“ไต”รากฐานของชีวิต ชี้สารพัดอาการที่ต้องเร่ง “บำรุง”

“ไต”รากฐานของชีวิต ชี้สารพัดอาการที่ต้องเร่ง “บำรุง”
คุณภาพชีวิต
ปัสสาวะบ่อย นอนไม่หลับ อ่อนเพลียเรื้อรัง

คุณวัลวิภาอายุเพียง 34 ปี แต่มีอาการอ่อนเพลียเรื้อรังและมึนศีรษะเป็นประจำมาร่วมปี เธอไปตรวจที่โรงพยาบาล ไม่ว่าจะเป็นผลการตรวจเลือดหรือผลการตรวจ MRI ต่างพบว่าปกติ จึงได้แต่คำแนะนำว่าอย่าเครียดและยาปลอบใจที่ว่าจะช่วยบำรุงร่างกายกลับมาทานที่บ้าน แต่อาการต่างๆ ก็ไม่เห็นจะทุเลาลง คุณวัลลิภาจึงต้องไปโรงพยาบาลอีก 2 แห่ง แต่ผลการตรวจก็ออกมาเช่นเดิมว่าปกติทุกประการ ทั้งๆ ที่เธอรู้สึกไม่สบายมาก นอกจากนี้ เธอยังมีอีกสารพัดอาการ เช่น ปัสสาวะบ่อย ขี้หนาว นอนไม่หลับ สะดุ้งตื่นเป็นประจำ ปวดเมื่อยตามร่างกาย เท้าบวม ผิวหน้าหมองคล้ำและผมร่วง

คุณอาจเป็นอีกคนหนึ่งที่มีอาการและประสบการณ์การรักษาเช่นเดียวกับคุณวัลวิภา คุณเคยสงสัยบ้างไหมว่าในเมื่อผลการตรวจทุกอย่างเป็นปกติ แต่ทำไมตนเองกลับมีอาการผิดปกติ เกิดจากความเครียดหรืออุปทานไปเองจริงหรือไม่!!?

จริงๆ แล้วสารพัดอาการของคุณวัลวิภา หากวินิจฉัยตามหลักการแพทย์จีนคิดเกิดจากภาวะไตอ่อนแอ ซึ่งเป็นศัพท์เฉพาะของการแพทย์จีนที่ได้มีการบันทึกในตำราการแพทย์จีนมาแล้วนับพันปีและไม่ใช่โรคไตในความหมายของการแพทย์ตะวันตก หากหมายถึงสภาพไตกำลังเสื่อมลง ไม่แข็งแรงเท่าที่ควร ทำให้ไตขับน้ำส่วนเกินและของเสียออกจากร่างกายลดลง เกิดผลกระทบต่อดุลยภาพของอิเล็กโทรไลต์และความเป็นกรดด่างในร่างกาย รวมทั้งเกิดภาวะพร่องฮอร์โมนสำคัญหลายชนิดที่สร้างขึ้นจากไตและต่อมหมวกไตด้วยการเปลี่ยนแปลงทั้งหมดนี้จะนำไปสู่อาการผิดปกติของอวัยวะทุกส่วนของร่างกาย หากไม่มีการบำบัดรักษาอย่างทันท่วงทีก็จะแก่ก่อนวัยและพัฒนากลายเป็นโรคร้ายต่างๆ เช่น โรคหัวใจ เบาหวาน ความดัน โลหิตสูง อัมพฤกษ์ อัมพาต โรคเกาต์ โรคภูมแพ้ โรคซึมเศร้า เป็นต้น หรืออาจพัฒนากลายเป็นโรคไตและไตวายได้ในที่สุด

ไตคือรากฐานของชีวิต…

ไต(รวมทั้งต่อมหมวกไตด้วย) มีบทบาทสำคัญยิ่งในการควบคุมการเจริญเติบโตของร่างกาย การพัฒนาสมอง การสร้างกระดูก การสร้างเม็ดเลือด สมรรถภาพทางเพศ การสืบพันธุ์และความชรา ทั้งยังมีความสัมพันธ์อันใกล้ชิดกับระบบการทำงานของหัวใจ ปอด ตับ ม้าม ระบบฮอร์โมน ระบบประสาทและระบบภูมิคุ้มกันด้วย ดังนั้น การแพทย์จีนจึงเปรียบเสมือนไตเป็นรากฐานของชีวิตและให้ความสำคัญในการบำรุงรักษาไตอย่างสม่ำเสมอ เพื่อสร้างเสริมสุขภาพหรือบำบัดหลายๆ อาการให้หายพร้อมๆกัน ซึ่งเป็นวิทยาการอันล้ำค่าของการแพทย์จีนและมีบทบาทสำคัญในการดูแลรักษาสุขภาพชาวจีนในทุกๆ สมัยกลายเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมจีนไปแล้ว

ไตจะเสื่อมลงตั้งแต่อายุ 30 ปี ซึ่งเป็นความเสื่อมของร่างกายจึงไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ ส่วนจะเสื่อมเร็วช้าหรือมากน้อยจะไม่เท่ากันในแต่ละคน ทั้งนี้อยู่กับปัจจัยหลายอย่าง อาทิ

1. กรรมพันธุ์ พ่อแม่ไม่แข็งแรงหรือมีลูกตอนอายุน้อยหรืออายุมากเกินไป หรือมีลูกหลายคน หรือตอนตั้งครรภ์คุณแม่ไม่มีการพักผ่อนและบำรุงอย่างเพียงพอหรือคลอดก่อนกำหนด ไตของลูกก็จะอ่อนแอตั้งแต่กำเนิด

2. การมีเพศสัมพันธ์มากเกินควร ทำให้ไตสูญเสียพลังงาน

3. ประสบอุบัติเหตุ ไตถูกกระทบกระเทือน

4. ทำงานหนัก ทำงานเกินกำลังหรือทำงานหามรุ่งหามค่ำ ดูทีวี เล่นเก่มคอมพิวเตอร์จนอดหลับอดนอน

5. ผลกระทบจากโรคเรื้อรังต่างๆ ความดันโลหิตสูง เบาหวาน มะเร็ง SLE อัมพฤกษ์ อัมพาต วัณโรค โรคเกาต์ ฯลฯ

6. ปัจจัยเสี่ยงในชีวิตประจำวัน ผลข้างเคียงจากการใช้สารเคมี เช่น ยาแก้ปวด ยารักษาสิว ยาคุมกำเนิด ยาปฏิชีวนะ ยาลดความดัน ยาลดความอ้วน ฮอร์โมนทดแทน เป็นต้น ความเครียด มลภาวะเป็นพิษ ยาฆ่าแมลงที่ตกค้างในผักผลไม้ อาหารทะเลที่แช่ฟอร์มาลินหรือได้รับสารปนเปื้นจากสิ่งแวดล้อมสารโซเดียมที่ผสมอยู่ตามอาหาร ขนม ขบเคี้ยวและบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป เช่น ผงชูรส ผงฟู เป็นต้น อาหารรสจัด รสเค็ม อาหารและเครื่องดื่มที่ผสมสี ฯลฯ

ปัจจัยดังกล่าวล้วนทำให้ไตเสื่อมลงอย่างรวดเร็วและก่อนวัยอันควรเราจึงพบบ่อยว่าหลายๆ คนแม้ยังในวัยหนุ่มสาวแต่ก็มีอาการของภาวะไตก่อนอ่อนแออย่างครบครันเช่นเดียวกับคุณวัลวิภา

ภาวะไตอ่อนแอจะแสดงอาการหลากหลายตามระบบต่างๆ ของร่างกาย ซึ่งอาจแสดงอาการใดอาการหนึ่งหรือหลายๆ อาการพร้อมกันก็ได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพความเสื่อมโทรมของไต อายุและระยะเวลาที่เรื้อรัง

1. ระบบทางเดินปัสสาวะ ปัสสาวะบ่อยโดยเฉพาะตอนกลางคืนต้องลุกขึ้นมาปัสสาวะ ปัสสาวะกะปริดกะปรอย กลั้นปัสสาวะไม่อยู่บวมน้ำตามร่างกาย ฯลฯ

2. ระบบกล้ามเนื้อและกระดูก ปวดหลังปวดเอว แขนขาอ่อนแรง เป็นตะคริวบ่อย หนาวหรือชาปลายมือปลายเท้า ปวดตามข้อ กระดูกพรุน โรคเกาต์ ฯลฯ

3. ระบบประสาท นอนไม่หลับ ฝันบ่อย เวลานอนแขนขากระตุกหรือสะดุ้งตื่นเป็นประจำ หรือฝันว่าตกจากที่สูงจนตกใจตื่นเป็นประจำ ขี้หลงขี้ลืม ขาดสมาธิ วิงเวียน ปวดศีรษะ ซึมเศร้า วิตกกังวล อ่อนเพลียเรื้อรัง ขี้หนาว ฯลฯ

4. ระบบทางเดินอาหาร เบื่ออาหาร ลำไส้แปรปรวน อุจจาระร่วงเป็นประจำ ท้องอืดท้องเฟ้อ ท้องผูก ฯลฯ

5. ระบบภูมิต้านทาน เป็นหวัดบ่อยหรือเป็นหวัดง่าย ลมพิษ สะเก็ดเงิน เริม SLE ฯลฯ

6. ระบบทางเดินหายใจ ไอเรื้อรัง หอบหืด ฯลฯ

7. ระบบสืบพันธุ์ หย่อนสมรรถภาพทางเพศ หลั่งเร็ว ประจำเดือนมาผิดปกติ ช่องคลอดไม่กระชับ มีบุตรยากหรือแท้งบุตร เข้าสู่วัยทองก่อนวัยอันควร ฯลฯ

8. สภาพร่างกายภายนอก ผิวหน้าหมองคล้ำ หยาบกร้าน มีฝ้าบนใบหน้า ใต้ตาหมองคล้ำ หน้าอกหย่อนยาน ผมร่วง ผมหงอกก่อนวัย น้ำหนักขึ้นหรือลงอย่างฮวบฮาบ ฯลฯ

9. หู-ตา หูอื้อ ตาพร่า น้ำในหูไม่เท่ากัน ฯลฯ

สำหรับอาการต่างๆ ที่เกิดจากภาวะไตอ่อนแอ การแพทย์จีนแนะนำควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในชีวิตประจำวันให้ถูกสุขลักษณะและควรรักษาแต่เนิ่นๆ เนื่องจากอาการของภาวะไตอ่อนแอมักจะเรื้อรังอย่างช้าๆ จนเราคุ้นเคยกับความผิดปกติของร่างกายถึงขนาดลืมไปแล้วว่าตอนปกติจริงๆนั้นเป็นอย่างไร นอกจากนี้ ผลการตรวจการทำงานของไตตามหลักการแพทย์ตะวันตกที่ต้องรอให้ไตเสียไปมากกว่า 70% ถึงจะแสดงค่า BUN และ Creatinine ที่สูงขึ้นนั้นก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้คนจำนวนมากเข้าใจผิดและชะล่าใจว่าถ้าผลการตรวจยังปกติอยู่ก็แสดงว่าไตยังแข็งแรง ทั้งๆ ที่ไตอาจเสื่อมไปมากแล้วก็ตาม วิธีการรักษาของการแพทย์จีนจะเน้นการบำรุงรักษาไตเป็นหลักเพื่อบำบัดหลายๆ อาการของภาวะไตอ่อนแอไปพร้อมๆกัน ทั้งๆ ที่แต่ละอาการดูเหมือนจะไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกันในมุมมองของการแพทย์ตะวันตกก็ตาม เมื่อไตแข็งแรงขึ้น อาการของภาวะไตอ่อนแอทั้งหลายก็จะค่อยๆ ทุเลาหรืออาจหายไปในที่สุด

ที่มา : หนังสือพิมพ์ข่าวสด

Tags:

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *