“พุงป่อง” ภัยร้าย! ทำลายบุคลิกภาพ

“พุงป่อง” ภัยร้าย! ทำลายบุคลิกภาพ
• คุณภาพชีวิต
เหตุอ้วน..อาจไม่ได้เกิดจากไขมันก็ได้!?!

คุณทราบหรือไม่ว่า การมีพุงอาจจะไม่ได้เกิดจากไขมันก็ได้ …

โดยตามข้อมูลที่ได้ค้นคว้าพบสาเหตุของเรื่อง “พุงป่อง” นั้นไม่ใช่จากการรับประทานเพียงอย่างเดียว และคนพุงป่องก็ไม่ได้แปลว่าอ้วนด้วยแต่อาจเป็นเพียงอาการบวมน้ำเท่านั้นโดยสาเหตุ และปัจจัยในเรื่องดังกล่าวก็เช่น

1. การแพ้อาหาร

บางครั้งอาการท้องบวมอาจเกิดจากอาการระคายเคือง หรือ การติดเชื้อของระบบย่อยอาหารในช่องท้อง หรือ อาจรวมถึงการรับประทานยาบางชนิดที่ทำให้บวมน้ำ และยังรวมไปถึงการมีรอบเดือนด้วย แต่ถ้ารู้สึกว่าหน้าท้องบวมขึ้นผิดปกติหลังทานอาหารบางชนิด ให้สันนิษฐานได้ว่าน่าจะมีอาการแพ้อาหารเข้าให้แล้ว จากสถิติพบว่า อาหารจำพวกแป้งและนม มีโอกาสทำให้เกิดอาการแพ้และบวมมากที่สุด

2. อาหารลดน้ำหนัก

คนที่ชอบหวังพึ่งอาหารลดน้ำหนักจำพวกโลว์ – แฟ้ต หรือ แฟ้ต – ฟรีมักจะมีปัญหาพุงป่อง เนื่องจากคิดว่า มันเป็นอาหารแคลอรี่ต่ำจึงสามารถกินมากกว่าปกติ อาหารพวกนี้อาจมีพลังงานน้อยกว่าปกติแต่มันก็ไม่ได้น้อยขนาดนั้น ทางที่ดีหันมารับประทานผักผลไม้ให้มากขึ้นจะดีกว่า รวมทั้งรับประทานอาหารที่มีเอนไซม์ช่วยย่อย อาทิ น้ำมะนาว น้ำส้มสายชูสกัดจากแอปเปิล หรือผักสดต่างๆ

3. กินช้าๆ แต่บ่อยๆ

ค่อยๆ เคี้ยวอาหารช้าๆ เพื่อให้ประสาทรับรู้ค่อยๆ รู้สึกอิ่ม และในแต่ละมื้ออย่ากินให้เยอะจนอิ่มแน่นท้อง ควรแบ่งมื้ออาหารออกเป็นมื้อย่อยๆ แต่อย่ากินขนมจุบจิบจำพวกขนมนมเนยต่างๆ เลือกกินผลไม้หรือธัญพืช เมื่อหิวระหว่างมื้อจะดีกว่า

4. ขจัดสารพิษ

แอลกอฮอล์ คาเฟอีน และนิโคตินในบุหรี่มีผลร้ายต่อระบบเผาผลาญอาหารของร่างกาย ส่งผลให้ร่างกายบวมน้ำ และยังก่อให้เกิดเซลลูไลท์อีกด้วย ดังนั้นเมื่อรู้เหตุดังนี้แล้วก็แค่ลด ละเลิก การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และคาเฟอีนต่างๆ และเลิกสูบบุหรี่ไปซะด้วยเลยในเวลาเดียวกัน

5. หัดกินสักนิด

ในกระเพาะจะมีแบคทีเรียอาศัยอยู่เพื่อช่วยในการย่อยอาหาร แต่บางครั้งแบคทีเรียเหล่านี้ก็อาจถูกกำจัดไปจากสภาวะต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการเจ็บป่วยหรือการรับประทานอาหารบางชนิด แนะนำให้รับประทานโยเกิร์ตรสธรรมชาติเป็นประจำเพื่อปรับสมดุลแบคทีเรียกลุ่มที่เป็นประโยชน์ จะช่วยทำให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้ดีขึ้น และช่วยให้หน้าท้องบวมน้อยลงด้วย

6. ดื่มน้ำให้มาก

อาการบวมน้ำนี้ควรดื่มน้ำให้ได้อย่างต่ำ 8 แก้วต่อวัน แต่วิธีการดื่มนั้นอย่าดื่มหมดแก้วในคราวเดียวควรจิบน้ำบ่อยๆ เรื่อยๆ เพราะการที่ดื่มน้ำแก้วใหญ่ในคราวเดียว จะทำให้กระเพาะปัสสาวะขยายใหญ่ ถ้าจะให้ดีลองเลือกดื่มชาสมุนไพร อาทิ ชาเป็ปเปอร์มินต์ หรือชาคาโมไมล์แทนน้ำเปล่าโดยเฉพาะการดื่มในช่วงหลังอาหาร จะช่วยให้อาหารที่รับประทานเข้าไป ย่อยได้ดีขึ้นด้วย

7. บริหารกล้ามเนื้อหัวใจ

หลายๆ คนเชื่อว่าการซิตอัพทุกวันจะช่วยให้หน้าท้องแบนเรียบแต่จริงๆ แล้วไม่ใช่เลย แม้ว่าการซิตอัพจะช่วยสร้างกล้ามท้องแต่ถ้าร่างกายนั้นยังปกคลุมด้วยชั้นไขมัน หน้าท้องเรียบตึงก็จะไม่มีวันโผล่มาให้เห็นหรอก ดังนั้นจึงจำเป็นที่จะต้องออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ เป็นประจำอย่างน้อย 30 นาทีต่อวัน อย่างต่ำ 3 วันต่อสัปดาห์เพื่อให้ร่างกายได้เผาผลาญไขมันออกไป บวกกับการซิตอัพคราวนี้รับรองตึงแน่นอน

8. หายใจลึกๆ

เมื่อหายใจเข้าออกแบบลึกๆ จะช่วยให้ร่างกายจะคลายความตึงเครียดออกมา รวมทั้งยังช่วยในการเติมออกชิเจน และพลังชีวิตให้ร่างกายด้วย ทุกครั้งที่หายใจให้พยายามหายใจให้ลึกเข้าไปยังท้องอย่าหยุดเพียงแค่เก็บลมไว้ในช่องอก การหายใจเข้าออกจากท้องเป็นนิสัย จะช่วยกระชับให้กล้ามเนื้อหน้าท้องแข็งแรงมากยิ่งขึ้น

9. นวดกระชับหน้าท้อง

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่า การนวดช่วยได้จริงๆ เนื่องจากการนวดท้องนั้น ช่วยไล่ลมที่กักเก็บไว้ในช่องท้องได้ และช่วยทำให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้ดีขึ้นด้วย ณ วิธีการนวดก็ไม่ยาก เพียงวางฝ่ามือลงบนท้องแล้วนวดวนตามเข็มนาฬิกา ถ้าอยากเห็นผลลัพธ์เร็วขึ้น อาจใช้ครีมจำพวกกระชับกล้ามเนื้อหน้าท้องร่วมด้วยก็ได้

ถ้าอยากมีหน้าท้องที่แบนเรียบ ก็ลองนำวิธีที่แนะนำไปปฏิบัติตามกันได้…

ที่มา: หนังสือพิมพ์แนวหน้า

You may also like...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *