AEC : กสิกรไทยบุกตลาดแบงก์แอสชัวรันส์รับ AEC

AEC : กสิกรไทยบุกตลาดแบงก์แอสชัวรันส์รับ AEC

“กสิกรไทย” เล็งขยายตลาดแบงก์แอสชัวรันส์สู่เออีซี เล็ง ลาว กัมพูชา พม่า หลังสำรวจพบความต้องการค่ารักษาพยาบาลสูงมาก มั่นใจปีนี้ผลงานทะลุเป้า

นายปกรณ์ พรรธนะแพทย์ รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ธนาคารได้เตรียมมาตรการรองรับการเปิดเสรีทางการค้าในกลุ่มประเทศเออีซีเอาไว้แล้ว เพราะจากการศึกษาพบคนลาว กัมพูชา มีความต้องการประกันสุขภาพมาก เนื่องจากการรักษาพยาบาลของไทยดีกว่า จึงถือว่าเป็นจุดขายสิ่งหนึ่งในการดึงดูดลูกค้าประเทศเพื่อนบ้านได้

“ขณะนี้มีคนลาวมาซื้อประกันกับธนาคารแล้ว และเป็นลูกค้าประเภท Wisdom ด้วย ซึ่งประกันชีวิตกับประกันสุขภาพขายดี เราใช้เงินบาทในการคำนวณค่าเบี้ยให้ลูกค้า แต่แปลเป็นภาษาอังกฤษ เพื่อให้ลูกค้ารู้ว่าถ้าเป็นสกุลของประเทศเขาแล้วอยู่ที่เท่าไร”นายปกรณ์ กล่าว

ปัจจุบัน สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ได้กำหนดให้กรมธรรม์ต้องเป็นภาษาไทยเท่านั้น แต่อนาคตคงต้องมีหลายภาษารองรับเออีซี ซึ่งประเทศที่ธนาคารเน้นคือ ลาว พม่า กัมพูชา

เขากล่าวต่อว่า สำหรับผลประกอบการ 8 เดือน ธนาคารมีเบี้ยประกันปีแรก ประมาณ 10,000 ล้านบาทเติบโต 42% มีส่วนแบ่งการครองตลาด 25% มีเบี้ยประกันรับรวมประมาณ 20,000 ล้านบาท เติบโต 38% มีส่วนแบ่งการครองตลาด 23% ส่งผลให้ธนาคารมีจำนวนผู้ถือกรมธรรม์ 2 ล้านรายแล้ว มีอัตราการต่ออายุของกรมธรรม์สูงถึง 85-90% เบี้ยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 80,000 บาทต่อราย

ส่วนผลประกอบการทั้งปีนี้ ตั้งเป้าไว้จะมีเบี้ยประกันปีแรกอยู่ที่ 15,000 ล้านบาท เติบโต 41% เบี้ยประกันรับรวมอยู่ที่ 30,000 ล้านบาท เติบโต 38% และมีจำนวนผู้ถือกรมธรรม์อยู่ที่ 2.2 ล้านราย หรือคิดเป็น 20% ของลูกค้ารวมของธนาคาร ที่มีอยู่ประมาณ 9 ล้านราย โครงสร้างลูกค้าที่ซื้อประกันในปัจจุบัน 57% เป็นออมทรัพย์ ที่เหลือเป็นแบบคุ้มครอง ซึ่งจะเติบโตตามสินเชื่อบ้าน สินเชื่อเอสเอ็มอี โครงสร้างเบี้ยประกันยังมาจากกรุงเทพประมาณ 60% ที่เหลือเป็นต่างจังหวัด

“ขณะนี้มั่นใจว่าจะทำได้สูงกว่าเป้าหมาย 110% เพราะธนาคารเสนอประกันตามความต้องการของลูกค้า และใช้กลยุทธ์การเป็นที่ปรึกษา เน้นกลุ่มลูกค้าทุกกลุ่ม ส่งผลให้รายได้ค่าธรรมเนียมจากการขายประกันใน 8 เดือน เติบโตแบบก้าวกระโดดตามยอดขายที่เติบโต ส่วนตัวเลขไม่สามารถเปิดเผยได้”นายปกรณ์ กล่าว

นายปกรณ์ ยังกล่าวต่อว่า สำหรับทิศทางปี 2556 ธนาคารให้ความสำคัญกับลูกค้าทั่วไปที่มีรายได้ต่ำกว่า 15,000 บาท ต่อเดือน กับ กลุ่มที่มีรายได้เกิน 15,000 บาทต่อเดือน แต่ไม่เกิน 100,000 บาท ต่อเดือนเพิ่ม เพราะเป็นกลุ่มที่ใหญ่ที่สุด และต้องการเพิ่มโครงสร้างของเบี้ยประกันและจำนวนลูกค้าในต่างจังหวัดให้เป็น 60% ที่เหลือ 40% เป็นกรุงเทพ ส่วนมุมมองด้านธุรกิจประกันชีวิตของไทยถือว่ามีทิศทางที่เติบโต เพราะคนไทยถือกรมธรรม์แค่ 30% จากจำนวนประชากรทั้งประเทศ ขณะที่ญี่ปุ่นมีการถือครองกรมธรรม์เกิน 100%

ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ

You may also like...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *