AEC : ฟาร์มเฮ้าส์ผุดโรงงานรับ AEC

AEC : ฟาร์มเฮ้าส์ผุดโรงงานรับ AEC

เพรซิเดนท์ เบเกอรี่ เมินยอดขายฟาร์มเฮ้าส์พลาดเป้า เล็งควักงบ 2 พันล้าน ผุดโรงงานผลิตขนมปังและเบเกอรี่แห่งที่ 3 รองรับตลาดเบเกอรี่พร้อมทานโตพุ่ง 50% จัดทัพธุรกิจเกาะติดเครือสหพัฒน์ลงทุนผุดโรงงานในพม่า บุกเบิกตลาดรับเออีซี เผยวิกฤติน้ำท่วมกระทบยาว คาดสิ้นปีโกยยอดขายได้เพียง 6 พันล้าน จากเป้าเดิม 6.2 พันล้าน

นายอภิชาติ ธรรมมโนมัย กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท เพรซิเดนท์ เบเกอรี่ จำกัด(มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทเตรียมหาพื้นที่ในการสร้างโรงงานผลิตขนมปังอบและเบเกอรี่แห่งใหม่ หลังจากโรงงานที่มีปัจจุบัน 2 แห่ง ทั้งที่นิคมอุตสาหกรรมบางชัน และลาดกระบังมีกำลังการผลิตเต็มที่แล้ว และจะรองรับการเติบโตได้อีกราว 10% ภายใน 2 ปีข้างหน้าเท่านั้น จึงจำเป็นต้องสร้างโรงงานแห่งที่ 3 ภายใน 2 ปีนี้ เบื้องต้นคาดว่าจะต้องซื้อที่ดินไม่ต่ำกว่า 10 ไร่ และใช้งบลงทุนไม่ต่ำกว่า 2 พันล้านบาทเช่นเดียวกับการลงทุนในโรงงานที่บางชัน

ขณะที่ปีนี้บริษัทยังใช้งบลงทุน 300 ล้านบาท เพื่อขยายกำลังการผลิตที่โรงงานในนิคมอุตสาหกรรมบางชันด้วยการซื้อเครื่องจักรเพิ่ม 1 เครื่อง จากที่มีอยู่ 5 เครื่อง ทำให้เพิ่มกำลังการผลิตขนมปังปอนด์ได้อีก 1 ไลน์ หรือราว 20% จากปัจจุบันที่มีการผลิตเฉลี่ย 4.5 พันแถวต่อชั่วโมงต่อ 1 เครื่อง และปีหน้าบริษัทยังมีแผนจะลงทุนศูนย์กระจายสินค้าเพิ่มเติมจากปัจจุบันมีอยู่ 38 แห่ง

นอกจากนี้บริษัทยังอยู่ระหว่างการศึกษาแผนการเข้าไปลงทุนตั้งโรงงานในประเทศเพื่อนบ้านรองรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือเออีซีในปี 2558 ด้วย โดยทิศทางการลงทุนนั้นยังคงไปกับเครือสหพัฒน์ ที่ขณะนี้วางแผนจะเข้าไปตั้งนิคมอุตสาหกรรมในประเทศพม่า และเชื่อว่าจะมีพื้นที่ให้กับการสร้างโรงงานผลิตขนมปังอบและเบเกอรี่ได้

“บริษัทได้เข้าไปจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าที่ประเทศพม่า ลาว และกัมพูชาไว้แล้ว และอยู่ระหว่างการขอจดทะเบียนเพิ่มเติมในประเทศเวียดนาม เพราะการไปลงทุนในต่างประเทศจะต้องขึ้นอยู่กับนโยบายการพัฒนาประเทศเพื่อนบ้านแต่ละประเทศด้วยว่าจะเอื้อต่อตลาดขนมปังอบและเบเกอรี่หรือไม่ แต่บริษัทก็จะต้องเข้าไปศึกษาตลาดและความต้องการของผู้บริโภคไว้ด้วย ส่วนการจะเข้าไปลงทุนและทำตลาดนั้นมองว่าต้องรอให้เออีซีเปิดก่อน เพราะขนมปังอบและเบเกอรี่เป็นสินค้าที่มีอายุสั้น
ดังนั้นการเข้าทำตลาดก็จะต้องเข้าไปลงทุนตั้งโรงงานด้วย แต่พฤติกรรมของผู้บริโภคในแต่ละประเทศก็จะแตกต่างกัน และในตลาดก็มีเบเกอรี่และขนมปังอยู่แล้ว โดยตลาดเวียดนามมีขนาดใหญ่ประชากรราว 80 ล้านคน ถูกปกครองจากฝรั่งเศสเป็นเวลานานก็จะมีพื้นฐานในการบริโภคขนมปังอยู่แล้ว ส่วนพม่าตลาดแม้ประชากรจะมีไม่มากแต่โอกาสการลงทุนมีสูงเพราะบริษัทจะต้องไปลงทุนในทิศทางเดียวกับเครือสหพัฒน์”

ส่วนภาพรวมตลาดขนมปังอบและเบเกอรี่มีมูลค่ากว่า 1 หมื่นล้านบาท มีการเติบโตประมาณ 5-6% ขณะที่ภาพรวมยอดขายของบริษัทมีการเติบโต 9% ซึ่งยอมรับว่าต่ำกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ 13% เนื่องจากได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์น้ำท่วมที่ผ่านมา ทำให้ร้านค้าต่างๆที่เสียหายกลับมาฟื้นตัวได้ช้า ประกอบกับซัพพลายเออร์ที่ผลิตรถยนต์สำหรับขายสินค้าส่งมอบรถให้กับบริษัทจำนวน 100 คันไม่ทันตามกำหนด โดยได้รับรถในเดือนกุมภาพันธ์จากเดิมที่ต้องส่งมอบภายในสิ้นปี 2554 ทั้งนี้บริษัทได้ใช้งบประมาณ 100 ล้านบาท เพื่อเพิ่มหน่วยรถให้ครบ 1 พันคัน ซึ่งจะทำให้สามารถกระจายสินค้าได้ครอบคลุมร้านค้าเพิ่มเป็น 4 หมื่นแห่งทั่วประเทศจากปีก่อนอยู่ที่ 3.6 หมื่นแห่ง

อย่างไรก็ตาม บริษัทไม่มีแผนจะปรับเป้าหมายการเติบโตของธุรกิจแต่อย่างใด เพราะแนวโน้มยอดขายขนมปังอบและเบเกอรี่มีการขยายตัวต่อเนื่อง โดยไตรมาส 2 ยอดขายเติบโตกว่าไตรมาส 1 และสัญญาณการขายไตรมาส 3 ก็เติบโตกว่าไตรมาส 2 ค่อนข้างสูง ขณะที่บริษัทจัดกิจกรรมทางการตลาด ทั้งออกสินค้าใหม่ การทำโฆษณาประชาสัมพันธ์ และโปรโมชันอย่างหนักในไตรมาส 3 เพื่อกระตุ้นยอดขายปลายปีให้เติบโตในอัตรา 2 หลัก

“แม้ยอดขายปีนี้จะต่ำกว่าเป้าแต่บริษัทก็ไม่มีแผนจะปรับเป้าหมายยอดขายแต่อย่างใด เพราะขณะนี้สัญญาณของยอดขายเติบโตดีต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มเบเกอรี่พร้อมรับประทานที่เติบโตสูงถึง 50% ขณะที่ขนมปังอบหรือขนมปังปอนด์นั้นเติบโตราว 7-8% และมีแนวโน้มที่กลุ่มเบเกอรี่พร้อมทานจะมีสัดส่วนยอดขายแซงหน้าขนมปังปอนด์ได้จากปัจจุบันมีสัดส่วน 50% เท่ากัน ส่วนยอดขายทั้งปีบริษัทยังคาดหวังว่าจะอยู่ที่ 5.9-6 พันล้านบาท เติบโตได้ราว 10% จากที่เดิมคาดว่าจะอยู่ที่ 6.2 พันล้านบาท ขณะที่ปีก่อนบริษัทมียอดขายรวม 5.5 พันล้านบาท เติบโต 19% ”

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจฉบับที่ 2,773 9-12 กันยายน พ.ศ. 2555

You may also like...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *