AEC : แห่ตั้งโรงงานมูลค่าเกิน1พันล. อุตฯคึกสวนกระแสโลก

AEC : แห่ตั้งโรงงานมูลค่าเกิน1พันล. อุตฯคึกสวนกระแสโลก

รายงานจากกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ช่วง 8 เดือนของปี 2555 มีโครงการขนาดใหญ่ที่มีมูลค่าเกิน 1,000 ล้านบาทขึ้นไปได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการจากกรมโรงงานอุตสาหกรรม จำนวน 12 โครงการ วงเงินรวม 22,748 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับการเกษตร พลังงาน และการสร้างโรงสีข้าวเนื่องจากเป็นอุตสาหกรรมที่มีแนวโน้มดีเป็นที่ต้องการของผู้บริโภคในอนาคตรวมถึงการรองรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ในปี 2558 เบื้องต้นแม้จะเป็นปริมาณที่ไม่สูงนักหากเทียบกับปีก่อนแต่ก็เป็นสัญญาณที่ดีที่มีโครงการใหญ่เข้ามาตั้งโรงงานช่วงเศรษฐกิจโลกชะลอตัว

สำหรับโครงการที่มีมูลค่าเกิน 1,000 ล้านบาท เช่น โรงไฟฟ้ากำแพง เพชรไบโอเอนเนอยี่ ผลิตพลังงานไฟฟ้า เงินทุน 2,235 ล้านบาท, บริษัท โซนี่ ดีไวซ์ เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด ผลิตและทดสอบเซมิคอนดักเตอร์ เงินทุน 1,661 ล้านบาท, บริษัท คูโบต้า เอ็นจิ้น (ไทยแลนด์) จำกัด ผลิตประกอบเครื่องยนต์ดีเซล เงินทุน 1,989 ล้านบาท, บริษัท เอ็มที เซ็นเตอร์เทรด จำกัด สีข้าวและขัดข้าว เงินทุน 1,080 ล้านบาท บริษัทอิชิตัน กรุ๊ป 2,355 ล้านบาท

ส่วนภาพของผู้ประกอบการได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการจากกรมโรงงานอย่างไม่เป็นทางการในช่วง 8 เดือนแรกมีทั้งหมด 2,480 รายลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อน 87 ราย มูลค่าลงทุน 86,079 ล้านบาทลดลงถึง 63,867 ล้านบาท เนื่องจากนักลงทุนชะลอแผนการก่อสร้างโรงงานขนาดใหญ่ออกไปก่อนจากความกังวลสถานการณ์เศรษฐกิจโลกที่ในปีหน้าหลายฝ่ายวิเคราะห์ว่าจะประสบปัญหาหนักทั้งเศรษฐกิจยุโรป สหรัฐ จีน ญี่ปุ่น และตะวันออกกลาง ขณะเดียวกันบางส่วนเปลี่ยนแผนไปลงทุนในประเทศเพื่อนบ้านเพื่อหลีกเลี่ยงนโยบายการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำของรัฐบาลวันละ 300 บาททั่วประเทศที่จะมีผลในวันที่ 1 ม.ค.2556 โดยเฉพาะอุตสาหกรรมที่ใช้แรงงานจำนวนมาก และการรุกตลาดในอาเซียนรองรับการเปิดเออีซี

ทั้งนี้ แม้ว่าจะมีมูลค่าลงทุนไม่สูงเหมือนปีก่อนแต่ยอดการอนุมัติในระดับนี้ก็ถือว่าอยู่ในระดับที่น่าพอใจ เพราะส่วนหนึ่งกระทรวงอุตสาหกรรมได้มีความเข้มงวดในการออกใบอนุญาตอยู่แล้ว โดยเฉพาะโรงงานที่เสี่ยงต่อการเกิดอันตรายต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนซึ่งส่วนใหญ่เป็นโครงการขนาดใหญ่และที่สำคัญหลายโครงการก็จะถูกต่อต้านจากชุมชนเช่นกัน

ส่วนยอดอนุมัติจัดตั้งโรงงานในเดือนส.ค.2555 มี 275 ราย ลดลง 84 ราย มูลค่าลงทุน 12,413 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,965 ล้านบาท โดยจังหวัดที่มีการลงทุนมากที่สุด คือ จ.สมุทรปราการ 27 โรงงาน มูลค่า 2,683 ล้านบาท กำแพงเพชร 2 โรงงาน มูลค่า 2,245 ล้านบาท ปทุมธานี 15 โครงการ มูลค่า 941 ล้านบาท ลพบุรี 3 โรงงาน มูลค่า 916 ล้านบาท

ที่มา : วันที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2555 ปีที่ 22 ฉบับที่ 7963 ข่าวสดรายวัน

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *