AEC : ทุ่มพันล้านพัฒนาระบบรางเชื่อมอาเซียนรองรับเออีซี

AEC : ทุ่มพันล้านพัฒนาระบบรางเชื่อมอาเซียนรองรับเออีซี

ผอ.สนข. เผยกรอบแผนการลงทุน 8 ปี มูลค่ากว่า 1.9 ล้านล้านบาท ทุ่ม 1,164 ล้านบาท พัฒนาระบบรางเชื่อมต่อในประเทศ-อาเซียน ฟุ้งลดต้นทุนการขนส่งได้กว่า 52,843 ล้านบาทต่อปี

24 ก.ย. 55 ดร.จุฬา สุขมานพ ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร กระทรวงคมนาคม บรรยายหัวข้อการจัดทำแผนลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระบบคมนาคมขนส่ง พ..ศ.2556-2563 ในโครงการประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างการรับรู้และร่วมรับฟังความคิดเห็นของสาธารณชนต่อแผนการลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระบบคมนาคมขนส่ง พ.ศ.2556-2563 ที่หอประชุมมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ว่า ในรอบ 10 ปีที่ผ่านมางบรายจ่ายประเทศเพิ่มขึ้นกว่า 1 ล้านล้านบาท โดยปี 2555 งบรายจ่ายประเทศ 2.3 ล้านล้านบาท เปรียบเทียบกับปี 2545 งบประมาณรายจ่าย 1 ล้านล้านบาท ขณะที่งบที่ใช้ลงทุนปีนี้อยู่ที่ 2.6 แสนล้านบาท แต่เปรียบเทียบกับปี 2545 ใช้งบลงทุน 1.6 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นเพียง 1 แสนล้านบาทเท่านั้น ซึ่งถือว่าน้อยมาก

ทั้งนี้ จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนแนวคิดการใช้เงินใหม่ ซึ่งรัฐบาลเองก็มีแนวคิดในการแก้ไขปัญหาและจะต้องให้แล้วเสร็จในปี 2563 ตามวิสัยทัศน์ของอาเซียน โดยแบ่งการลงทุนเป็น 5 ประเภท คือ

1. การลงทุนส่วนราชการ
2. การลงทุนรัฐวิสาหกิจ
3. การกู้เงิน
4. การลงทุนร่วมภาครัฐและเอกชน
5. ใช้กองทุนโครงสร้างพื้นฐาน ระดมเงินจากตลาดทุน เช่น นำโครงการมอเตอร์เวย์เป็นหลักประกันในการระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์

โดยแผน 8 ปี กระทรวงคมนาคมจะต้องใช้งบประมาณกว่า 1.9 ล้านล้านบาท หรือ 80% ของวงเงินในหน้าตักของรัฐบาล โดยจะจัดสรรในส่วนของขนส่งระบบราง 60% ขนส่งระบบถนน 33% ขนส่งทางน้ำ 3% และขนส่งทางอากาศ 1.9% ที่เน้นทางรางเป็นหลัก เพราะที่ผ่านมาประเทศไทยทิ้งระบบรางไปนานและจำเป็นจะต้องเชื่อมต่อกับประเทศในอาเซียน และในอนาคตน้ำมันแพงขึ้นคนจะหันมาใช้รถไฟแทน

สำหรับสรุปวงเงินตามกรอบแผนลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระบบคมนาคมขนส่งปีงบประมาณ 2556-2563 รวม 1.9 ล้านล้านบาท จำนวน 72 โครงการ ประกอบด้วย

  • สาขาขนส่ง ทางถนน จำนวน 31 โครงการวงเงินกู้โครงการ 648,995 ล้านบาท
  • สาขาการขนส่งทางราง จำนวน 33 โครงการ วงเงินกู้โครงการ 1,164,477 ล้านบาท แบ่งเป็นระบบรถไฟทางคู่ 130,650 ล้านบาท ระบบรถไฟสายใหม่ วงเงินกู้โครงการ 152,189 ล้านบาท
  • ระไฟความเร็วสูง 480,008 ล้านบาท รวมถึงสาขาการขนส่งทางน้ำ จำนวน 5 โครงการ วงเงินกู้โครงการ 63,606 ล้านบาท
  • สาขาขน ส่งทางอากาศ จำนวน 3 โครงการ วงเงินกู้โครงการ 36,927 ล้านบาท

ดร.จุฬา กล่าวต่อว่า ส่วนเป้าหมายหลักที่สำคัญของการลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระบบคมนาคมขนส่งนั้น ในปี 2563 ต้นทุนขนส่งเฉลี่ยจะอยู่ที่ 1.8669 บาทต่อตัน ประมาณการณ์ ว่าจะสามารถลดต้นทุนการขนส่งสินค้าไม่น้อยกว่า 52,843 ล้านบาทต่อปี ปริมาณผู้โดยสารเพิ่มขึ้น 6% ลดค่าใช้จ่ายสูญเสียจากการใช้รถยนต์ส่วนบุคคล 80,000 ล้านบาท ประหยัดมูลค่าของเวลา ในการเดินทาง 108,000 ล้านบาท และลดต้นทุนด้านสิ่งแวดล้อม 3,600 ล้านบาท

นอกจากนี้ สัดส่วนปริมาณการขนส่งสินค้าในปี 2563 จะเพิ่มขึ้นจากปี 2554 โดยทางรางจะเพิ่มขึ้นเป็น 5% จากเดิม 2.5% สัดส่วนการขนส่งทางน้ำเพิ่มขึ้นเป็น 10.5% จากเดิม 8.5% รวมถึงสัดส่วนปริมาณการขนส่งสินค้าทางชายฝั่งเพิ่มเป็น 7.5% จากเดิม 6% และปริมาณผู้โดยสารที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเพิ่มเป็น 64 ล้านคนในปี 2560 จากปี 2554 มีจำนวน 47.4 ล้านคน ขณะเดียวกันยังลดการสูญเสียจากการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงกว่า 155,000 ล้านบาทต่อปี และเพิ่มขีดความสามารถในการขนส่งสินค้าในภาพรวมเป็น 900 ล้านตันต่อปี จากเดิม 700 ล้านตันต่อปี

ด้านนายศุภกร ภัทรวิเชียร นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการพิเศษ สำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ สำนักงานปลัดกระทรวงคมนาคม กล่าวในรายงานผลการลงพ้นที่เก็บข้อมูล ความคิดเห็นของประชาชนต่อ ได้แจกแบบสอบถามการรับทราบ 8 โครงการของกระทรวงคมนาคมจำนวน 960 ชุด ในพื้นที่ 4 จังหวัดคือ เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน และลำปาง โดยโครงการแรกคือ โครงการพัฒนาทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง สายบางปะอิน-นครสวรรค์ ระยะทาง 206 กิโลเมตร ปัจจุบันอยู่ระหว่างการพิจารณารายงานศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ทราบเพียง 22% เท่านั้น

2. โครงการก่อสร้างศูนย์เปลี่ยนถ่ายรูปแบบการขนส่งสินค้าเชียงของ จ.เชียงราย เพื่อเป็นจุดเชื่อมต่อและอำนวยความสะดวกการขนส่งสินค้าผ่านแดน เพื่อรองรับการเป็นประตูการค้า ระหว่างไทย-ลาว-จีน ปัจจุบันอยู่ระหว่างของบกลางปี 2556 ดำนินโครงการ ซึ่งประชาชนรับทราบเพียง 38%

3. แผนพัฒนาสถานีขนส่งเพื่อเพิ่มประสิทภาพทางถนนในจังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย ตาก และนครสวรรค์ ประชาชนรับทราบ 34%

4. โครงการถไฟความเร็วสูงเส้นทางกรุงเทพฯ-พิษณุโลก-เชียงใหม่ ประชาชนรับทราบกว่า 57% สูงสุดในทั้งหมด 8 โครงการ

5. โครงการก่อสร้างทางรถไฟสายใหม่ในพื้นที่ภาคเหนือช่วง เด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ ระยะทาง 325 กิโลเมตร ก่อสร้างเป็นรถไฟรางคู่ งบประมาณ 63,090 ล้านบาท คืบหน้าล่าสุดศึกษาความเหมาะสมและออกแบบรายละเอียดเสร็จแล้ว อยู่ระหว่างการ จัดส่งรายงานอีไอเอ พร้อมเสนอขอรับจัดสรรงบประมาณปี 2557 และจัดทำรายงานสรุปผลการศึกษา ออกแบบและประมาณค่าใช้จ่ายลงทุน ประชาชนรับทราบ 46%

6. โครงการก่อสร้างเขื่อนยกระดับในแม่น้ำเจ้าพระยาและน่านเพื่อการเดินเรือ วงเงินดำเนินการ 7,131.65 ล้านบาท ประชาชนรับทราบเพียง 23% เท่านั้น 7. โครงการก่อสร้างท่าเทียบเรือ เชียงแสนแห่งที่ 2 จ.เชียงราย วงเงิน 1,568.516 ล้านบาท ซึ่งเปิดดำเนินการอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 1 เมษายน 2555 ใช้ชื่อว่าท่าเรือพาณิชย์เชียงแสน ประชาชนรับทราบ 52% และสุดท้าย โครงการพัฒนาพื้นฐานบริการเส้นทางเชียงใหม่-พิษณุโลก รับทราบเพียง 20% เท่านั้น ทั้งนี้ จะเห็นได้ว่าประชาชนจะรับทราบเฉพาะโครงการที่กำลังจะเกิดขึ้นในพื้นที่เท่านั้น

ที่มา : คมชัดลึก

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *