'1212' รหัสยุติปัญหา 'กำจัดเว็บร้าย'

‘1212’ รหัสยุติปัญหา ‘กำจัดเว็บร้าย’
• คุณภาพชีวิต
• เรื่องเด่น
ไม้เด็ดคือ ‘ประชาชน’

เข้มข้นขึ้นอีกระดับหนึ่ง สำหรับมาตรการสกัดกั้น “เว็บไซต์อันตราย” ที่เป็นภัยได้ทั้งต่อตัวบุคคล สังคม เศรษฐกิจ ความมั่นคง ความเจริญก้าวหน้าของประเทศ ซึ่งรัฐบาล อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ โดยกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือกระทรวงไอซีที ได้เอาจริงมาระยะหนึ่ง และล่าสุดก็รณรงค์ให้ประชาชนมีส่วนร่วมด้วย

“1212” คือรหัสสำคัญในการจัดการกับ “เว็บร้าย”

เป็นรหัสสำหรับประชาชนในการแจ้งข้อมูล-เบาะแส !!

“เว็บร้าย-เว็บอันตราย” นั้น ทาง ร.ต.หญิง ระนองรักษ์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงไอซีที ขยายความไว้ว่า… หมายถึงเว็บไซต์ในอินเทอร์เน็ตที่เข้าข่ายดังนี้คือ… 1.เว็บไซต์ที่กระทบต่อความมั่นคงของประเทศ 2.เว็บไซต์หมิ่นประมาทผู้อื่น ละเมิดสิทธิส่วนบุคคล หรือล่อลวงผู้อื่น 3.เว็บไซต์ที่เผยแพร่ข้อมูลเข้าข่ายลามกอนาจารอันขัดต่อศีลธรรม หรือภาพตัดต่อที่ทำให้ผู้อื่นได้รับความเสียหาย 4.เว็บไซต์เกี่ยวข้องกับการพนัน 5.เว็บไซต์ที่ขายของผิดกฎหมาย เช่น ยาเสพติด หรือยาที่ไม่ได้รับใบอนุญาต

ทั้งนี้ จากยุทธศาสตร์การป้องกันและปราบปรามการนำเสนอข้อมูลและข่าวสารที่ผิดกฎหมายและไม่เหมาะสมผ่านระบบเทคโน โลยีสารสนเทศ เพื่อสอดส่องดูแลเว็บไซต์แอบแฝงอย่างใกล้ชิด และจัดการอย่างทันท่วงที ก็ได้มีการดำเนินมาตรการปราบปรามเชิงรุกด้วยการจัดตั้ง ศูนย์ปฏิบัติการความปลอดภัยทางอินเทอร์เน็ตขึ้น

มาตรการเชิงรุกนี้มีการ เปิดช่องทางในการรับแจ้งเบาะแสเว็บร้ายจากประชาชน ผ่านทาง “โทรศัพท์สายด่วน โทร. 1212” ตลอด 24 ชั่วโมง และทาง “อีเมล 1212@mict.mail.go.th” โดยทางไอซีทีได้ประสานความร่วมมือในการปราบปรามกับหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง

จากที่ได้มีการดำเนินการสกัดกั้น-ปราบปรามมาตั้งแต่ต้นปี พ.ศ. 2552 จนปัจจุบัน มีการปิดเว็บร้ายไปแล้วกว่า 21,829 เว็บ แยกเป็นเว็บที่กระทบต่อความมั่นคง 13,079 เว็บ เว็บที่เผยแพร่ข้อมูลที่ไม่เหมาะสมหรือเข้าข่ายลามกอนาจาร และสร้างความเสียหายแก่ผู้อื่น 8,474 เว็บ และเว็บเกี่ยวกับเกมออนไลน์และการพนัน 276 เว็บ

และหลังจากมีสายด่วน 1212 และอีเมล 1212@mict.mail. go.th ก็มีประชาชนแจ้งเบาะแสเว็บอันตรายแล้วกว่า 500 ราย ขณะที่ไอซีทีก็ได้ช่วยเหลือแก่ผู้ร้องเรียนที่เผชิญภัยอินเทอร์เน็ตแล้วกว่า 100 ราย

“เว็บร้ายพวกนี้จะมีการใช้เทคนิครูปแบบใหม่ ๆ แอบแฝงเข้ามาเรื่อย ๆ ซึ่งการปราบปรามจะสำเร็จลุล่วงไปได้นั้น ส่วนสำคัญ คือการร่วมมือร่วมใจของคนไทยทุกคน ทุกเพศ ทุกวัย ที่จะช่วย ทำหน้าที่ตรวจสอบ และแจ้งเบาะแส ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อสังคม เศรษฐกิจ และประเทศชาติ” …รมว.ไอซีทีระบุไว้

ขณะที่ สือ ล้ออุทัย ปลัดกระทรวงไอซีที ก็บอกไว้ว่า… จากการจัดทำโครงการรวมพลังคนไทยแจ้งภัยร้ายทางอินเทอร์เน็ต จัดกิจกรรมสร้างสรรค์โลกออนไลน์ หยุดเว็บร้าย โทร. 1212 ก็คาดหวังว่าโครงการนี้จะมีส่วนช่วยอย่างสำคัญในการ “หยุดเว็บอันตราย” ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ประชาชนทั่วไป คาดหวังว่านี่จะเป็นส่วนสำคัญส่วนหนึ่งที่ทำให้ประเทศไทยมีการบริหารจัดการเทคโนโลยีสารสนเทศที่ดี นำไปสู่การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศให้เกิดประโยชน์สูงสุดทัดเทียมกับนานาประเทศ

ทั้งนี้ กับความเคลื่อนไหวเชิงรุกของภาครัฐในเรื่องนี้ ทาง ครูหยุย-วัลลภ ตังคณานุรักษ์ เลขาธิการมูลนิธิสร้างสรรค์เด็ก อดีต ส.ว. สะท้อน ว่า… เดิมเครื่องมือเฉพาะของภาครัฐในการดูแลแก้ปัญหาเว็บไซต์อันตรายนั้นไม่มี อย่างส่วนที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์รับผิดชอบอยู่ ก็อาศัยการแจ้งเบาะแสปกติ หรือกระทรวงวัฒนธรรมที่ดูแลเรื่องร้านเกม ก็ทำได้แค่ดูว่าร้านเกมเปิด-ปิดกี่โมง ส่วนทางตำรวจที่จะคอย ตรวจสอบเว็บไซต์ที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ก็มีบุคลากรไม่เพียงพอกับจำนวนเว็บที่มากมาย

สำหรับมาตรการล่าสุดในส่วนของกระทรวงไอซีที ก็เสมือนเป็นการแจ้งต่อบรรดาเจ้าของเว็บไซต์ว่าภาครัฐมีมาตรการเอาจริงในการจัดการกับเว็บที่มีปัญหา เป็นมาตรการเบื้องต้นที่จะทำให้จำนวนเว็บไซต์ ที่ไม่เหมาะสมลดลงไปก่อน ซึ่งก็คิดว่ายังไม่เพียงพอ อย่างไรก็ตามประชาชนก็ควรจะมีส่วนร่วมแก้ไขปัญหา โดยการ “แจ้งเบาะแส”

“อย่างเว็บลามก ประเทศไทยน่าจะมีประมาณ 500,000 เว็บ ซึ่งจำเป็นเร่งด่วนที่จะต้องรีบบล็อก มิฉะนั้นคงจะเพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อย ๆ แต่ในการตรวจสอบเพื่อดำเนินการนั้น จำนวนเจ้าหน้าที่ของกระทรวงไอซีทีคงจะรับมือไม่ไหว ต้องอาศัยคนที่เล่นอินเทอร์เน็ตเป็นผู้แจ้งเตือน โดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่นซึ่งเป็นผู้ใช้อินเทอร์เน็ตมากที่สุด ซึ่งเรื่องเพศวิตถารต่าง ๆ อาทิ เพศสัมพันธ์แบบ ซาดิสต์ เพศสัมพันธ์ในครอบครัว เพศสัมพันธ์กับเด็ก เพศสัมพันธ์ กับศพ เพศสัมพันธ์แบบหมู่ หากพบต้องรีบแจ้งโดยด่วน เพราะเป็นเรื่องที่ทั่วโลกรับไม่ได้” …ครูหยุยระบุ พร้อมยกตัวอย่างเว็บอันตรายในส่วนของเว็บลามก

ก็เฉกเช่นอีกหลาย ๆ ปัญหาในสังคมไทยยุคปัจจุบัน

“เว็บอันตราย” ลำพังหน่วยงานรัฐคงจะกำจัดไม่ได้

จำเป็นต้องพึ่งพลังของประชาชน…จึงจะสำเร็จ !!!.

ที่มา : หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *