“ต้นไม้” ห่างถนนเท่าไรถึงจะดี

“ต้นไม้” ห่างถนนเท่าไรถึงจะดี

ผู้ใช้ทางทั่วไปหากไม่เคยมีประสบการณ์อุบัติเหตุจากต้นไม้ริมถนน มักจะชื่นชอบที่ริมถนนสองข้างทางร่มรื่นไปด้วยต้นไม้เขียวขจี ทว่าต้นไม้ริมถนนนั้นเกี่ยวข้องกับความปลอดภัยทางถนนโดยตรง แม้ข้อมูลในระบบรายงานปกติ มิได้ระบุว่า “ต้นไม้” เป็นสาเหตุให้อุบัติเหตุที่เกิดในทุกครั้งมีความรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตหรือไม่ เพราะมักจะคิดรวมไปกับการชนวัตถุข้างทาง อย่างไรก็ตาม เราสามารถสืบค้นข้อมูลที่เกี่ยวข้องได้จากการสอบสวนเฉพาะราย เช่น

ข้อมูลการสอบสวนการบาดเจ็บ ระหว่างปี 2548-49 โดยสำนักระบาดวิทยากระทรวงสาธารณสุข พบว่าอุบัติเหตุจากรถมอเตอร์ไซด์ที่เกิดขึ้น 80 ราย มีการชนต้นไม้ 12 ราย (15%) ในจำนวนนี้บาดเจ็บรุนแรงที่ศีรษะ 8 ราย หรือ 2 ใน 3 ของผู้ที่ชนต้นไม้ และเสียชีวิต 3 ราย หรือ 1 ใน 4

ข้อมูลจากบริษัทกลางประกันภัย ซึ่งรวบรวมตั้งแต่ปี 2541 ถึงปัจจุบัน ในกรณีของมอเตอร์ไซด์ พบมีผู้มาขอรับค่าชดเชยสินไหมจากการบาดเจ็บและเสียชีวิตที่เกี่ยวกับต้นไม้ ถึง 2,859 ราย (ปีละ 317 ราย)

ข้อมูลจากศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน ในรายงานเรื่อง “ต้นไม้ …. กับความตายริมถนน” ระบุว่าต้นไม้ที่มีเส้นผ่าศูนย์กลางมากกว่า 10 เซ็นติเมตร ถือเป็นวัตถุที่อันตรายถ้ารถพุ่งเข้าชนด้วยความเร็ว โดยพบว่า ในการชนที่ความเร็ว 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แรงจากการชนจะเท่ากับรถตกจากที่สูง 14 เมตร (ตึก 5 ชั้น) และถ้าความเร็วเป็น 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แรงจากการชนจะเพิ่มเท่ากับรถตกจากที่สูง 39 เมตร (ตึก 13 ชั้น) ดังนั้นการมีต้นไม้อยู่ริมสองข้างทางจึงไม่ได้มีแต่ประโยชน์เสมอไป นอกจากจะต้องตัดแต่งกิ่งให้เหมาะสมเพื่อไม่ให้บดบังทัศนวิสัยในการขับขี่แล้ว ยังต้องออกแบบให้เหมาะสมกับถนนด้วย

ทั้งนี้ ระยะห่างระหว่างต้นไม้กับถนน หรือ clear zone ยิ่งเพิ่มมากขึ้นยิ่งช่วยลดอุบัติเหตุ โดยพบว่า หากมีระยะห่าง 1.5 เมตร ในเส้นทางตรงจะช่วยลดอุบัติเหตุลง 13% และ 9% ในเส้นทางโค้ง และถ้ามีระยะห่างออกไปเป็น 5 เมตร จะช่วยลดอุบัติเหตุในเส้นทางตรงถึง 35% และเส้นทางโค้ง 23%

ส่วนการศึกษาของจุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย โดยการสนับสนุนของกรมทางหลวงชนบท ซึ่งต่อมานำมาเป็นประกาศของกรมทางหลวงชนบท (28 กันยายน 2550) ชี้ว่า ระยะห่างที่เหมาะสมระหว่างต้นไม้กับถนน ในเขตเมืองและชุมชน คือ 0.5 เมตร และทางหลวงท้องถิ่นนอกเขตเมืองและนอกเขตชุมชนต้องห่างจากขอบผิวจราจรไม่น้อยกว่า 5 เมตร

อย่างไรก็ตามในส่วนของกรมทางหลวง ได้กำหนดว่า ทางสายหลักที่ใช้ความเร็วสูง (motorway) ให้มีระยะห่าง 15 เมตร สำหรับทางหลวงที่ใช้ความเร็วปกติทั่วไป 9 เมตร ทางหลวงที่ผ่านเมืองและใช้ความเร็วปานกลาง 5 เมตร และ 2-3 m. สำหรับทางหลวงในชุมชนที่ใช้ความเร็วต่ำ

ทว่าในความเป็นจริงจะพบว่า พื้นที่สองข้างทางส่วนใหญ่ ยังคงมีต้นไม้อยู่ในเขต clear zone จึงเป็นคำถามตามมาว่า ถ้าผู้ใช้รถใช้ถนนประสบอุบัติเหตุและรถไปเฉี่ยว/ชนกับต้นไม้ที่ปลูกในพื้นที่ clear zone จนเป็นเหตุให้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต จะสามารถใช้เป็นเหตุให้ฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายจากผู้รับผิดชอบได้หรือไม่

ที่มา : ศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน

You may also like...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *