AEC : นักวิชาการชี้ “เออีซี”ดันเก็งกำไรอสังหาฯ “พุ่ง”

AEC : นักวิชาการชี้ “เออีซี”ดันเก็งกำไรอสังหาฯ “พุ่ง”

นักวิชาการ แนะผู้ประกอบการอสังหาฯไทยเร่งปรับตัว รับการแข่งขัน-กำลังซื้อหลังเปิดเออีซี เผยเทรนด์ลูกค้า “ซื้อ”เพื่อลงทุน

นายธนวรรธ์ พลวิชัย รองคณบดีฝ่ายวิจัยและผู้อำนวยการ ศูนย์พยากรณ์เศรษฐิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวในงานสัมมนา “ตีฝ่าวิกฤต เพื่อธุรกิจที่สดใสในปี 56” หัวข้อ “ผลกระทบของวิกฤตยูโรโซนและการเตรียมตัวสู่เออีซี” ว่า ภาคธุรกิจแต่ละกลุ่มจะได้รับผลกระทบที่แตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นปัญหาภัยพิบัติ ทั้งภาวะโลกร้อน น้ำท่วม ราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้น รวมถึงปัญหาเศรษฐกิจของประเทศต่างๆ ทั่วโลก ดังนั้นผู้ประกอบการไทยจะต้องเร่งปรับตัวรับมือกับสถานการณ์ต่างๆ ที่จะเกิดขึ้น

ขณะที่เศรษฐิจในยุโรปกำลังถดถอยลง แต่เศรษฐกิจอาเซียนกำลังเติบโตต่อเนื่อง ทั้งการลงทุนและการจับจ่ายของผู้บริโภค และการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน รวมทั้งการทำข้อตกลงร่วมกันระหว่างอาเซียน และประเทศอื่นๆ จะกระตุ้นให้ภูมิภาคนี้มีการเติบโตทางเศรษฐกิจสูง

“อินโดนีเซียในอีก 18 ข้างหน้าจะเป็นประเทศที่มีศักยภาพและใหญ่สุดในอาเซียน ปัจจุบันมีเศรษฐกิจเป็นอันดับ 14 ของโลก เทียบกับไทยที่อยู่อันดับ 30 ของโลก เพราะมีทรัพยากรและประชากรจำนวนมาก รวมถึงประเทศที่เกิดใหม่อย่างพม่า ตั้งเป้าว่าจะเป็นประเทศที่มีเศรษฐกิจแซงหน้าสิงคโปร์ในอนาคต” นายธนวรรธ์ กล่าว

ทั้งนี้ ภาพรวมตลาดอสังหาฯ ปีหน้า คาดว่าการเติบโตจะอยู่ในช่วงครึ่งปีหลัง โดยขึ้นอยู่กับสถานการณ์เศรษฐกิจโลกและน้ำท่วมในไทยเป็นตัวแปรสำคัญ และเชื่อว่าว่าจะไม่เกิดปัญหาโอเวอร์ซัพพลายในธุรกิจอสังหาฯไทย เนื่องจากยังมีความต้องการซื้อในตลาดหลากหลายกลุ่ม โดยจะมีการปรับราคาเพิ่มขึ้นเล็กน้อย

ด้านนายสัมนา คีตสิน ผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (อาร์อีไอซี) กล่าวว่าผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ไทยมีการปรับตัวได้รวดเร็ว เนื่องจากเป็นผู้บริหารรุ่นใหม่และมีวิสัยทัศน์ในการทำตลาดใหม่ เห็นได้จากนโยบายกระจายความเสี่ยงธุรกิจไปยังต่างจังหวัด ในหัวเมืองต่างๆ ที่มีโอกาสเติบโต เช่น หัวหิน ภูเก็ต สุราษฎร์ธานี อุดรธานี และหาดใหญ่ จ.สงขลา เป็นต้น

นายมานพ พงศทัต อาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่าการเปิดเออีซีจะทำให้ตลาดอสังหาฯมีการเปลี่ยนแปลง เพราะผู้บริโภคจะซื้อเพื่อเก็งกำไรมากขึ้น เนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการออมทรัพย์จากฝากเงิน หรือซื้อทองคำ หันมาซื้ออสังหาฯที่มีโอกาสทำกำไรสูงแทน

อีกทั้งการเปิดประเทศของพม่า ถือเป็นโอกาสในการเข้าไปลงทุนอสังหาฯของไทย โดยเฉพาะธุรกิจโรงแรม เพื่อรองรับนักลงทุนและนักท่องเที่ยวต่างชาติ

ด้านนายสุทธิรักษ์ เสถียรภาพอยุทธ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ธนาสิริ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่าทิศทางตลาดคอนโด ในปีหน้า ยังมีโอกาสเติบโตมากขึ้น จากความต้องการซื้อบ้านหลังที่สอง และการซื้อเพื่อเก็งกำไร โดยการขยายตัวของคอนโด เน้นในพื้นที่ต่างจังหวัดมากขึ้น อาทิ ภูเก็ต พัทยา

ทั้งนี้ คาดว่าไตรมาสแรกปี 2556 ตลาดอสังหาฯจะกลับมาคึกคักอีกครั้ง เพราะเริ่มมีความต้องการที่อยู่อาศัยเพิ่มขึ้น ทั้งนี้ ผู้ประกอบการจะปรับตัว โดยลดพื้นที่คอนโด หรือขนาด 20 ตร.ม. ในพื้นที่เกาะแนวรถไฟฟ้า จะทำให้เกิดกำลังซื้อเพิ่มขึ้น

ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ

You may also like...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *