AEC : เจาะใจ…อสังหาฯไทยกับเออีซี ช่องว่างยังมี แต่โอกาสยังไม่มา

เจาะใจ…อสังหาฯไทยกับเออีซี ช่องว่างยังมี แต่โอกาสยังไม่มา

โดย : ตะวัน หวังเจริญวงศ์ / กัญสุชญา สุวรรณคร

เมื่อพูดถึงชื่อ”เออีซี” ไม่ว่าภาคธุรกิจใดต่างก็ตื่นตัว กลายเป็นที่มาของการจัดสัมมนาหัวข้อ “ภาคธุรกิจ…กับ เออีซี” วนไปเวียนมาตลอดทั้งปีนี้

ในส่วนของภาคอสังหาริมทรัพย์เอง มีการจัดสัมมนาดังกล่าว ตั้งแต่ฝั่งของนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ วิศวกร สถาปนิก ไปจนผู้ประกอบการรับเหมาก่อสร้าง เรียกว่าวิทยากรทุกวงการต่างขึ้นเวทีเปิดมุมมองกันมาแล้วครบถ้วน

ตลอดการสัมมนาเกือบทุกครั้ง ล้วนเต็มไปด้วย “คำเตือน” จากวิทยากร สู่ผู้ประกอบการร่วมวิชาชีพ เพราะการรีบรุดไปลงทุนอาเซียน อาจไม่ใช่คำตอบสุดท้ายของภาคอสังหาฯไทย

ล่าสุด ในงานสัมมนาของศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา คนข้างบนและคนข้างล่าง ต่างเห็นคล้ายคลึงกันว่า ช่องว่างในอาเซียนยังมี แต่โอกาสอาจจะยังไม่มา โดยเฉพาะประเทศ “ใกล้บ้าน” หรือกลุ่ม CLMV อันได้แก่ กัมพูชา ลาว พม่า (เมียนมาร์) และเวียดนาม

เริ่มจาก “พม่า” ที่หลายคนบอกว่าพอเปิดประเทศแล้วน่าสนใจเหลือเกิน โทนี่ พิคอน ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บริษัท คอลลิเออร์ส อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย จำกัด วิเคราะห์ว่า พม่ามีช่องว่างตลาดที่น่าสนใจในหลายธุรกิจ ทั้งโรงแรม เซอร์วิสอพาร์ตเมนท์ คอนโดมิเนียม ที่มีจำนวนค่อนข้างน้อยคนละเรื่องกับกรุงเทพฯ จึงทำให้ดีมานด์สูงกว่าซัพพลาย

แต่ปัญหาใหญ่สุดของพม่า คือเรื่อง “กฎหมาย” เพราะกฎหมายการลงทุนจากต่างประเทศของพม่า ที่เคยผ่านออกมาแล้ว กลับถูกดึงกลับไปแก้ไขใหม่อีกรอบ แถมการเมืองของพม่าก็ยังไม่นิ่ง ธนาคารก็มีปัญหา ทำให้ผู้บริโภคอาจต้องซื้อบ้านด้วยเงินสด ประตูสู่การลงทุนพม่าจึงยังเหมือนเปิดแค่แง้มๆ

ด้านผู้ร่วมฟังสัมมนาที่เคยไปดูงานในพม่ามาแล้ว อย่างสมเชาว์ ตันฑเทอดธรรม กรรมการผู้จัดการ บมจ. เอ็น.ซี.เฮ้าส์ซิ่ง ชี้จุดอ่อนใหญ่ของพม่าว่า ราคาที่ดินยังสูงเกินความเป็นจริง ที่ดินในเมืองย่างกุ้งตกตร.วาละกว่า 1 ล้านบาท เทียบเท่าที่ดินแปลงเด็ดของกรุงเทพฯ ขณะที่สาธารณูปโภค ความต้องการซื้อยังไม่ได้แข็งแกร่งเท่า จึงตบท้ายด้วยประโยคสำหรับพม่าว่า “ขอศึกษาดูก่อน”

ข้ามมา “เวียดนาม” พบปัญหาใหญ่คือเข้าถึงที่ดินยาก เนื่องจากที่ดินส่วนใหญ่เป็นของรัฐ จะลงทุนได้ก็จำเป็นต้องเข้าหารัฐ อีกทั้งเงินเฟ้อพุ่งสูงถึงปีละกว่า 20% ลงทุนใหญ่ๆ ก็ไม่ได้ เพราะเงินจมนานๆ มีแต่ “เจ๊ง”

แต่สำหรับ ประเสริฐ แต่ดุลยสาธิต แห่งค่าย “พฤกษา” ผู้มีประสบการณ์ในการลงทุนที่เวียดนามมาแล้ว ยังเชื่อว่า โอกาสในเวียดนามยังมี เพียงแต่ต้องศึกษา เข้าใจ และเตรียมตัว”สุดๆ” และในส่วนของพฤกษาเอง ก็ยังพร้อมจะลุยโครงการ 2 ที่เวียดนาม ขณะที่กัมพูชา แม้จะหาที่ดินฟรีโฮลด์ได้ง่ายกว่าเวียดนาม แต่กำลังซื้อมีน้อย ตลาดอสังหาริมทรัพย์แต่ละประเภทเล็กมาก

พิธีกรบนเวทีอย่าง กิตติพล ปราโมช ณ อยุธยา นายกสมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย ลงมาบอกว่า เรื่องใหญ่อีกเรื่องของ CLMV คือไม่มีสถาบันการเงินปล่อยสินเชื่อที่อยู่อาศัย หากจะเจาะตลาดจริงๆ ในตอนนี้จึงทำได้เฉพาะตลาดที่มีกำลังซื้อสูงหรือมีเงินเก็บอยู่ในมือเท่านั้น สรุปคือลงทุนในประเทศ ยังดูเป็นทางเลือกที่ดีอยู่

สอดคล้องกับความเห็นคนฟังอย่าง ณัฐพงศ์ คุณากรวงศ์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร แห่ง “เอสซี แอสเสท” มองเออีซีว่า ยังมีเรื่องต้องศึกษาอีกมาก ทั้งกฎหมายการลงทุน สภาพตลาด ปัญหาเกี่ยวกับการเงิน จึงไม่ใช่สิ่งที่ต้องเร่งทำในตอนนี้ และย้ำด้วยว่า เออีซีไม่ได้หมายถึงว่าไทยต้องออกไปลงทุนต่างประเทศ แต่ยังหมายถึงโอกาสที่จะจับตลาดลูกค้าจากประเทศในอาเซียนที่เข้ามาทำงานหรือมาท่องเที่ยวในไทยด้วย เอสซี แอสเสท จึงมองการลงทุนในประเทศก่อน ทั้งตามหัวเมืองท่องเที่ยว รวมถึงอาจมีบริเวณที่ประเทศเพื่อนบ้านเดินทางสะดวก

อย่างไรก็ดี เออีซี ไม่ใช่สิ่งที่เอกชนไทยจะหลีกหนีได้อีกต่อไป จะตั้งมั่นรับมือในประเทศ รอลุยนอกพักใหญ่ๆ หรือลุยไปเลย คำตอบสุดท้ายของสมการข้อนี้ แต่ละรายคงต้องศึกษาปัจจัยแวดล้อมให้ดีๆ

เพื่อหาสูตรที่เหมาะสมกับตัวเองมาแก้สมการ!!!

ดีอาร์เอส”นำร่องเจาะมาเลย์ฯ

นายอิบรอเฮ็ง เจะอาลี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดีอาร์เอส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ซึ่งดำเนินธุรกิจเทรดดิ้ง,รับเหมาก่อสร้าง จัดสรรที่ดินและพัฒนาอสังหาริมทรัพย์มาเกือบ 20 ปี เปิดเผยว่า ในกลางปี 2556 บริษัทมีแผนที่จะเข้าไปพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ในกรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย บนพื้นที่ 20 ไร่ ซึ่งเป็นที่ดินซื้อขายกรรมสิทธิ์ได้ (Freehold ) เนื่องจากกลุ่มญาติที่ถือหุ้นในบริษัท ดีอาร์เอสฯเป็นชาวมาเลเซีย จึงไม่มีปัญหาด้านกฎหมาย โดยรูปแบบโครงการ พัฒนาเป็นคอนโดมิเนียม ราคาประมาณ 1 แสนบาทขึ้นไปต่อตร.ม.และคอมมูนิตี้มอลล์ มูลค่าโครงการรวมไม่ต่ำกว่า 2,000 ล้านบาท

นายไตรเตชะ ตั้งมติธรรม กรรมการบริหาร บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า บริษัทมีแนวคิดที่จะไปลงทุนพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ยังต่างประเทศ โดยจะเน้นกลุ่มประเทศอาเซียน ไม่ว่าจะเป็นมาเลเซีย สิงคโปร์ พม่า และศรีลังกา ซึ่งเป็นตลาดที่มีศักยภาพ โดยจะไม่เน้นการเข้าไปพัฒนาโครงการใหม่ แต่จะเป็นลักษณะการเข้าไปซื้อโครงการเสร็จแล้วมากกว่า โดยจะทำในลักษณะการเป็นที่อยู่อาศัยให้เช่า

ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ

You may also like...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *