10 ขั้นตอนเพื่อการวางแผนขยายกิจการ (ตอนที่ 1)

10 ขั้นตอนเพื่อการวางแผนขยายกิจการ (ตอนที่ 1)
เมื่อดำเนินธุรกิจมาโดยไม่มีอุปสรรคเป็นระยะเวลาหนึ่ง ธรรมชาติของเอสเอ็มอีโดยทั่วไป ก็มักจะต้องแสวงหาวิธีการทำให้กิจการของตนเองขยายตัวออกไปให้มากขึ้นกว่าเดิม

การขยายตัวของกิจการ เป็นเรื่องที่เป็น “กับดัก” หรือ “หลุมพราง” อีกอย่างหนึ่งสำหรับเถ้าแก่เอสเอ็มอีที่เพิ่งจะได้ลิ้มรสของความสำเร็จทางธุรกิจที่ตนเองได้สร้างขึ้นมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเกิดการคิดการใหญ่ขยายตัวเกินกำลังความสามารถของตนเอง

การวางแผนขยายกิจการสำหรับธุรกิจขนาดย่อม เป็นเรื่องที่เจ้าของหรือผู้ประกอบการจะต้องประเมินสถานการณ์และวางแผนให้รัดกุม เพื่อให้การขยายตัวของกิจการประสบความสำเร็จตามเป้าหมายที่ต้องการ

การขยายกิจการจำเป็นที่จะต้องอาศัยทรัพยากรต่างๆ ที่เป็นผลต่อเนื่องมาจากผลตอบแทนและความสำเร็จที่เกิดขึ้นของกิจการเป็นฐานรากที่สำคัญ

ทรัพยากรต่างๆ ที่จะต้องนำมาใช้ในการขยายกิจการนอกจากจะเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับเงินทุน และบุคลากรที่จะมาช่วยงานแล้ว ความพร้อมของตัวเถ้าแก่เอง ก็จะมีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน

สัปดาห์นี้ ผมจึงขอนำเสนอแนวคิดที่เป็นระบบขั้นตอน เพื่อให้เถ้าแก่เอสเอ็มอีทั้งหลายได้นำไปพิจารณาประกอบสำหรับการขยายกิจการของตนเองให้รอบคอบและรัดกุม

เพื่อนำไปสู่การเติบโตอย่างมั่นคงและมั่งคั่งของกิจการ

ขั้นตอนต่างๆ ทั้ง 10 ขั้นตอน มีดังนี้ ครับ

ขั้นตอนที่ 1 สำรวจตัวเองว่าพร้อมหรือยังสำหรับธุรกิจที่จะเติบโตและขยายตัวมากขึ้น

เจ้าของธุรกิจ จำเป็นที่จะต้องสำรวจตัวเองว่า พร้อมหรือยังที่จะรับกับความเครียดที่จะเกิดเนื่องจากการบริหารงานที่ซับซ้อนมากขึ้น ซึ่งอาจสร้างความกดดันในด้านต่างๆ มากขึ้น

วิธีที่จะทดสอบตัวเองเบื้องต้น ได้แก่การถามตัวเองถึงเป้าหมายส่วนตัว เช่น พร้อมที่จะทำงานไปอีกกี่ปี, ต้องการที่จะขยายมูลค่าธุรกิจออกไปเป็นเท่าใด, ในเวลากี่ปี, จะมีปัญหาอื่นนอกจากเรื่องงานหรือไม่ เช่น ครอบครัวมีความพร้อมหรือไม่สำหรับเวลาที่จะต้องทุ่มให้กับการขยายกิจการ

ขั้นตอนที่ 2 ทบทวนวัตถุประสงค์ของการขยายตัว

โดยทั่วไปแล้ว วัตถุประสงค์ของการขยายธุรกิจ จะเน้นไปที่เรื่องของความต้องการผลตอบแทนจากธุรกิจให้มากขึ้น แต่เพื่อให้เห็นภาพของการขยายตัวให้ชัดเจนมากขึ้น เถ้าแก่ควรต้องกำหนดเป้าหมายที่ต้องการออกมาเป็นตัวเลขไว้ด้วย เช่น ต้องการเพิ่มยอดขายขึ้นกี่เท่าตัว หรือ กี่เปอร์เซ็นต์, ต้องการลูกค้าจำนวนเพิ่มขึ้นเท่าไร, หรือ ต้องการกำไรเพิ่มขึ้นเท่าไร เป็นต้น

การกำหนดวัตถุประสงค์เป็นตัวเลข หรือเป็นปริมาณที่วัดได้ จะทำให้การวางแผนอนาคต มีความเป็นไปได้มากยิ่งขึ้น

ขั้นตอนที่ 3 กำหนดยุทธศาสตร์สำหรับการขยายตัว

คำว่า ยุทธศาสตร์ ในที่นี้ หมายถึงภาพรวมของความต้องการโดยรวมที่เจ้าของกิจการอยากให้กิจการของตัวเองเป็นไปอย่างไร และจะมีแนวทางอย่างไรให้ไปถึงจุดๆ นั้น

ซึ่งเป็นเรื่องของการมองออกไปในอนาคต

หากเจ้าของกิจการไม่สามารถมองเห็นเป้าหมายที่ต้องการในอนาคตได้ การขยายตัวของกิจการก็อาจเป็นไปอย่างไม่มีทิศทาง หรืออาจเป็นไปไม่ได้

ภาพในอนาคตที่เจ้าของกิจการควรมองให้เห็น ได้แก่ ภาพพจน์หรือภาพลักษณ์ของธุรกิจที่อยากให้เป็นในสายตาของลูกค้าหรือผู้บริโภค เช่น เราอยากเป็นแนวหน้าในเรื่องคุณภาพของสินค้า หรือ เราอยากเป็นผู้ที่ลูกค้าคิดถึงเป็นคนแรกในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการช่วยเหลือสังคม เป็นต้น ซึ่งจะเห็นได้ว่า การกำหนดภาพพจน์ของกิจการไว้ จะทำให้เรามีทิศทางของการทำธุรกิจที่แน่นอนมากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ ควรมองไปถึงสถานภาพของตลาดและการแข่งขันในอนาคตด้วยว่าโอกาสในการจะเกิดคู่แข่งมีมากน้อยเพียงใด

ธุรกิจบางอย่างอาจดำเนินไปอย่างเงียบๆ แต่สร้างกำไรและผลตอบแทนให้กับเจ้าของได้ดี แต่เมื่อธุรกิจเริ่ม “ดัง” ขึ้นมา ก็จะมีผู้เล่นหน้าใหม่กระโดดเข้ามาแย่งชิ้นเค้กได้อย่างไม่เกรงใจ “เจ้าเก่า” ที่บุกบั่นสร้างธุรกิจขึ้นมาจนเป็นที่รู้จักของตลาดและผู้บริโภคก็เป็นได้

ขั้นตอนที่ 4 ประเมินความสามารถและโอกาสของกิจการ

จากภาพที่เจ้าของธุรกิจ อยากให้กิจการของตัวเองขยายตัวอย่างไรในอนาคต (ซึ่งในตำราบริหารธุรกิจสมัยใหม่เรียกว่า การสร้างวิสัยทัศน์) ขั้นตอนต่อไป เถ้าแก่ก็จะต้องกลับมานั่งประเมินสถานภาพในปัจจุบันของกิจการ เพื่อให้เห็นว่าปัจจุบันกิจการของเราเป็นอย่างไร และหากต้องการจะขยายตัวไปในทิศทางที่ต้องการ เราจะมีวิธีการอย่างไรได้บ้าง

การประเมินความสามารถของกิจการ มักจะมองไปที่เรื่องของ จุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส และ อุปสรรค ของกิจการ

จุดแข็ง หรือ จุดอ่อนเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับตัวกิจการเอง เป็นเรื่องที่เถ้าแก่สามารถพัฒนาให้สถานการณ์ดีขึ้นได้ (กรณีพบว่าเป็นจุดอ่อน) หรือ ทำให้ดียิ่งขึ้นไปเหนือคู่แข่ง (กรณีที่เป็นจุดแข็ง)

จุดแข็งและจุดอ่อนของกิจการ มักจะดูไปที่ ตัวสินค้าและความหลากหลายของสินค้า, ความสามารถหรือความเชี่ยวชาญในตลาดที่ทำอยู่, การมีพนักงานและผู้บริหารที่มีความสามารถ, การมีความสามารถหรือเทคโนโลยีในการผลิต, รวมไปถึงฐานะทางการเงิน และความสามารถในการทำกำไรของกิจการ

โอกาส หรือ อุปสรรค เป็นเรื่องของสภาวะแวดล้อมภายนอกที่เถ้าแก่ไม่สามารถควบคุมได้ แต่จะเป็นเหตุที่ทำให้เกิดผลกระทบของกิจการได้

เช่น คู่แข่งและความรุนแรงในการแข่งขัน, สภาวะทางเศรษฐกิจ สังคม และ การเมือง, การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี, หรือ การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมในด้านต่างๆ ของผู้บริโภค เป็นต้น

ขั้นตอนที่ 5 หาแนวทางหรือทางเลือกที่เป็นไปได้

การค้นพบจุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส และอุปสรรค ของกิจการ จะเป็นที่มาของการสร้างกลยุทธ์สู่การเจริญเติบโต

กลยุทธ์ ก็คือแนวทางหรือเส้นทางต่างๆ ที่จะทำให้เถ้าแก่สามารถเดินไปสู่เป้าหมายที่ต้องการ

ดังนั้น กลยุทธ์ อาจมีได้หลายรูปแบบหรือวิธีการ

ผมมักจะใช้วิธียกตัวอย่างง่ายๆ หากผู้ประกอบการมีความสงสัยเกี่ยวกับเรื่องกลยุทธ์ทางธุรกิจ

สมมติว่า ปัจจุบัน ผมอยู่ที่ สามย่าน ผมต้องการที่จะไปซื้อของที่ บางลำพู ผมจะมีกลยุทธ์อย่างไรได้บ้างเพื่อให้ไปถึง บางลำพู

ถ้าถือว่า กลยุทธ์ คือ เส้นทางที่จะไปถึง ผมอาจจะเลือกใช้เส้นทางผ่านเยาวราช หรือ เลือกเส้นทางถนนพระรามสี่

ถ้าถือว่า กลยุทธ์ คือ วิธีการที่จะไปถึง ผมอาจจะเลือกใช้ รถเมล์ แท็กซี่ หรือ ไปรถไฟใต้ดิน

ถ้าถือว่า กลยุทธ์ คือ การวางแผน ผมอาจใช้วิธี ฝากเพื่อนให้ซื้อ หรือ โทรศัพท์ไปสั่งกับเจ้าของร้าน ฯลฯ

กลยุทธ์ทางธุรกิจ ก็จะมีหลากหลายรูปแบบหรือหลายมิติ ได้เช่นกัน แต่การสร้างกลยุทธ์มักจะมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นแนวทางหรือเส้นทางเดินไปสู่เป้าหมายทางธุรกิจ

เนื้อที่หมดแล้วขั้นตอนที่เหลือผมขอยกยอดไว้สัปดาห์หน้าครับ

เรื่อง : เรวัต ตันตยานนท์

You may also like...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *