AEC : ทีมิลล์ ทุ่ม 550 ล.ขยายผลิตรับเออีซี

AEC : ทีมิลล์ ทุ่ม 550 ล.ขยายผลิตรับเออีซี

ทีมิลล์ โชว์แผน ทุ่ม 550 ล้านผุดโรงงานผลิตแป้งเพิ่มอีกเท่าตัวหวังรับอานิสงส์เออีซี พร้อมรับความต้องการในประเทศขยายตัว เตรียมผลิตแป้งสาลีขนาด 1 กก.ลุยกลุ่มเป้าหมายแม่บ้านรักการทำขนม ส่งสัญญาณปลายปีนี้ แป้งสาลีจ่อขยับราคาอีก 10% จากต้นทุนพุ่ง

ดร.ชาญกฤช เดชวิทักษ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ที เอส ฟลาวมิลล์ จำกัด (มหาชน) หรือทีมิลล์ ผู้ผลิตและจำหน่ายแป้งสาลีในเครือ บริษัท น้ำตาลขอนแก่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า บริษัทมีแผนจะขยายกำลังการผลิตเพิ่ม โดยล่าสุดได้สั่งซื้อเครื่องจักรและอุปกรณ์สำหรับผลิตแป้งสาลีเพิ่มอีก 1 ชุด มูลค่า 550 ล้านบาท ซึ่งจะทำให้บริษัทสามารถขยายกำลังการผลิตจากเดิมอยู่ที่ 250 ตันข้าวสาลี (หรือ 6-8 หมื่นตันต่อปี แบ่งเป็นข้าวสาลีโปรตีนสูง 70% ข้าวสาลีโปรตีนต่ำ 30%) เพิ่มเป็น 500 ตันข้าวสาลีต่อวัน การติดตั้งเครื่องจักรเพื่อขยายกำลังการผลิตในครั้งนี้จะเริ่มดำเนินการในปี 2556 และเป้าหมายแล้วเสร็จในกลางปี 2558

นอกจากนี้บริษัทยังมีแผนจะทำการตลาดเชิงรุกมากขึ้น จากเดิมเน้นเฉพาะตลาดในเขตกรุงเทพฯ ปริมณฑล และภาคตะวันออก ในปีหน้าจะเพิ่มทีมขายเพื่อเจาะฐานลูกค้าใหม่ๆ เช่น ภาคเหนือ ภาคอีสาน และภาคใต้ ที่ปัจจุบันได้เข้าไปขยายฐานลูกค้าที่เป็นโรงงานผลิตบะหมี่สดบ้างแล้วที่เชียงใหม่ และนครราชสีมา รวมไปถึงการเตรียมความพร้อมในการเปิดเสรีทางการค้าภายใต้ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือเออีซี ในปี 2558 อีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นการมองหาหุ้นส่วนธุรกิจในประเทศต่างๆ และการเพิ่มประสิทธิภาพบุคลากร

ขณะเดียวกันบริษัทจะแตกไลน์ธุรกิจไปยังกลุ่มลูกค้าที่ยังไปไม่ถึง จากเดิมเน้นลูกค้าประเภทโรงงานทำบะหมี่สำเร็จรูป บะหมี่สด แป้งขนมปัง แป้งเค้ก ที่มีขนาดบรรจุ 25 กิโลกรัม เป็นหลัก ในขณะที่กลุ่มภาคครัวเรือนบริษัทยังไม่เคยเข้าไปทำการตลาด ดังนั้นในปี 2558บริษัทจะผลิตแป้งสาลีในขนาดถุง 1 กิโลกรัม เพื่อจำหน่ายให้กับกลุ่มแม่บ้านในแบรนด์ของบริษัทเอง

“กลุ่มลูกค้าหลักของบริษัท แบ่งเป็น กลุ่มอุตสาหกรรมอาหาร 80% กลุ่มลูกค้ารายย่อย(ยี่ปั๊ว) 20% และกลุ่มลูกค้าวีไอพี 5-10% โดยในปีบริษัทจะเริ่มขยายฐานกลุ่มลูกค้าที่ต้องการสินค้าคุณภาพสูงซึ่งมองว่ากลุ่มนี้ความต้องการยังมีอยู่มาก และน่าจะได้รับการตอบรับที่ดี นอกจากนี้เป้าหมายอีกอย่างคือการขึ้นมาเป็น 1 ใน 3 ของบริษัทที่มีกำลังการผลิตมากที่สุดจากปัจจุบันอยู่อันดับที่ 5 ”

ส่วนแผนการเปิดตลาดต่างประเทศนั้นน่าจะเน้นไปยังประเทศแถบเพื่อนบ้าน เช่น เมียนมาร์ ลาว เวียดนาม ขณะที่ราคาข้าวสาลีในตลาดโลก มองว่ายังผันผวน เพราะบางช่วงฤดูกาลฟ้าฝนไม่ตกต้องตามฤดูกาล ทำให้ผลผลิตที่ออกมาบางครั้งไม่ได้คุณภาพและมีปริมาณที่น้อย ให้มีราคาสูง แต่ทั้งนี้บริษัทไม่ได้รับผลกระทบจากเหตุดังกล่าว เนื่องจากบริษัทจะสั่งซื้อสต๊อกข้าวสาลีล่วงหน้า 4 เดือน จากสหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย และแคนาดา

ดร.ชาญกฤช เผยถึงผลประกอบการของบริษัทในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2555 อยู่ที่ 525 ล้านบาท มีกำไรสุทธิ 53 ล้านบาทจากเป้าหมายทั้งปีที่ 1,040 ล้านบาท โดยในปี 2556 น่าจะมีรายได้ใกล้เคียงปีนี้ ส่วนราคาแป้งน่าจะปรับราคาขึ้นอีก 10% ในปลายปีนี้ เช่น แป้งสาลีโปรตีนสูงปัจจุบันราคาอยู่ที่ 420 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อตัน คาดว่าในปี 2556 น่าจะปรับขึ้นมาอยู่ที่ 440-450 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อตัน จากผลผลิตในตลาดโลกที่ปรับตัวลดลง
นอกจากแป้งสาลีแล้วบริษัทยังผลิตอาหารสัตว์ที่ได้จากการผลิตแป้งสาลี คือ รำ สำหรับอาหารกุ้ง ซึ่งสินค้าประเภทนี้มีอัตราการเติบโตขึ้นทุกปี โดยราคาต่อกิโลกรัมอยู่ที่ 7-8 บาท ขึ้นจากช่วงต้นปีถึง 4 บาท โดยกำลังการผลิตอาหารสัตว์อยู่ที่ 3 หมื่นกระสอบต่อปี (กระสอบละ 50 กิโลกรัม) ถือว่าเป็นสินค้าเกษตรที่ขาดแคลนตัวหนึ่งก็ว่าได้ ซึ่งการผลิตข้าวสาลีจะได้เป็นแป้งสาลี 75%และเป็นรำ 25%

อนึ่ง สินค้าของทีมิลล์มีมากกว่า 50 แบรนด์ อาทิ แป้งขนมปังโฮลวีต ตราปังทอง แป้งอเนกประสงค์ ตราลูกกลิ้ง แป้งซาลาเปา ตราเต้าหลงเปา แป้งเค้ก ตราหัวใจ แป้งอาหารสัตว์ ตรากุลาแดง เป็นต้น

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจฉบับที่ 2,777 23-26 กันยายน พ.ศ. 2555

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *