AEC : ที่มาที่ไปกว่าจะมาเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ตอนจบ

AEC : ที่มาที่ไปกว่าจะมาเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ตอนจบ

ด้วยความสำเร็จครั้งสำคัญในการเปิดเขตการค้าเสรีอาเซียนเมื่อปีพ.ศ. 2536 จวบจนกระทั่งปีพ.ศ. 2546 ที่ประชุมสุดยอดอาเซียน (ASEAN Summit) ครั้งที่ 8 เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2545 ณ ประเทศกัมพูชา ได้เห็นชอบให้อาเซียนกำหนดทิศทางการดำเนินงานเพื่อมุ่งไปสู่การเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic Community: AEC) ที่มีลักษณะคล้ายคลึงกับประชาคมเศรษฐกิจยุโรป (European Economic Community: EEC)

รัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียน (AEM) ได้เห็นชอบให้มีการจัด จ้างบริษัท McKinsey ทำการศึกษาการพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันของอาเซียน (ASEAN Competitiveness Study) ซึ่งผลการศึกษาได้เสนอแนะให้อาเซียนเร่งรัดการรวมกลุ่มในสาขาอุตสาหกรรม/บริการที่มีศักยภาพของ อาเซียน โดยเฉพาะอุตสาหกรรมด้านสินค้าอุปโภค/บริโภค ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมที่อาเซียนมีการค้าระหว่างกันในอาเซียนสูงสุด และอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมที่มีสัดส่วนการส่งออกสูงสุดของอาเซียน ในขณะเดียวกัน อาเซียนต้องปรับปรุงกระบวนการดำเนินงานภายในของอาเซียนให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

โดยประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 9 ที่เกาะบาหลี สาธารณรัฐอินโดนีเซีย เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2546 ได้ให้การรับรองและลงนามในปฏิญญาว่าด้วยความร่วมมือในอาเซียน (Declaration of ASEAN Concord II หรือ Bali Concord II) ซึ่งรวมเรื่องการจัดตั้งประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic Community – AEC) ซึ่งเป็นหนึ่งในเสาหลัก 3 เสาของการจัดตั้งประชาคมอาเซียน (ASEAN Community) โดยอีก 2 เสาหลัก คือเสาหลักด้านการเมืองและความมั่นคง (Political and Security Pillar) และเสาหลักด้านสังคมและวัฒนธรรม (Socio-Cultural Pillar)

และยังเห็นชอบให้มีการรวมตัวเป็น AEC ภายในปี ค.ศ. 2020 โดยอาเซียนจะเป็นตลาดและฐานการผลิตเดียว รวมทั้งมีการเคลื่อนย้ายสินค้า บริการ การลงทุนและแรงงานมีฝีมือโดยเสรีและการเคลื่อนย้ายเงินทุนที่เสรีขึ้น ในการนี้ ผู้นำอาเซียนได้เห็นชอบให้ เร่งรัดการรวมกลุ่มสินค้าและบริการสำคัญ 11 สาขา เป็นสาขานำร่อง โดยมีประเทศสมาชิกรับผิดชอบในการจัดทำ Road map ในแต่ละสาขา ได้แก่

กลุ่มสินค้าและบริการ ประเทศสมาชิกรับผิดชอบ
1 สาขาการท่องเทียว Tourism ประเทศไทย
2 สาขาการบิน Air Travel
3 สาขายานยนต์ Automotives ประเทศอินโดนีเซีย
4 สาขาผลิตภัณฑ์ไม้ Wood-based products
5 สาขาผลิตภัณฑ์ยาง Rubber-based products ประเทศมาเลเซีย
6 สาขาผลิตภัณฑ์สิ่งทอ Textiles and Apparels
7 สาขาอิเล็กทรอนิกส์ Electronics ประเทศฟิลิปปินส์
8 สาขาสินค้าเกษตร Agro-based products ประเทศพม่า
9 สาขาสินค้าประมง Fisheries
10 สาขาเทคโนโลยีสารสนเทศ e-ASEAN ประเทศสิงค์โปร์
11 สาขาด้านสุขภาพ Healthcare
12 สาขาด้านโลจิสติกส์ Logistic ประเทศเวียดนาม

สำหรับสาขาโลจิสติกส์ เป็นสาขาที่ 12 โดยผู้นำอาเซียนและรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียนได้ลงนามในกรอบความตกลงและพิธีสารที่เกี่ยวข้องแล้ว ระหว่างการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 10 เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2547 ณ กรุงเวียงจันทน์ สปป.ลาว โดยจะเริ่มมีผลบังคับใช้ปลายเดือนสิงหาคม 2548

เป้าหมายของ AEC

อาเซียนจะรวมตัวเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนภายในปี 2563 (ค.ศ.2020) โดยจะเป็นตลาดและฐานการผลิตเดียวร่วมกัน (single market and single production base) มีการเคลื่อนย้ายสินค้าบริการ การลงทุน เงินทุน และแรงงานมีฝีมืออย่างเสรี เพื่อมุ่งให้อาเซียนเป็นตลาดและฐานการผลิตเดียวร่วมกัน ต่อมาผู้นำอาเซียนได้ลงนามในปฏิญญาเซบูว่าด้วยการเร่งรัดการจัดตั้งประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนภายในปี ค.ศ. 2015 และเพื่อเร่งรัดเป้าหมายการจัดตั้งประชาคมอาเซียนให้เร็วขึ้นอีก 5 ปี

นอกจากการดำเนินการเปิดเสรีด้านการค้าสินค้า บริการ และการลงทุนระหว่างกันตามกรอบความร่วมมือต่าง ๆ ที่มีอยู่เดิมแล้ว ยังมีแนวทางความร่วมมือร่วมกันอีกเช่น

  • การเร่งลดภาษีสินค้าระหว่างกันให้เหลือร้อยละ 0 ภายในปี 2553 สำหรับสมาชิกเดิม และปี 2558 สำหรับสมาชิกใหม่ภายใต้กรอบ AFTA
  • การยกเลิกข้อจำกัดการประกอบการด้านการค้าบริการในอาเซียน ภายในปี 2563 ภายใต้กรอบความตกลงด้านการค้าบริการอาเซียน (AFAS)
  • การเปิดให้มีการลงทุนเสรีในอาเซียนและการให้การประติบัติเยี่ยงคนชาติต่อนักลงทุนอาเซียนภายในปี 2553 ภายใต้เขตการลงทุนเสรีอาเซียน (AIA)
  • เพราะฉะนั้นผู้ประกอบกิจการค้าหรือแม้แต่ผู้รับจ้างก็ยังต้องมีการปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นในภูมิภาคอาเซียนอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็ฯเรื่องของภาษาที่ใช้ร่วมกัน ซึ่งได้มีการเสนอภาษามาลายูมาเป็นภาษาประภูมิภาคอาเซียน (อันเนื่องมาจากมีประชากรที่ใช้ภาษานี้กว่าครึ่งของภูมิภาค) เป็นต้น หรือเจ้าของกิจการที่อาจมีคู่แข่งขันจากประเทศเพื่อนบ้าน หรือแม้แต่จะเข้าไปแข่งขันที่ประเทศเพื่อนบ้านก็ตาม

    You may also like...

    Leave a Reply

    Your email address will not be published. Required fields are marked *