AEC : ‘ซัยโจ เด็นกิ’ขยายกำลังผลิตพร้อมรับเออีซี

AEC : ‘ซัยโจ เด็นกิ’ขยายกำลังผลิตพร้อมรับเออีซี

“ซัยโจ เด็นกิ” เตรียมพร้อมรับตลาดเออีซี ปี 56 ควักทุนเกือบ 400 ล้านบาท ขยับไลน์ผลิตเครื่องปรับอากาศเพิ่มเป็น 5 แสนเครื่องต่อปี ตั้งเป้าปีถัดไปจะโตถึง1 ล้านเครื่อง

พร้อมรุกคืบงานวิจัยและพัฒนาศึกษาลู่ทางลงทุนนอกบ้าน โฟกัสอีก 5 ปี สัดส่วนผลิตป้อนตลาดส่งออกจะเพิ่มเป็น 65% ชี้แนวโน้มตลาดพรีเมียมโตมากขึ้น

นายสมศักดิ์ จิตติพลังศรี กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซัยโจ เด็นกิ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ผู้ผลิตเครื่องปรับอากาศภายใต้แบรนด์ซัยโจ เด็นกิ เปิดเผย “ฐานเศรษฐกิจ” ถึงทิศทางการดำเนินธุรกิจปี 2556 ว่าจะลงทุนเพิ่มอีกจำนวน 390 ล้านบาท สำหรับใช้ในการขยายเครื่องจักรพร้อมสร้างโรงงานแห่งที่ 2 ใกล้เคียงโรงงานแรก ในย่านงามวงศ์วาน จำนวน 250 ล้านบาท ลงทุนขยายสำนักงานอีก 80 ล้านบาท และใช้ในการวิจัยและพัฒนาเครื่องปรับอากาศ จำนวน 60 ล้านบาท เพื่อเตรียมพร้อมที่จะรับมือกับการแข่งขันในตลาดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือเออีซีที่จะเกิดขึ้นในปี 2558 โดยขนาดของตลาดจะใหญ่ขึ้นเพราะมีประชากรจำนวน 600 ล้านคน เมื่อขนาดใหญ่ขึ้นจะทำให้ต้นทุนการผลิตโดยเฉลี่ยอยู่ในระดับที่ใกล้เคียงกับคู่แข่ง โดยที่ต้นทุนรวมจะลดลง

“การแข่งขันในตลาดเออีซีไม่ใช่สิ่งที่บริษัทกังวล เพราะทุกวันนี้ก็แข่งขันอยู่แล้วกับญี่ปุ่น จีน เกาหลี และอีกหลายบริษัท ซึ่งที่ผ่านมาบริษัทข้ามชาติก็มีการกระจายฐานการผลิตไปลงทุนยังประเทศต่างๆอยู่แล้วทั้งในไทย สปป.ลาว เวียดนาม อินโดนีเซีย และมองว่าการค้าไม่ใช่การผูกขาด แต่เป็นเรื่องของการผูกใจ เป็นเรื่องของความพอใจระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย ดังนั้นการค้าขายที่จะทำให้ไทยแข็งแรงได้จะต้องเป็นการค้าที่เปิด ขึ้นอยู่ที่ว่าเมื่อเปิดแล้วใครจะได้ประโยชน์มากกว่ากัน”

ทั้งนี้การลงทุนดังกล่าวจะทำให้ปี 2556 เครื่องปรับอากาศ “ซัยโจ เด็นกิ” มีกำลังการผลิตเพิ่มขึ้นจาก 3 แสนเครื่องต่อปี เพิ่มเป็น 5 แสนเครื่อง และตั้งเป้าว่าในปี 2557 จะเพิ่มเป็น 1 ล้านเครื่องหลังจากนั้นตั้งเป้าว่าอีกไม่เกิน 5 ปีกำลังผลิตจะเพิ่มเป็น 5 ล้านเครื่อง โดยใช้ชิ้นส่วนเครื่องปรับอากาศที่ผลิตและพัฒนาขึ้นเอง 80% และอีก 20% จะเป็นการนำเข้ามอเตอร์มาจากญี่ปุ่น และซื้อคอมเพรสเซอร์จากผู้ผลิตในประเทศ ซึ่งจะมีตั้งแต่ขนาด 9 พันบีทียูถึง 6 หมื่นบีทียู ที่ฐานลูกค้าจะกระจายอยู่ตามบ้านที่อยู่อาศัยและโรงแรม สำนักงาน โดยกำลังการผลิตทั้งหมดจะส่งออกไปยังตลาดต่างประเทศ 35% ใช้แบรนด์ “ซัยโจ เด็นกิ” และขายในประเทศ 65% ทั้งหมดจะเป็นตลาดเครื่องปรับอากาศระดับพรีเมียมที่มีแนวโน้มเติบโตสูงขึ้นต่อเนื่อง

“เรามองว่าไม่ควรจะไปแข่งขันกับจีนซึ่งเป็นตลาดใหญ่ ส่วนใหญ่เจาะกลุ่มตลาดล่างที่มีสัดส่วนการขายมากที่สุด มีกำลังซื้อคึกคักกว่าเพราะราคาถูก ไม่เน้นคุณภาพ และซัยโจ เด็นกิ ก็ไม่แข่งกับเครื่องปรับอากาศตลาดบน เพราะเป็นตลาดที่มีโวลุ่มต่ำ แต่เราจะเน้นตลาดเครื่องปรับอากาศระดับพรีเมียมมากกว่า และจะไม่เน้นไปที่ราคาขาย เพราะไม่ต้องการไปซ้ำเติมผู้บริโภคที่เวลานี้ต้องแบกค่าไฟฟ้าที่นับวันจะยิ่งแพงขึ้น ทำให้ซัยโจ เด็นกิ มีการออกแบบและพัฒนาเทคโนโลยีเครื่องปรับอากาศที่ทำให้ประหยัดไฟอย่างต่อเนื่อง”

นายสมศักดิ์กล่าวเพิ่มเติมว่า อีก 5 ปีนับจากนี้ไปซัยโจ เด็นกิ จะปรับสัดส่วนการขายใหม่ทั้งหมดโดยตลาดส่งออกจะมีบทบาทมากขึ้นและสัดส่วนการส่งออกจะเพิ่มจาก 35% เป็น 65% เพราะขนาดของตลาดใหญ่ขึ้นโดยเฉพาะตลาดในโซนตะวันออกกลาง และอาเซียน ซึ่งเป็นตลาดหลักที่ส่งออกอยู่แล้วในขณะนี้
อย่างไรก็ตามในปี 2555 นี้บริษัทจะมีรายได้ประมาณ 1.5 พันล้านบาท และตั้งเป้าว่าปี 2556จะมีรายได้เพิ่มเป็น 2 พันล้านบาท หลังจากที่มีการขยายกำลังการผลิตเพิ่มขึ้น

ด้านสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรมรายงายว่า ในช่วงไตรมาส 4 ของทุกปีจะเป็นช่วงที่อุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ จะมีการผลิตและส่งออกเพิ่มขึ้น เนื่องจากมีเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่ ที่ประชาชนนิยมให้สินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์เป็นของขวัญ ซึ่งแนวโน้มในปีนี้หากไม่มีเหตุการณ์อุทกภัยอีก คาดว่าสินค้าไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ของไทยจะมีการผลิตเพิ่มขึ้นได้ประมาณ 25% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน คาดว่าทั้งปี 2555 การผลิตและการส่งออกจะติดลบเพียงเล็กน้อยหรือประมาณ 2-3% เท่านั้น

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 32 ฉบับที่ 2,785 วันที่ 21-24 ตุลาคม พ.ศ. 2555

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *