AEC : ดุสิตปักธงธุรกิจร.ร.รับเออีซี

AEC : ดุสิตปักธงธุรกิจร.ร.รับเออีซี

“ดุสิต”ปักธงธุรกิจโรงเรียนสอนการประกอบอาหารและโรงเรียนการโรงแรม ขยายฐานรายได้รับเออีซี โดย“เลอ กอร์ดอง เบลอ ดุสิต” ปรับหลักสูตรใหม่เล็งเปิดคอร์ส “ฮาลาล ฟู้ด” และคอร์สระยะสั้น 6-18 ชั่วโมง ดึงอาเซียนมาเรียนในไทย ด้าน“วิทยาลัยดุสิตธานี” พร้อมเปิดหลักสูตรปริญญาตรีนานาชาติ สาขาการจัดการโรงแรมและรีสอร์ท ซึ่งรับรองจากโรงเรียนการโรงแรมโลซาน สวิตเซอร์แลนด์ รับรองปีแรกรับ 40 คน

นางสาวสุชาดา สถาปิตานนท์ ผู้อำนวยการฝ่ายประชาสัมพันธ์และการตลาด โรงเรียนสอนการประกอบอาหาร เลอ กอร์ดอง เบลอ ดุสิต เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมในการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนหรือเออีซีในปี 2558 เลอ กอร์ดอง เบลอ ดุสิต เตรียมปรับหลักสูตรใหม่ให้สอดคล้องกับเออีซี ซึ่งขณะนี้โรงเรียนมีหลักสูตรสอนอาหารไทยและอาหารฝรั่งแล้ว จึงมองไปที่การเปิดหลักสูตร “อาหารฮาลาล” ซึ่งอาจจะเป็นอาหารฮาลาลแบบฟิวชั่น หรือหลักสูตรอาหารอินเตอร์อื่นๆ ของอาเซียนเพื่อให้หลักสูตรมีความหลากหลายขึ้น ขณะนี้อยู่ระหว่างการทำวิจัยและหารือกับเชฟ เพื่อเตรียมเป็นแผนรองรับการพัฒนา ที่ต้องศึกษาทิศทางแนวโน้มและการปรับหลักสูตรให้สอดคล้องกับอาเซียน

“ทิศทางการพัฒนาธุรกิจอาหารเมื่อเปิดเออีซี คาดว่าตลาดจะเปิดกว้างมากขึ้น เป็นโอกาสของไทยในการก้าวสู่ครัวโลก และจะทำให้ไทยเป็นผู้ผลิตส่งออกได้มากขึ้น ขณะที่ในแง่ของการลงทุน ไทยก็มีโอกาสในการเข้าไปลงทุนในประเทศเพื่อนบ้านที่มีทรัพยากรจำนวนมาก ซึ่งไทยมีโนฮาวและการพัฒนาที่ดี เช่น การลงทุนร้านอาหาร อุตสาหกรรมผลิตอาหาร และมองว่าไทยยังจะเป็นผู้นำในด้านอาหาร ซึ่งไทยมีทุกอย่างยกเว้นเรื่องภาษา ดังนั้นรัฐบาลจึงควรจะมาดูแลทักษะการใช้ภาษาที่ควรจะมีแผนพัฒนาชัดเจนและดำเนินการทันทีรวมถึงต้องมีการพัฒนาการศึกษา รัฐควรจะเข้ามาดูการรวมกลุ่มให้เข้มแข็ง แล้วพัฒนาไปในแนวทางเดียวกัน ไม่ใช่ต่างคนต่างทำ เนื่องจากไทยมีโลเคชั่น ที่เอื้อต่อการเป็นศูนย์กลางหรือฮับในด้านอาหาร และธุรกิจอาหารน่าจะเติบโตได้อยู่แล้ว”

นอกจากนี้โรงเรียนยังเตรียมวางแผนขยายฐานตลาดให้กลุ่มประเทศอาเซียน เช่น เวียดนาม มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และสิงคโปร์ ให้เข้ามาเรียนในไทย โดยขณะนี้มีนักเรียนต่างชาติราว 20% เป็นกลุ่มประเทศเพื่อนบ้าน รวมถึงอเมริกาและยุโรปด้วย ส่วนอีกราว 80% เป็นนักเรียนไทย ซึ่งเน้นโปรโมทในสถาบันแนะแนวการศึกษาและกลุ่มธุรกิจโรงแรมให้เข้ามาเรียนเพิ่มขึ้น

ทั้งนี้จะเน้นโปรโมทจุดเด่นของโรงเรียนคือการสอนหลักสูตรเดียวกับเลอ กอร์ดอง เบลอ ที่ปารีสและลอนดอน ที่มีการสอนเทคนิคการทำอาหาร มีการสอนที่เป็นเอกลักษณ์ โดยเชฟจะทำอาหารให้ดูก่อน นักเรียนก็จะเรียนรู้จากสิ่งที่เชฟทำและได้ปฏิบัติจริง ทั้งขณะนี้ก็มีการปรับเทคนิคและเทรนด์ใหม่ของรูปแบบอาหาร รวมทั้งปรับวัตถุดิบใหม่ให้ไปตามเทรนด์ที่น่าสนใจมากขึ้น ซึ่งจะมีนักเรียนเรียนจบหลักสูตรของเลอ กอร์ดอง เบลอ ดุสิต ราว 800-1 พันคนต่อปี

ด้านนายชนินทธ์ โทณวณิก ประธานเจ้าหน้าที่บริหารดุสิตอินเตอร์เนชั่นแนล เปิดเผยว่า วิทยาลัยดุสิตธานีได้เปิดตัวหลักสูตรปริญญาตรีนานาชาติ สาขาการจัดการโรงแรมและรีสอร์ท ซึ่งได้รับการรับรองจากโรงเรียนการโรงแรมโลซาน สวิตเซอร์แลนด์ โดยหลักสูตรใหม่นี้จะเป็นการผสมผสานระหว่างจุดเด่นของการบริการแบบไทยและแบบสวิตเซอร์แลนด์เข้าด้วยกัน และความร่วมมือครั้งนี้นับว่าเป็นโอกาสที่ดีที่จะได้เรียนรู้เพิ่มเติมในเรื่องของการบริหารจัดการด้านการโรงแรม และท่องเที่ยวในรูปแบบที่หลากหลายของสวิตเซอร์แลนด์ และสวิตเซอร์แลนด์ก็ได้เรียนรู้วิธีการพัฒนาธุรกิจโรงแรมและการบริการจากดุสิตด้วย
ขณะที่นางวีรา พาสพัฒนพาณิชย์ อธิการบดีวิทยาลัยดุสิตธานี กล่าวเสริมว่า หลักสูตรปริญญาตรีนี้ ถือได้ว่าเป็นการผนวกจุดแข็งของทั้งสองสถาบันเข้าด้วยกันระหว่างมาตรฐานสากลของโลซานกับการบริการอันเป็นเอกลักษณ์เด่นแบบไทย ซึ่งการพัฒนาหลักสูตรในครั้งนี้จะสามารถผลิตบัณฑิตที่เพียบพร้อมด้วยความรู้ความสามารถ มีทักษะในการปฏิบัติงานแบบมืออาชีพ สำหรับในปีการศึกษาแรกวิทยาลัยดุสิตธานีจะเปิดรับนักศึกษาใหม่ในหลักสูตรนี้เพียง 40 คนใช้เวลาเรียน 4 ปี ค่าเรียนอยู่ที่ 1.2 ล้านบาท

“การที่วิทยาลัยดุสิตธานีได้รับการแต่งตั้งจากกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬาให้เป็นผู้พัฒนาหลักสูตรฝึกอบรมเพื่อพัฒนาบุคลากรด้านท่องเที่ยว ตามมาตรฐานสมรรถนะอาเซียน (ASEAN Competency Standards) ก็ทำให้ดุสิตมีความเชี่ยวชาญและนำความรู้ดังกล่าวมาถ่ายทอดให้กับนักศึกษาในการพัฒนาความรู้และทักษะการบริการ เพื่อให้นักศึกษาของเรามีโอกาสได้ทำงานในตำแหน่งที่ดีไม่ว่าจะเป็นในประเทศไทย หรือประเทศอื่นๆในอาเซียน และเตรียมพร้อมรับการเป็นประชาคมอาเซียนในปี 2558”

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจฉบับที่ 2,775 16-19 กันยายน พ.ศ. 2555

นอกจากนี้ยังเตรียมเปิดหลักสูตระยะสั้น6-18 ชั่วโมง (ตารางประกอบ) ในช่วงเดือนตุลาคมนี้เป็นต้นไป ในหลักสูตรสอนทำขนม ช็อตโกแล็ต และมาการูน ซึ่งเป็นกระแสความนิยมของตลาดในขณะนี้ เพื่อสนองความต้องการของนักเรียนในช่วงใกล้เทศกาลคริสมาสต์หรือปีใหม่ที่จะมีผู้สนใจมาเรียน เพื่ออาจจะเตรียมทำเป็นของขวัญหรือแจกในช่วงเทศกาลดังกล่าว

You may also like...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *