6 พฤติกรรมต้องห้าม ดึงพลังในตัวคุณ

6 พฤติกรรมต้องห้าม ดึงพลังในตัวคุณ
• คุณภาพชีวิต
พฤติกรรมใดบ่อนทำลายสุขภาพคุณ

เพิ่งจะบ่ายสามโมงแท้ๆ แต่ทำไมตัวคุณเหมือนรู้สึกเหมือนเป็นเวลาตี 3 ค่ำคืนช่างยาวนาน ตอบได้ง่ายๆเลยว่า เพราะนิสัยหรือพฤติกรรมบางอย่างที่คุณทำเป็นประจำ และเจ้าพฤติกรรมเหล่านี้แหละที่ดูดพลังและความสนใจในตัวคุณไปจนหมดสิ้น

วันนี้ “ไทยรัฐออนไลน์” มี 6 พฤติกรรมที่ดึงพลังงานในตัวคุณไปโดยไม่รู้ตัวมาฝาก พร้อมวิธีแก้ไขฉบับด่วน ทันใจ

1.พฤติกรรมเสพติดอีเมล์
ด้วยเทคโนโลยีที่ก้าวล้ำทุกวันนี้ ทำให้ไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหนก็สามารถรับ-ส่งอีเมล์ได้แบบไม่จำกัด ไม่เฉพาะแต่ทางหน้าจอคอมพิวเตอร์เท่านั้น แต่ยังรวมถึงเจ้าแบล็กเบอร์รี่ที่คุณพกติดตัวอีกด้วย และเชื่อหรือไม่ว่าหลายคนที่คิดว่าการเช็คอีเมล์ เพื่ออัพเดทข่าวสารรอบตัวทั้งเรื่องงานและเรื่องส่วนตัวจะช่วยให้เพิ่มพลังในตัวคุณ แต่ในทางกลับกัน การใช้เวลากว่าค่อนวันไปกับการเช็ค และตอบอีเมล์นับพันฉบับนี้ เป็นศัตรูตัวฉกาจในการดึงพลังงานในตัวคุณไปโดยไม่รู้ตัว

วิธีแก้ ทางที่ดีที่สุด คือ ปิดเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์สำหรับใช้สื่อสารของคุณในช่วงที่หัวของคุณแล่นสุดๆในการทำงาน ซึ่งคนส่วนใหญ่ลงมติว่าเป็นช่วงเช้า นอกจากนี้คุณควรกำหนดเวลาในการเช็คอีเมล์ของตัวคุณเองด้วยการทยอยเช็คเมล์ชั่วโมงละครั้ง แทนที่จะเช็คทุกครั้งเมื่อมีอีเมล์เข้ามา

2.กองขยะแบบหย่อมๆบนโต๊ะทำงานของคุณ
คุณลองนึกภาพของห้้องนั่งเล่นที่เต็มไปด้วยผู้คนแน่นขนัด หรือโน้ตมหาศาลที่แปะอยู่ที่ตู้เย็น ความรู้สึกอึดอัดเหล่านี้ก็คงไม่ต่างอะไรกับโต๊ะทำงานของคุณที่เต็มไปด้วยกองกระดาษ แฟ้มงานที่วางอย่างระเกะระกะ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ล้วนไปตัวสะท้อนถึงความไม่มีระบบ ระเบียบ ก่อให้เกิดความกังวล

วิธีแก้ ขอให้คุณใช้ความพยายามอย่างสุดความสามารถในการจัดระเบียนโต๊ะของคุณ เพื่อให้ความรู้สึกสบายตราทุกคนที่มองไปรอบๆ ให้สายตาของคุณได้พักผ่อน มากกว่าการกวาดตาไปเจอกับกองพะเนิน ซึ่ีงคุณอาจนำวิธีนี้ไปใช้กับชีวิตประจำวันได้ด้วย เช่น การเคลียร์โน้ตต่างๆที่ตู้เย็นก่อนเข้านอนทุกคืน เพื่อความสะอาดตาสบายใจ

3.การอยู่ในท่าทางหรืออิริยาบถที่ไม่เอื้ออำนวย
การนั่งทำงานในออฟฟิตเป็นเวลานานๆต่อวัน ย่อมส่งผลต่ออาการเมื่อยล้าของร่างกาย ระบบความดันเลือด ส่งผลให้ปริมาณออกซิเจนที่ส่งไปยังสมองอยู่ในระดับต่ำ จนรู้สึกอ่อนเพลีย ไม่สดชื่น

วิธีแก้ หันมาปฏิวัตินั่งหลังตรง ขาทั้งสองวางตั้งฉากขนานกับพื้น แขนทั้งสองทุกมุมเหมาะกับแป้นคีย์บอร์ด ปล่อยไล่ทั้งสองข้างทิ้งตัววางสบายๆ ไม่ตั้งชันขึ้นมาระดับหู ปรับหน้าจอคอมพิวเตอร์ของคุณให้อยู่ในระดับสายตา ที่สำคัญอย่านั่งแช่อยู่ท่าเดิมทั้งวัน ทางที่ดีควรตั้งเวลาไว้ในใจว่า นานแค่ไหนคุณควรจะลุกออกไปผ่อนคลายซะบ้าง

4.จมปลักอยู่กับอากาศแย่ๆ
เพราะการทำงาน 8 ชม. ต่อวัน ทำให้ต้องทนอยู่สถานที่เดิมๆเป็นเวลานาน โดยที่คุณไม่อาจคาดเดาได้เลยว่าเชื้อโรคมหาศาลแค่ไหนที่จะจู่โจมถึงตัวคุณ ทั้งจากพื้นพรม โต๊ะทำงาน หรือการหายใจเข้า-ออกของแต่คน

ทางแก้ หาเวลาออกไปสูดอากาศข้างนอกซะบ้าง ถ้าเป็นไปได้ทุก 10 นาทีก็ดี ที่สำคัญอย่าสวมรองเท้าผ้าของคุณออกไปเหยียบพื้นที่สกปรกด้านนอก

5.กินมื้อใหญ่แบบม้วนเดียวจบ
ถูกต้อง ที่การรับประทานอาหารมื้อใหญ่จะช่วยเพิ่มพลังงานมหาศาลให้กับคุณ แต่ผลลัพธ์ที่คาดไม่ถึงกลับจะมาเยือนคุณในช่วงบ่ายของวันแทน เพราะในมื้อกลางวันที่คุณอิ่มเอมไปกับอาหารรสเลิศ อุดมไปด้วยน้ำตาลและแคลอรี่ที่ดูดซึมเข้าร่างกาย ระดับกลูโคสที่มากเกินความจำเป็น ส่งผลให้ร่างกายต้องเร่งผลิตสารอินซูลิน เพื่อใช้น้ำตาลที่เข้าสู่กระแสเลือดให้หมด ดังนั้น ทางที่ดีคุณจึงควรกระจายอาจมื้อหนัก-เบาให้เท่ากันตลอดทั้งวัน เพื่อรักษาการทำงานของระบบต่างๆในร่างกายให้อยู่ในระดับที่สมดุล

วิธีแก้ รับประทานอาหารทุกๆ 4 ชม.แทนที่จะเป็น 6 ชม. โดยคุณอาจหาอะไรเบาๆรับประทานระหว่างมื้ออาหาร เช่น โยเกิร์ต กาแฟ หรือ สแน็กซ์

6.ใช้ชีวิตอยู่แต่กับแสงไฟเทียม
ชีวิตของคนเราก็เหมือนจังหวะดนตรีที่ขึ้น-ลงตามแสงอาทิตย์ เมื่อไหร่ที่คุณตื่นเช้ามา และลืมตารับอรุณด้วยแสงแดดอ่อนๆ สมองของคุณจะรับรู้สัญญาณทันทีเลยว่า นี่คือเวลาสำหรับการปลุกเร้าร่างกายให้ตื่นแล้ว ในทางกลับกัน หากคุณตื่นมาก่อนที่พระอาทิตย์จะขึ้น และไม่ค่อยได้พบหรือสัมผัสกับแสงอาทิตย์ระหว่างวันเท่าที่ควร คุณจะมีอาการเหมือนกับคนที่อ่อนเพลียจากการเดินทางด้วยเครื่องบินเป็นเวลานาน

วิธีแก้ แทนที่คุณจะนั่งชิลจิบกาแฟ คุณควรหาเวลาวันละ 10-20 นาที สำหรับการออกไปเดินเล่นเพื่อรับแสงอาทิตย์ระหว่างวันซะบ้าง

ที่มา: หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *