด้านโลจิสติกส์ และซัพพลายเชน แต่การนำไปประยุกต์ใช้อาจมีข้อเหลื่อมล้ำบ้างระหว่างบริษัทผู้ผลิตรายใหญ่กับรายเล็ก เนื่องจากข้อจำกัดด้านเงินทุน และความรู้ความเข้าใจ
บริษัทการ์เมนท์เร่งวางระบบโลจิสติกส์ ซัพพลายเชน
เกี่ยวกับการประยุกต์ใช้การบริหารโลจิสติกส์ และซัพพลายเชนนั้น คุณวัลลภ กล่าวว่า ได้นำเข้ามาประยุกต์ใช้ใน บริษัท ไฮ-เทค แอพพาเรล จำกัด โดยสร้างความเชื่อมโยงซัพพลายเชนทั้งภายในองค์กร และกับซัพพลายเออร์ โดยร่วมวางแผนการผลิตกับซัพพลายเออร์เกือบทุกราย มีระบบไอทีเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างกันเพื่อจัดตารางการส่งมอบวัตถุดิบให้เหมาะสม
ผลที่ได้คือบริษัทฯ สามารถประหยัดพื้นที่คลังสินค้าได้มาก ประหยัดเวลา ลดการจัดส่งสินค้าผิดพลาด ประหยัดต้นทุนการขนส่ง แม้ยังไม่สามารถระบุเป็นตัวเลขชัดเจนได้ก็ตาม
ด้านคุณสมบูรณ์ กล่าวถึงรูปแบบการบริหารโลจิสติกส์ และซัพพลายเชนของ บริษัท ไทยการ์เม้นต์เอ๊กซปอร์ต จำกัด ว่า ให้ความสำคัญอยู่ 3 ส่วน คือ 1. บุคลากรที่มีความรู้ความเข้าใจ 2. ระบบไอทีในการเชื่อมโยง-ควบคุมการไหลของข้อมูล และ 3. การบริหารจัดการกระบวนการทำงาน
โดยยกตัวอย่างให้เห็นภาพชัดเจน ว่า เมื่อปี 2547 บริษัทฯ ได้นำระบบ ERP เข้ามาใช้ เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลในแผนกต่างๆ ที่เกี่ยวข้องระหว่างโรงงานผลิตของบริษัทฯ สามโรงงาน รวมถึงบริษัทในกลุ่ม TAL Group ซึ่งเป็นบริษัทแม่อยู่ที่ฮ่องกง มีโรงงานผลิตอยู่ 7 ประเทศในแถบเอเชีย
ทำให้สามารถเห็นข้อมูลที่มีประโยชน์ต่อการตัดสินใจในการบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพิ่มความแม่นยำ-รวดเร็ว เช่น นำระบบ ERP เชื่อมต่อกับระบบ Paperless ของกรมศุลกากร ทำให้สามารถทำเอกสารการส่งออกได้ภายใน 1 ชั่วโมง จากเดิมที่ใช้เวลาประมาณ 2 วัน
นอกจากนี้ สามารถลดกำลังคนในงานจัดการฐานข้อมูลได้โดยที่มียอดขายเพิ่มขึ้น คือ จากเดิมที่มีประมาณ 1,200-1,300 คน และยอดขายอยู่ที่ประมาณ 140-150 ล้านเหรียญสหรัฐ เหลือกำลังคนประมาณ 1,100 คน ขณะที่ยอดขายพุ่งเป็น 160-170 ล้านเหรียญสหรัฐ และสามารถลดระยะเวลาในการสั่งซื้อสินค้าเหลือเพียง 2 อาทิตย์ จากเดิมที่ใช้เวลาประมาณ 1 เดือน
ส่วนการบริหารซัพพลายเชนกับคู่ค้าปัจจุบันได้ยกระดับการพัฒนาต่อยอดจากการร่วมวางแผน VMI กับลูกค้า เป็นการส่งข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์เชื่อมต่อข้อมูลความต้องการของลูกค้าเข้าไปในระบบไอที ทำให้ลูกค้าสามารถรู้สถานะของสินค้าได้ทันที
กระบวนการทางการค้าที่ถูกบีบด้วยเงื่อนไขเวลาที่สั้นลง ทำให้ผู้ผลิตเครื่องนุ่งห่มไทยต้องเร่งปรับกระบวนการทำงานให้รองรับความต้องการของลูกค้าให้ได้ ซึ่งการบริหารโลจิสติกส์ และซัพพลายเชนเป็นทางออกหนึ่งของอุตสาหกรรม
Nice Apparel Co., Ltd. ยกเครื่องระบบข้อมูลในองค์กร หวังเป็นบันไดบริหารระบบโลจิสติกส์-ซัพพลายเชน
ไนซ์ แอพพาเรล ผู้ผลิตเสื้อผ้า OEM ไทย เร่งพัฒนาระบบเชื่อมโยงข้อมูลในองค์กร เพื่อรุกสู่การบริหารโลจิสติกส์ และซัพพลายเชนครบวงจร ชี้ช่วยให้วางแผนงานได้รัดกุมขึ้น และมองเห็นคอขวดที่ต้องปรับปรุง
บริษัท ไนซ์ แอพพาเรล จำกัด เป็นอีกบริษัทหนึ่งที่ลุกขึ้นมาเอาจริงเอาจังในการพัฒนา-ปรับปรุงระบบโลจิสติกส์ และซัพพลายเชน โดยถือเป็นบริษัทต้นแบบที่นำการผลิตแบบลีน (Lean Manufacturing) เข้ามาใช้ในกระบวนการผลิตเพื่อลดความสูญเสีย และอยู่ระหว่างสร้างฐานข้อมูลในองค์กรให้เชื่อมโยงกันเพื่อนำไปบริหารจัดการ หวังเป็นบันไดในการเชื่อมโยงสายซัพพลายเชนกับคู่ค้าในระยะต่อไป
บริษัท ไนซ์ แอพพาเรล จำกัด เป็นผู้รับจ้างผลิตเสื้อผ้าสำเร็จรูป (OEM) รายใหญ่ของไทย โดยผลิตสินค้าเสื้อผ้ากีฬาให้กับแบรนด์ดังทั่วโลก ยอดการส่งออกสินค้ากว่า 30 ล้านชิ้นต่อปี มีบริษัทในเครือจำนวน 5 แห่ง และมีเป้าหมายเพิ่มกำลังการผลิตเป็น 60 ล้านชิ้นในปี 2553
สำหรับการนำระบบบริหารโลจิสติกส์ และซัพพลายเชนเข้ามาประยุกต์ใช้ในบริษัทฯ นั้น คุณชัยวัฒน์ พรหมวิเวก Logistics & Supply Chain Manager บริษัท ไนซ์ แอพพาเรล จำกัด กล่าวว่า การพัฒนาดังกล่าวอยู่ในระยะเริ่มต้น โดยเริ่มพัฒนาอย่างจริงจังเมื่อปลายปี 2550 ซึ่งก่อนหน้านี้ยังขาดความรู้ความเข้าใจเรื่องระบบโลจิสติกส์ และซัพพลายเชน โดยมองเป็นแค่เรื่องการขนส่ง ขณะที่มีบางกิจกรรมในระบบโลจิสติกส์ที่ลูกค้าให้นำมาใช้ในกระบวนการทำงานอยู่แล้ว เช่น ระบบลีน แต่ไม่ทราบว่าเป็นส่วนหนึ่งของการบริหารโลจิสติกส์
เร่งสร้างฐานข้อมูล แก้ปัญหาคอขวด
หลังจากเข้าใจแนวคิดของการบริหารโลจิสติกส์ และซัพพลายเชนแล้ว จึงได้ลงทุนพัฒนาระบบไอทีโดยแผนกไอทีของบริษัทฯ เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลภายในองค์กรให้อยู่ในระบบข้อมูลเดียวกัน ซึ่งผลที่ได้รับคือสามารถนำระบบข้อมูลดังกล่าวไปใช้ในการบริหารจัดการ เห็นข้อบกพร่องที่ต้องปรับปรุง และทำให้กระบวนการทำงานรวดเร็วขึ้น เช่น สามารถออกใบสั่งซื้อสินค้าอัตโนมัติรวดเร็วขึ้น มีการประสานงานสร้างความเข้าใจกับซัพพลายเออร์มากขึ้น โดยมีระบบในการตรวจสอบออเดอร์ล่วงหน้าก่อนวันส่งมอบ 15 วัน และ 7 วัน เพื่อป้องกันความผิดพลาดในการส่งมอบสินค้า นอกจากนี้ ได้มีการวางแผนงานการสั่งซื้อล่วงหน้า 6 เดือน จากเดิมที่วางแผนแบบเดือนต่อเดือน
ในส่วนของการผลิตได้นำแนวคิดการผลิตแบบลีนมาใช้ จัดกระบวนการผลิตในสายการผลิตใหม่ ใช้รูปแบบการส่งต่องานแบบการไหลชิ้นเดียว (One-piece Flow) แทนรูปแบบเดิมที่ส่งต่องานทีละหลายชิ้น และเกิดความล่าช้า
“หัวใจในการพัฒนาเน้นที่ระบบไอทีเชื่อมโยงข้อมูลของทุกส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เราเห็นฐานข้อมูลเหมือนกัน ณ เวลาเดียวกัน และเห็นแนวทางในการแก้ไขปัญหา” คุณชัยวัฒน์ กล่าว
นอกจากนี้ คุณชัยวัฒน์ เปิดเผยว่า อยู่ระหว่างวางแผนเรื่องการบริหารวัตถุดิบ โดยจะเพิ่มหน่วยงานชื่อ material utilization ควบคุมการใช้วัตถุดิบอย่างมีประสิทธิภาพ และพัฒนาโปรแกรมคำนวณเพื่อการสั่งซื้อที่รัดกุมด้วย รวมถึงอยู่ระหว่างการศึกษาแนวทางในการบริหารระบบการขนส่งเพื่อลดจำนวนรถวิ่งเที่ยวเปล่า
แม้การพัฒนาของไนซ์ แอพพาเรล ยังอยู่ในขั้นเริ่มต้น แต่อย่างน้อยก็สะท้อนให้เห็นกระแสความตื่นตัวของผู้ผลิต ซึ่งจะส่งผลด้านบวกต่ออุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มไทยอย่างแน่นอน

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *