“ตำบลสุขภาวะ”สวรรค์บนดินที่เราสร้างได้

“ตำบลสุขภาวะ”สวรรค์บนดินที่เราสร้างได้
• คุณภาพชีวิต
กระบวนการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องสู่ชุมชนปลอดภัย

หากเราคิดถึงปลายยอดของความสำเร็จ สังคมสุขภาวะ ที่เป็นอุดมการณ์ใหม่ของคนไทยในวันนี้ ดูจะเป็นเรื่องที่เป็นนามธรรมและไกลตัวมาก

แต่หากมองไปที่ภาพใกล้ๆ ตัวของเราทุกคนคือชุมชนท้องถิ่นในระดับหมู่บ้าน ตำบล และคิดย้อนไปถึงสุขภาวะที่ทุกคนต้องการ ที่อาจเป็นอย่าง ศ.นพ. ประเวศ วะสี ให้ภาพไว้ว่า

“เป็นชุมชนท้องถิ่นที่เข้มแข็ง อยู่กันอย่างปลอดภัย มีความยุติธรรม ประชาชนดูแล ช่วยเหลือกัน ไม่ทอดทิ้งกัน มีสัมมาชีพเต็มพื้นที่ มีกระบวนการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง และเป็นรากฐานความเข้มแข็งของสังคม”

ดังนี้ ชุมชนสุขภาวะก็อาจไม่ใช่เรื่องไกลตัวเกินไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อได้เข้ามาร่วมฟังประสบการณ์ในการสร้างสุขภาพชุมชนขององค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ต่างๆ ใน การสัมมนาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกับยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนตำบลสุขภาวะ ที่จัดขึ้นโดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ(สปสช.) และสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2551 ที่ผ่านมา

ในโอกาสดังกล่าว อบต. ต่างๆ ได้เล่า ได้แสดงให้เห็นว่า อบต. ในวันนี้ คือ กลไก คือแกนนำคนสำคัญในการสร้างสุขภาวะของชุมชนท้องถิ่น ด้วยการประสานความร่วมมือ ทรัพยากรจากหน่วยงานรัฐและทุนทางสังคมของท้องถิ่น ทั้งที่เป็นเงิน คน ภูมิปัญญา

อบต. ดอนหญ้านาง จ. พระนครศรีอยุธยา ได้ประสานการทำงานร่วมกับโรงพยาบาลในการตั้งคณะกรรมการสุขภาพชุมชนขึ้น เชิญครู พระ ผู้นำชุมชน มาพูดคุยและร่วมกันทำงานกันอย่างสม่ำเสมอ ต่อมาก็ได้ตั้งกองทุนสุขภาพชุมชน สำรวจข้อมูลสุขภาพประชาชน และกำลังจะจัดทำแผนสุขภาพชุมชน โดยกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชน

อบต. ปากพูน จ. นครศรีธรรมราช ได้จัดทำระบบข้อมูลสุขภาพชุมชน ที่สามารถแสดงผลสุขภาพของประชาชนและประเมินสถานะสุขภาพได้ และด้วยข้อมูลที่มี ทำให้สามารถบูรณาการงานสร้างเสริมสุขภาพไปกับทุกเรื่อง กับทุกหน่วยงาน

อบต. ท่าข้าม จ.สงขลา ตั้งสถานีวิทยุชุมชนขึ้น โดยที่คนในชุมชนบริหารจัดการและตรวจสอบกันเอง ส่งเสริมเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง มีมหาวิทยาลัยชีวิตในเรียนรู้เรื่องการจัดการตนเอง สนับสนุนเรื่องสวัสดิการ ส่งเสริมอาชีพ ความมั่นคงในชีวิต มีกองทุนสุขภาพ กองทุนสวัสดิการวันละบาท เพื่อสร้างสังคมอยู่ดีมีสุข

อบต. พิชัย จ.ลำปาง ก็ใช้กระบวนการค้นหาปัญหา วิเคราะห์ปัญหา และสร้างการเปลี่ยนแปลงในหลายๆ เรื่องโดยไม่ได้ใช้เงินเป็นตัวนำ หากแต่ใช้เป็นเครื่องมือสร้างโอกาสให้คนมาพูดคุย พร้อมๆ กัน ช่วยกันค้น ช่วยกันคิด หาแนวทางแก้ไข ทำให้หลายปัญหาลดลงเช่น จำนวนคนสูบบุหรี่จากร้อยละ 29 เหลือเพียงร้อยละ 9 สร้างโอกาสให้คนสามารถลุกขึ้นมาได้ด้วยตนเอง ด้วยการตั้งกองทุนส่งเสริมอาชีพ กองทุนกู้ยืมปลอดดอกเบี้ย ให้คนในชุมชนมีอาชีพ มีเงินไปใช้หนี้นอกระบบ

นอกจากนี้ อบต. หลายแห่งยังได้สนับสนุนให้บุตรหลานในชุมชนเรียนพยาบาล เรียนทันตภิบาล เพื่อกลับมาดูแลคนในชุมชน โดยประสานงานกับโรงพยาบาลชุมชน มหาวิทยาลัย วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนีในการดำเนินงาน สนับสนุนให้ประชาชนมี่ส่วนร่วมเข้ามาร่วมจัดทำแผนสุขภาพชุมชน การกำจัดขยะ การจัดการสิ่งแวดล้อม สร้างลานปฏิบัติธรรม สวนสุขภาพ ตั้งกองทุนสุขภาพชุมชน

เรื่องอย่างนี้ คนที่ยังมีภาพเก่าๆ ของถึงบทบาท ภารกิจของ อบต ในแบบที่เป็นหน่วยงานท้องถิ่นที่เอาแต่สร้างถนน สร้างอาคาร มากกว่านั้นก็บอกว่า อบต. ย่อมาจาก อมทุกบาททุกสตางค์อาจจะร้อง “โอ้ มายก็อด!!!” เลยทีเดียว และต้องเปลี่ยนความคิดเสียแล้ว สองหน่วยงานหลักด้านสุขภาพอย่างสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ(สปสช.) และสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ(สช.) ก็แสดงความสนใจที่จะร่วมสนับสนุนการพัฒนาสุขภาวะของตำบล

“…ปี 2551 สปสช. จะสนับสนุนการตั้งกองทุนสุขภาพชุมชนเพิ่มขึ้นอีก 2,715 แห่ง จากเมื่อปี 49 ที่สนับสนุนไปแล้ว 880 แห่ง เพื่อสนับสนุนกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพของชุมชน…” คุณอรจิตต์ บำรุงกุลสวัสดิ์ จาก สปสช. กล่าว

ส่วน อ.กรรณิการ์ บันเทิงจิต รองเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) ก็บอกว่า

“…สช. สามารถสนับสนุนการพัฒนาได้ใน 3 ด้านก็คือ ด้านข้อมูล องค์ความทางวิชาการ การพัฒนาศักยภาพ และงบประมาณในการจัดกระบวนการสมัชชาสุขภาพพื้นที่ ซึ่ง สช. มีคณะกรรมการสมัชชาสุขภาพในระดับจังหวัดทุกจังหวัดที่ให้คำปรึกษาได้…”

อย่างไรก็ตาม หากมองในเชิงระบบภายใต้คำบอกเล่าของ อบต. ต่างๆ แล้ว จะเห็นว่าองค์ประกอบและภาพกระบวนการพัฒนาตำบลไปสู่ตำบลสุขภาวะอย่างนี้ครับ

ในกระบวนการพัฒนาดังกล่าว มีเครื่องมือสำคัญคือ “การศึกษา/วิจัยชุมชน” และกระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันผ่าน “เวทีประชาคม” ที่ทำให้คนในชุมชนท้องถิ่น รู้จักและเข้าใจตนเอง รวมถึงเพื่อนพี่น้องร่วมชุมชนมากขึ้นว่าทำไมจึงเป็นอย่างนี้ ได้เห็นปัญหาที่ชัดเจน ได้ช่วยกันคิด วางแผนแก้ไข จนเกิดเป็น “ข้อมูลสุขภาวะชุมชน” และ“แผนสุขภาวะชุมชน” ที่ครอบคลุมทั้งเรื่องเศรษฐกิจ สังคม สุขภาพ สิ่งแวดล้อม เป็นลายแทงการแก้ปัญหา

แต่ผลผลิตสำคัญยิ่งกว่าแผนสุขภาพชุมชน ผมคิดว่าเป็นการกระตุ้น “หัวใจที่เอื้ออาทร” ต่อความทุกข์ร้อนของเพื่อนพี่น้องร่วมชุมชนท้องถิ่นมากกว่า ที่ทำให้ทุกคนมาร่วมไม้ร่วมมือกัน

ภายใต้กระบวนการแก้ไขปัญหา สิ่งที่สำคัญคือ การมีกลไกดำเนินการ ที่ไม่ได้ผูกติดกับ อบต. แต่เป็นกลไกของประชาชนในพื้นที่ ที่จะดำเนินการกันเอง อบต. เป็นเพียงผู้เอื้ออำนวยและสนับสนุนให้เกิดขึ้น เช่น กองทุนสุขภาพชุมชน กองทุนสวัสดิการวันละบาท กลไกสื่อสารของชุมชน กองทุนส่งเสริมอาชีพ กองทุนเงินกู้ปลอดดอกเบี้ย และรูปธรรมผลงานที่เกิดขึ้น ทั้งระบบข้อมูลชุมชน สถานีวิทยุชุมชน การมีงานทำ มีรายได้ มีสวัสดิการที่เป็นหลักประกันชีวิต มีสวนสุขภาพ มีลานธรรมะ คนสูบบุหรี่ลดลง มีกิจกรรมชุมชนที่ปลอดจากเหล้า การกำจัดขยะ การผลิตแก๊ส และปุ๋ยอินทรีย์จากขี้วัวใช้ในครัวเรือน

กระบวนการที่ทั้งชุมชนท้องถิ่นได้ร่วมคิดร่วมทำร่วมรับประโยชน์อย่างนี้ จึงไม่น่าแปลกใจ ที่ทำให้คนในตำบลมีความสุขในการอยู่ร่วมกัน ยิ่งเมื่อได้ประสานความร่วมมือกับหน่วยสนับสนุนทั้งภายในและภายนอกชุมชนอย่างโรงเรียน สถานีอนามัยตำบล เกษตร พัฒนาชุมชน สาธารณสุข วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี โรงพยาบาลชุมชน ยิ่งทำให้เกิดพลังในการสร้างสุขภาวะตำบลที่มากขึ้น

ด้วยเหตุนี้ จึงไม่น่าแปลกใจที่ ศ. นพ. ประเวศ วะสี จะเชื่อมั่นว่า อบต. จะเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญในการพัฒนาประเทศไทย ดังที่ได้กล่าวปาฐกถานำในการประชุมครั้งนี้ว่า

“…อบต. เป็นองค์กรที่มีอยู่เต็มประเทศ ใกล้ชิดประชาชน มีหน้าที่ในการพัฒนาทุกด้าน สามารถพัฒนาอย่างบูรณาการทั้งด้านเศรษฐกิจ จิตใจ สังคม สิ่งแวดล้อม วัฒนธรรม การศึกษาและสุขภาพ หากได้รับความเข้าใจ เห็นคุณค่า และได้รับการส่งเสริม สนับสนุนจากชุมชนท้องถิ่น ตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเต็มที่ อบต. จะเป็นจุดเปลี่ยนของประเทศไทย…” และ

“…ความล้มเหลวของการพัฒนาที่ผ่านมา เป็นเพราะสังคมไทยมักสร้างพระเจดีย์จากยอด ไม่สร้างจากฐาน และฐานของสังคมคือชุมชนท้องถิ่น ถึงเวลาที่ประเทศไทยต้องกลับมาสร้างพระเจดีย์จากฐาน คือการส่งเสริมความเข้มแข็งจากชุมชนท้องถิ่น…”

วันนี้ อบต. เปลี่ยนไป และทำให้เราเห็นบ้างแล้ว เหลือแต่ “เรา” ว่าจะมาร่วมกันสร้างตำบลสุขภาวะ ให้เป็นฐานของเจดีย์สังคมสุขภาวะไทยกันหรือเปล่า

เริ่มกันเสียที…ต้องดีแน่นอน

ที่มา : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ
ภาพประกอบ : www.thaihealth.or.th

You may also like...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *