AEC : “ประชาคมอาเซียน” โอกาสบนความท้าทาย “อุตสาหกรรมโทรคม”

AEC : “ประชาคมอาเซียน” โอกาสบนความท้าทาย “อุตสาหกรรมโทรคม”

โดย : แสงวิทย์ เกวลีวงศ์ศธร, วัลยา แสงทอง

จับชีพจร “อุตสาหกรรมโทรคม” ในห้วงเวลาวัดใจก่อนเปิดเออีซี นับถอยหลังอีกไม่ถึง 3 ปีกับการเปิดประชาคมอาเซียน (เออีซี) ในกลุ่มประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เป็นจังหวะที่ทุกประเทศต่างเร่งเตรียมตัวเพื่อคว้าโอกาสสำคัญในตลาดที่มีกำลังซื้อมหาศาลจากประชากรมากกว่า 600 ล้านคน หากขณะเดียวกันก็เป็นจังหวะ “วัดใจ” และ “วัดความพร้อม” ที่จะแสดงผลลัพธ์ให้เห็นหลังจากเปิดเออีซีในปี 2558

ในงาน “ก้าวสู่ประชาคมอาเซียน 2015 อาเซียนร่วมใจไทยจะรุกหรือรับ” จัดโดยสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เป็นอีกเวทีที่สะท้อนความพร้อมของไทย โดยเฉพาะด้านโทรคมที่เป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมหลักที่มีบทบาทกับเวทีอาเซียนครั้งนี้

เลขาอาเซียนชูโทรคมลดช่องว่าง

นายสุรินทร์ พิศสุวรรณ เลขาธิการอาเซียน กล่าวว่า ในอีก 2 ปีข้างหน้าที่จะก้าวสู่การเปิดประชาคมเศรษฐกิจ คีย์เวิร์ดสำคัญที่จะทำให้ประเทศสมาชิกอาเซียนอยู่ร่วมกันได้ คือ “การเชื่อมโยง” ซึ่งนอกจากโครงสร้างพื้นฐานด้านต่างๆ เช่น รถไฟความเร็วสูงแล้ว “กิจการการสื่อสาร” ทั้งโทรคมและบรอดคาสต์ถือเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือสำคัญในการเชื่อมอาเซียนทั้ง 10 ประเทศเข้าด้วยกันในเวลาอันสั้น

“บทบาทของเทคโนโลยีสื่อสารโทรคมนาคมและบรอดคาสต์สำคัญที่สุด สามารถสร้างสังคมเสมือน หลอมรวมความรู้สึกนึกคิดและข้อมูลข่าวสารได้อย่างมีประสิทธิภาพ ให้คนในอาเซียนได้เรียนรู้ ซึ่งโจทย์ที่สำคัญต่อไปคือ การเข้าถึงบริการด้านการสื่อสารของรัฐได้มากที่สุด”

แง่ของการสื่อสารมวลชน อาเซียนในฐานะที่เป็นภูมิภาคที่โดดเด่นทางเศรษฐกิจภูมิภาคหนึ่งของโลก ควรรวมตัวให้เกิด “อาเซียนทีวี” ที่ข้อมูลออกจากประเทศไทย จากปัจจุบันข้อมูลข่าวสารของภูมิภาคออกจากสื่อต่างชาติ เช่น เอ็นเอชเค ซีซีทีวี แต่ไม่ใช่สื่อจากไทย

“ประเทศไทยเคยมีบทบาทเป็นผู้นำอาเซียน แต่ปัจจุบันปัญหาความแตกแยกและคอร์รัปชัน ต่างเป็นปัจจัยสำคัญในการบั่นทอนความเป็นผู้นำในภูมิภาค ลดความสามารถการแข่งขันทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ ทำให้ไทยสูญเสียความเป็นผู้นำ ไม่เพียงระดับภูมิภาคเท่านั้น แต่ยังรวมถึงระดับโลกด้วย”

“ทีวีดิจิทัล” ดันคอนเทนท์ขยายตัว

พ.อ.นที ศุกลรัตน์ ประธานการกรรมการกิจการกระจายเสียง และกิจการโทรทัศน์ (กสท.) กล่าวว่า วันนี้สิ่งสำคัญของ กสทช. คือ การเร่งกระบวนการกำกับดูแลของผู้ประกอบการสื่อ นัยหนึ่งเป็นการอำนวยความสะดวกให้อยู่ในระบบที่ถูกต้องตามกฎหมาย หากอีกนัยหนึ่งเป็นเครื่องมือคุ้มครองผู้บริโภค ซึ่งทั้งหมดล้วนมีจุดมุ่งหมายเพื่อการพัฒนาคอนเทนท์ ยกระดับสังคมและบุคลากรให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

โดยภายในเดือนนี้จะให้ผู้ประกอบการทีวีดาวเทียมยื่นขอใบอนุญาต และภายในปีนี้จะออกใบอนุญาตทีวีดิจิทัลประเภทโครงข่าย สิ่งอำนวยความสะดวก และช่องรายการแบบสาธารณะ

ทีวีดิจิทัลที่กำลังเกิดขึ้น จะทำให้มีห่วงโซ่ในอุตสาหกรรมคอนเทนท์เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะผู้ให้บริการคอนเทนท์ เป็นโอกาสให้รายย่อยมีโอกาสสร้างสรรค์คอนเทนท์ ตลอดจนเป็นเจ้าของช่องรายการตามศักยภาพของตน

หนุนเปิดเสรีอุตโทรคม

พ.อ.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ ประธานกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) กล่าวว่า อีก 3 ปี ภาพรวมกิจการโทรคมเป็นที่ยอมรับชัดเจนว่าให้ไอซีทีเป็นตัวขับเคลื่อนและเชื่อมโยงเศรษฐกิจในอาเซียน ดังนั้นอุตสาหกรรมโทรคมจึงเป็นอุตสาหกรรมแรกที่จะต้องเปิดเสรี โดยสิ่งที่ประเทศต้องเตรียมตัวคือสร้างการกำกับดูแลในระดับสากลให้ได้และต้องโปร่งใสเป็นธรรมกับทุกคนที่เข้ามาลงทุนในไทย

“บรรยากาศในอุตสาหกรรมของตลาดที่มีประชากรระดับ 65 ล้านคน ซึ่งกำลังซื้อไทยถือเป็นอันดับ 2 ในอาเซียน ทำให้เชื่อว่าไทยยังมีขีดความสามารถที่เพียงพอ แต่ขาดการสนับสนุน ถ้าประมูล 3จี สำเร็จบรรยากาศจะดีมาก โอกาสใหม่ๆ จะเกิดขึ้นมากมาย ไม่ว่าจะเป็นวิศวกรรม การจ้างงาน การตลาด ซอฟต์แวร์บนมือถือ แต่สิ่งสำคัญคือ ความเชื่อ และจนถึงตอนนี้เราก็ยังไม่ยอมรับการปรับกฎเกณฑ์ให้สัดส่วนการถือหุ้นของต่างชาติจาก 49% เป็น 70% ที่ควรเกิดขึ้นเมื่อเปิดเสรีเศรษฐกิจ”

อย่างไรก็ตามเขายอมรับว่า การเปลี่ยนระบบให้เป็นแบบใบอนุญาตที่อยู่บนหลักสากล และการแก้กฎหมายการถือครองหุ้นของต่างชาติยังเป็นโอกาสใหม่ของประเทศ แต่ก็เป็นเรื่องท้าทายที่ต้องใช้เวลาปรับเปลี่ยน โดยเฉพาะการเปลี่ยนแปลงความเชื่อของคนในอุตสาหกรรม ซึ่ง กสทช. ไม่มีอำนาจผลักดันการแก้กฎหมายการถือครองหุ้น แต่เสนอแนะได้ โดยคณะทำงานกำลังวิเคราะห์ข้อดีข้อเสีย

แนะรัฐมีกฎหมายชัดเจน

นางสาวปรีญาภรณ์ ตั้งเผ่าศักดิ์ กรรมการบริหารและประชาสัมพันธ์ สมาคมโทรคมนาคมแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวว่า รัฐควรมีกฎหมายที่ชัดเจนและต่อเนื่องในทุกรัฐบาล และควรต้องอัพเดทให้ทันเหตุการณ์และเทคโนโลยี รวมทั้งยังต้องส่งเสริมให้เกิดการแข่งขัน ปล่อยให้ราคาเป็นไปตามกลไกตลาด รวมทั้งควรต้องยกเว้นภาษีสินค้าโทรคมที่ครอบคลุมถึงชิ้นส่วนประกอบด้วย และกระตุ้นให้เกิดความต้องการใช้งานภายในประเทศ

นายพิสิฐ ลี้อาธรรม คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวว่า โลกทุกวันนี้เราต้องเปลี่ยนความคิดใหม่ เรื่องของวิทยุโทรทัศน์และโทรคมเริ่มหลอมรวมเป็นเรื่องเดียวกัน วิธีคิดมุ่งไปสู่การแข่งขัน หรือการเปิดเสรี แต่เรื่องสินค้าและบริการยังคิดแบบเดิมๆ เช่น บริษัทไทยต้องมีผู้ถือหุ้นโดยคนไทยกี่เปอร์เซ็นต์ การกำกับดูแลควรเพ่งเล็งดูเรื่องของการเอาเปรียบผู้ใช้บริการ (Consumer Protection) มากกว่า

ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ

You may also like...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *