Amway ตอน 3 (จบ)

Amway ตอน 3 การก่อตั้งธุรกิจ

ในปี 1959 คาร์ล เรนบอร์ก ผู้จัดตั้งบริษัทนิวตริไลต์ได้มาหา Van Andel เพื่อเสนอให้เขารับตำแหน่งประธานบริษัท แต่เขาก็ปฏิเสธตำแหน่งนั้น เนื่องจากว่า สัญชาตญาณของเขาบอกว่า เขาไม่ควรทำ และต่อมา 2-3 เดือน เขาก็จัดตั้งบริษัท Amway ขึ้นมาอย่างเป็นทางการ และก็ตัดสายสัมพันธ์กับบริษัทนิวตริไลต์อย่างสิ้นเชิง ดังนั้นพวกเขาจึงต้องหาสินค้ามาขาย ซึ่งพวกเขาสรุปว่าสินค้าที่ดีที่สุดในการขายตรงก็คือ ของใช้ประจำวันนั่นเอง เช่น สบู่ ผงซักฟอก และของใช้ประจำตัว เนื่องจากของเหล่านี้มีความต้องการอยู่แล้ว และพนักงานขายก็ไม่จำเป็นต้องอธิบายมันมากด้วย ซึ่งทำให้ใครๆก็สามารถขายมันได้. และพวกเขาได้ลงทุนซื้อที่ดินผืนหนึ่งบนเนินเขา แล้วนำมาสร้างบ้านของพวกเขาและ ทำการตั้งบริษัท Amway ใหม่บนที่ดินผืนนั้น โดยใช้ใต้ถุนบ้านของพวกเขาเป็นสำนักงาน
ผลิตภัณฑ์แรกของบริษัท คือ น้ำยาทำความสะอาดเอนกประสงค์ที่ชื่อว่า ฟริสก์ ซึ่งประดิษฐ์ขึ้นโดยโรงงานเล็กมากแห่งหนึ่ง ซึ่งมีผู้แทนจำหน่ายของพวกเขาได้นำมาเสนอ เนื่องจากว่ามันเป็นน้ำยาทำความสะอาดที่มีคุณภาพดีเป็นพิเศษ และต่อมาสินค้าตัวนี้ได้กลายมาเป็นสินค้าแนวหน้าของ Amway แต่จากเหตุการณ์ของบริษัทผลิตภัณฑ์นิวตริไลต์ ทำให้พวกเขาพยายามที่จะควบคุมการผลิตและการจำหน่ายให้มาอยู่ในที่เดียวกันอย่างเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้
ในช่วงเริ่มต้น Van Andel จะเป็นคนรับผู้แทนจำหน่ายรายใหม่ๆเสียเป็นส่วนใหญ่ ส่วน Devos จะทำหน้าที่แนะนำในเรื่องของการขาย และพวกเขาจะทำการเข้าไปตามเมืองต่างๆ เพื่อทำการลงโฆษณาในหนังสือพิมพ์ ทำสัญญากับลูกค้าตามบ้าน แล้วก็ทำการจัดประชุมในห้องพักที่โมเต็ล หรือห้องโถงที่เช่ามา แล้วก็รับผู้แทนจำหน่ายใหม่ๆอีก
ความที่บริษัท Amway ยังไม่มั่นคง จึงจำเป็นที่จะต้องอาศัยภรรยาของพวกเขาทั้ง 2 มาช่วยในการจัดการกับผู้แทนจำหน่ายในเรื่องต่างๆ ด้วยเหตุนี้จึงเกิดแบบฉบับการทำงานของของคู่สามีภรรยาขึ้นที่ Amway
นับตั้งแต่ตั้งบริษัท Amway ขึ้นมา กิจการของ Amway ก็เติบโตอย่างรวดเร็ว ดังจะเห็นได้ว่า ในปี 1960 ยอดขายของบริษัทอยู่ที่ $500,000 แต่พอถึงปี 1970 ยอดขายก็เพิ่มขึ้นเป็น $100 ล้าน ในปี 1980 ยอดขายของบริษัทก็เพิ่มเป็น กว่า $1 พันล้าน
และการที่ Amway เติบโตอย่างรวดเร็วนั้นเป็นผลมาจากระบบแผนงานของ Amway ซึ่งจากผู้แทนจำหน่ายนี้เองจะมีงานอยู่ 2 อย่าง คือ งานขาย และงานหาสายงาน
• งานขาย นั้นจะเป็นเรื่องง่ายคือ เมื่อผู้แทนจำหน่ายขายสินค้าได้ 30%ของราคาขายของสินค้าก็จะเป็นรายได้ของเขาทันที
• งานหาสายงาน ซึ่งหากใครสามารถหาสายงานได้มาก ก็จะมีโอกาสได้รับโบนัสได้มากขึ้น เนื่องจากได้รับแบ่งจากยอดขายของผู้แทนจำหน่ายในสายงานของตัวเอง และระดับการแบ่งรายได้นั้นก็มีการกำหนดระดับไว้ ขึ้นอยู่กับว่า ตัวผู้แทนจำหน่ายอยู่ในระดับใด
และด้วยระบบการแบ่งผลประโยชน์เช่นนี้เอง จึงเป็นเหตุให้ผู้แทนจำหน่ายที่เป็นต้นสายต้องคอยดูแล กระตุ้น ให้กำลังใจคนที่เป็นอยู่ในสายตัวเองในระดับล่างลงไป โดยที่ทางบริษัทไม่ต้องเข้ามายุ่งเกี่ยวมากนัก เพราะพวกเขาดูแลกันเอง แต่ในส่วนของบริษัทนั้นก็ต้องมีหน้าที่สนับสนุนในเรื่องที่สำคัญต่างๆ เช่น การเพิ่มและกระจายโกดังเก็บสินค้า ให้ครอบคลุมพื้นที่ให้มากขึ้น เพื่อที่ผู้แทนจำหน่ายจะได้สามารถจัดส่งสินค้าให้ถึงลูกค้าได้เร็วขึ้น, หรือการจัดประชุมใหญ่ เป็นต้น
ในปี 1970 ได้เกิดเรื่องอื้อฉาว และทำให้สาธารณชนเข้าใจผิดว่า Amway จัดอยู่ในบริษัทที่
ฉ้อโกงบริษัท เนื่องจากสาธารณชนมองว่า Amway เป็นบริษัทที่เข้าข่ายบริษัทประเภท Pyramid Companies ซึ่งกฎหมายระบุว่า บริษัทลักษณะนี้ผิดกฎหมาย
ซึ่งลักษณะ Pyramid Companies จะเป็นดังนี้ คือ
1. มีการให้จ่ายเงิน ค่าหัว ซึ่งจะต้องจ่ายค่าสมัครเมื่อเข้าทำงาน
2. การซื้อฐานะผู้แทนจำหน่ายสินค้า ไม่ว่าจะด้วยการจ่ายเงินเป็นก้อนใหญ่ให้ หรือต้องรับ
สินค้าที่กำหนดให้ผลิตออกมาเป็นจำนวนมากๆ
ซึ่งระบบ Amway นั้นจะไม่มีการจ่ายค่าสมัคร และไม่มีการกำหนดให้ผู้แทนจำหน่ายต้องซื้อสินค้าเท่านั้นเท่านี้ ดังนั้นจึงไม่มีทางที่ผู้แทนจำหน่ายจะขาดทุน
ดังนั้นในปี 1979 คณะกรรมการการค้าแห่งชาติก็ได้ออกแถลงการณ์ และคำสั่งชี้ขาดในคดีของ Amway โดยคณะกรรมการพบว่า Amway ได้นำเอาการแข่งขันอย่างใหม่ เข้าไปในตลาดการค้าที่ตื่นตัวเป็นอย่างมากอยู่แล้ว และได้สนับสนุนการขายและการตลาดของ Amway ด้วย

Tags:

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *