“ระดูขาว”เรื่องฮิตรบกวนผู้หญิง

“ระดูขาว”เรื่องฮิตรบกวนผู้หญิง
• คุณภาพชีวิต
เผยวิธีป้องกันตกขาวปกติไม่ให้ติดเชื้อ

เป็นธรรมชาติของผู้หญิงที่เมื่อเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์ ร่างกายก็จะมีการเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะสตรีในวัยเจริญพันธุ์สิ่งที่บ่งบอกได้ว่า เราเริ่มย่างเข้าสู่วัยสาวแล้ว สามารถรู้ได้จาก “การมีประจำเดือน” นอกจากประเดือนที่ต้องมาเป็นประจำทุกเดือนแล้ว ยังมีของเหลวอีกชนิดหนึ่งที่มักจะหลั่งออกมาจากช่องคลอดบ่อยๆ ซึ่งเรียกกันโดยทั่วไปว่า “ตกขาว”

หากมีการจัดลำดับเรื่องท็อปฮิตที่รบกวนสุขภาพกายที่ผู้หญิงแต่ละวัยต้องประสบก็เห็นจะแจงได้เป็นวัยเด็กและวัยรุ่น ได้แก่ เรื่องประจำเดือนมาไม่ปกติและตกขาววัยกลางคน ได้แก่ เรื่องตกขาวและเลือดออกจากช่องคลอดผิดปกติวัยผู้ใหญ่ตอนปลาย ได้แก่ เรื่องกลับมามีเลือดออกจากมดลูกอีกและตกขาว

จะเห็นว่าไม่ว่าจะวัยใดก็ตาม ถ้าเกิดมาเป็นผู้หญิงก็มักไม่แคล้วมีเรื่อง ตกขาว มาให้กวนใจเสมอ บางคนมีทั้งตกขาวและทั้งเลือดออกเป็นลิ่มไปพร้อมกันก็มี ซึ่งเมื่อมาตรวจก็อาจจะพบว่า เป็นมะเร็งปากมดลูก หรือบางท่านก็เป็นแค่ปรากฏการณ์ของ “เลือดจะไปลมจะมา” เท่านั้นเอง

เรื่องของตกขาวนี้สามารถบอกอะไรได้มากทีเดียว ถ้าเราช่างสังเกต กรณีตกขาวนี้เราสามารถเริ่มสังเกตได้ด้วยตัวเองก่อนที่จะพบหมอเสียอีก

ที่ต้องเรียกตกขาวว่า เป็น “ภัยเงียบ” ก็จากสาเหตุที่ว่า ถ้าเป็นคนไข้ที่เป็นหญิงสาวที่มีตกขาวมักจะรอนานจนเป็นหนักจึงมาตรวจ เพราะในสมองจะคิดหาข้ออ้างไว้ประการหนึ่งคือ “คงเป็นตกขาวปกติ ไม่มีอะไรหรอก” ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะเป็นธรรมดาของหญิงไทยที่มักจะขี้อาย ผิดกับเด็กหญิงอเมริกันที่เริ่มตรวจภายในกันตั้งแต่วัยรุ่น แต่ก็เป็นข้อดีไม่น้อย เพราะทำให้อัตราการตายจากโรคมะเร็งปากมดลูกไม่สูงเท่าในคนไทย เพราะเมื่อตรวจภายในได้ส่องเข้าไปดูถึงปากมดลูก ถ้าเห็นติ่งเห็นก้อนอะไรผิดปกติ ก็สามารถตัดและแก้ไขได้ทันตั้งแต่เนิ่นๆ

ตกขาวปกตินี้เรียกอีกอย่างว่า ตกขาวตามธรรมชาติ มีไว้เพื่อป้องกันเชื้อโรคเข้ามารอนราญช่องคลอด มักจะมีออกมามากใน 4 ช่วงเวลาชีวิตสาวๆ ดังนี้ 1. ก่อนมีประจำเดือน 2. หลังมีประจำเดือน 3. ช่วงไข่ตก 4. ระหว่างตั้งครรภ์

แต่ทั้งนี้ก็ต้องขึ้นอยู่กับพื้นเพเดิมด้วยว่า เราเคยมีตกขาวเยอะเพียงใด ถ้าเคยมีเพียงน้อยนิดแล้วจู่ๆ ก็มีมากขึ้นจน “ติดกางเกงใน” อย่างนี้แม้จะดูเหมือนเป็นตกขาวธรรมชาติก็ต้องเอะใจสักหน่อยแล้วว่าเกิดอะไรขึ้น เป็นต้นว่า “ท้องหรือเปล่า?” หรือถ้าเป็นแป้งเปียกมากเสียจนเหมือนลิ่มนมที่เด็กอาเจียนออกมา นั่นคือติดเชื้อรากลุ่มยีสต์หรือแคนดิดา เพราะเชื้อรากลุ่มนี้ก็มักจะชอบที่อับๆ ชื้นๆ เช่น ในช่องคลอด ยิ่งใครชอบใส่ชุดว่ายน้ำรัดๆ ไปว่ายน้ำหรือใส่ผ้าอนามัยอับๆ ด้วย

โดยวิธีป้องกันตกขาวปกติไม่ให้กลายไปเป็นติดเชื้อแคนดิดานี้ก็มีเคล็ดวิธีง่ายๆ ที่ใช้แล้วได้ผลดี คือ

1. ถ้ามีตกขาวพยายามอย่าสวนล้าง หรือใช้น้ำยาล้างจุดซ่อนเร้นบ่อยจนเกินไป สาวๆ หลายคนมักบอกว่า ที่ต้องใช้บ่อยเพราะ “ไม่มั่นใจ” แต่ขอให้มั่นใจเถิดว่า การมีตกขาวนั้นเป็นเรื่องธรรมชาติ ถ้ามันสะอาดมากเกินไป ก็เท่ากับว่ากรุยทางให้เชื้อร้ายบุกเข้าสู่ภายในมดลูกได้ง่ายขึ้น

2. อย่าฉีดล้างภายในช่องคลอด บางคนสูญเสียความมั่นใจขนาดหนักเมื่อมีตกขาว ล้างด้วยน้ำยายังไม่พอ ขอฉีดเข้าไปข้างในให้สะอาด แบบนี้ไม่แนะนำ ควรใช้น้ำสะอาดล้างเบาๆ ก็พอ เพราะยิ่งฉีดน้ำจากหัวฉีดหรืออะไรก็แล้วแต่เข้าไป จะยิ่งดันให้เชื้อจากในช่องคลอดวกกลับเข้าไปข้างใน และท่อปัสสาวะซึ่งอยู่เหนือช่องคลอดก็จะพลอยได้รับเชื้อไปด้วย สังเกตง่ายๆ เลยว่า เวลาช่องคลอดอักเสบมักพาให้เกิดท่อปัสสาวะอักเสบ ปัสสาวะบ่อยๆ ปัสสาวะขัดๆ ไปด้วย

3. อย่าใช้กางเกงในอับๆ ชื้นๆ ให้เอากางเกงในตากแดด ด้วยเหตุที่ว่าแสงยูวีจากแดดจะช่วยทำลายสปอร์เชื้อราได้ดีกว่ามาก

นอกจากการตกขาวปกติ เรายังพบการ ตกขาวหนอง ตกขาวในกรณีนี้จะไม่ค่อยขาวสนิทสวยงามเสียทีเดียว มักเป็นตกขาวปนเหลืองหรือเขียว และมีกลิ่น “อับ” ที่เกิดจากการหมักหมมของแบคทีเรียบางชนิดในช่องคลอด และในบางคราวมีเชื้อปรสิตจำพวกพยาธิปนอยู่ด้วย ซึ่งจะทำให้ตกขาวเป็นฟองและคันยุบยิบ

ตกขาวที่ผิดปกตินี้มักเกิดร่วมกับอาการเจ็บป่วยของอวัยวะใกล้เคียงด้วย ได้แก่ มีแผลริมอ่อนบริเวณปากช่องคลอด, กระเพาะปัสสาวะอักเสบ, อุ้งเชิงกรานอักเสบ

การดูแลรักษาสุขอนามัยตนเองและอวัยวะเพศอย่างสม่ำเสมอก็จะยับยั้งภัยเงียบจากตกขาว ที่ไม่บอกให้ดูแลแต่ “ตัวเอง” นั่นก็เพราะส่วนใหญ่ตกขาวในสตรีวัยเจริญพันธุ์นั้นมักเกิดจากเพศสัมพันธ์ ในหลายคราวที่เพศสัมพันธ์ไม่สะอาดหรือรุนแรง ก็อาจทำให้เกิดรอยแผลฉีกขาดเล็กๆ ในช่องคลอดโดยที่เราไม่รู้ตัว แล้วเมื่อประกอบกับพฤติกรรมทำร้ายช่องคลอดโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์จำพวกใช้น้ำยาล้างภายใน หรือฉีดน้ำเข้าไปชำระ ก็ยิ่งทำให้เชื้อลามเข้าไปติดข้างในง่ายขึ้น

ที่สำคัญอย่าอายที่จะเข้าไปรับการตรวจ อย่าทนรอให้เป็นตกขาวนานๆ แล้วค่อยเยื้องกรายมาตรวจ เพราะนั่นอาจเป็นสัญญาณมรณะของเชื้อไวรัสเอชพีวีที่ทำให้เกิดมะเร็งปากมดลูกก็เป็นได้

ที่มา : หนังสือพิมพ์บางกอกทูเดย์

You may also like...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *