‘เปี๊ยก ระยอง’ กันชนไทยพันธุ์แกร่ง โชว์ศักยภาพกลางสมรภูมิ

‘เปี๊ยก ระยอง’ กันชนไทยพันธุ์แกร่ง โชว์ศักยภาพกลางสมรภูมิ

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 27 มิถุนายน 2550 09:57 น.

แม้ว่า “สุริยงค์ วงศ์ชมพู” หรือที่คนทั่วไปเรียกว่า “เปี๊ยก ระยอง” จะมีโอกาสศึกษาแค่ชั้น ป.2 แต่ด้วยประสบการณ์ในเชิงช่างรถยนต์สะสมมากกว่าครึ่งชีวิต ช่วยให้ผลงาน “กันชนรถยนต์” ของเขาก้าวไปเป็นสินค้าระดับโลก สร้างรายได้ปีละกว่าร้อยล้านบาท แต่กว่าจะมีวันนี้ เส้นทางต่อสู้ในธุรกิจของเขาก็แกร่งไม่แพ้กันชนที่เขาสร้างสรรค์ขึ้น

สุริยงค์ วงศ์ชมพู วัย 57 ปี เจ้าของบริษัท เปี๊ยกระยอง ออฟโรด จำกัด ผู้ผลิตอุปกรณ์ตกแต่งรถยนต์ส่งออก เล่าให้ฟังว่า ประสบการณ์ในการผลิตของเขาสะสมมามากกว่า 40 ปี ตั้งแต่วัยเด็กที่มีโอกาสเรียนแค่ชั้น ป.2 ต้องออกมาทำงานต่างๆ จนได้ไปเป็นลูกมือช่างเคาะที่อู่ซ่อมรถ ใน อ.เมือง จ.ระยอง ตั้งแต่ปี พ.ศ.2514 ซึ่งหลังจากเก็บเกี่ยวความรู้ทุกอย่าง พร้อมกับสะสมทุนได้ก้อนหนึ่ง จึงลาออกมาเปิดอู่ซ่อม ทำสี และทำประดับยนต์ของตัวเอง

**สร้างปรากฏการณ์รถจิ๊ประยอง **

แม้จะมีอู่ซ่อมรถเป็นของตัวเอง แต่ธุรกิจที่ทำให้คนส่วนใหญ่รู้จัก รวมถึงเป็นที่มาของฉายา “เปี๊ยก ระยอง” ที่เรียกกันติดปาก คือ การหันมาจับธุรกิจดัดแปลงรถจิ๊ป โดยซื้อรถจิ๊ปเก่ามาดัดแปลงประดับอุปกรณ์ต่างๆ เช่น กันชน ล้อแมกซ์ ฯลฯ ซึ่งในช่วงแรกประสบความสำเร็จอย่างงดงาม สร้างปรากฏการณ์ที่ผู้ประกอบการธุรกิจรถเช่าในเมืองท่องเที่ยวทั่วประเทศ ไม่ว่าจะเป็นระยอง เมืองพัทยา ภูเก็ต เชียงใหม่ และเชียงราย ฯลฯ ต้องมาสั่งผลิตรถจิ๊ปจากเขา

สุริยงค์ ย้อนให้ฟังว่า ตอนนั้นตัดสินใจเลิกกิจการอู่ประดับยนต์ หันมาผลิตรถจิ๊ปเพียงอย่างเดียว ดำเนินธุรกิจต่อเนื่องมากว่า 10ปี จนมีรถจิ๊ปโดยการผลิตของ “เปี๊ยก ระยอง” วิ่งทั่วไปหมด ซึ่งได้ขยายธุรกิจใหญ่โต สร้างอู่ต่อรถ พื้นที่กว่า 1 ไร่ มูลค่ากว่า 5 ล้านบาท ริมถนนสายแกลง – บ้านบึง หวังวางฐานในอนาคตอย่างมั่นคง

แต่สิ่งที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เมื่อมีการปรับให้ธุรกิจดัดแปลงรถยนต์ต้องเสียภาษีโภคภัณฑ์เพิ่ม ส่งผลกระทบให้ธุรกิจไม่สามารถรับภาระนี้ไหว เจอวิกฤตจนต้องกลายเป็น NPL มีหนี้สะสมค้างชำระกว่า 5 ล้านบาท

**เอสเอ็มอีแบงก์ชุบชีวิตสร้างโอกาส **

“ตอนนั้น ธุรกิจรถจิ๊ปทำต่อไม่ได้แล้ว เลยหันกลับมาทำอุปกรณ์ประดับรถอีกครั้ง เพราะเรามีความถนัดอยู่แล้ว และคิดว่าเครื่องจักรที่มีอยู่พอจะทำได้ ยอมขายรถของตัวเองได้ทุน 7 แสนบาท ก็เริ่มทำออกขาย ช่วงแรกๆ ผมต้องไปขอร้องฝากขายในร้านประดับยนต์” สุริยงค์ เล่าถึงวิกฤตในเวลานั้น และอธิบายต่อว่า

หลังจากกลับมาทำอุปกรณ์ประดับยนต์สักพัก สินค้าเริ่มติดตลาด จนมีตัวแทนจำหน่ายรถยนต์แห่งหนึ่งสั่งออเดอร์จำนวนสูง แต่ศักยภาพในเวลานั้นไม่สามารถทำได้แล้ว เพราะจากวิกฤตธุรกิจที่ผ่านมา ทำให้เหลือกำลังผลิตน้อยมาก มีพนักงานแค่ประมาณ 10 คน จึงพยายามติดต่อสถาบันการเงินต่างๆ เพื่อกู้เงินสร้างโรงงานใหม่ที่มีกำลังผลิตสูงขึ้น แต่ไม่มีธนาคารใดอนุมัติ เพราะชื่อเขาติดอยู่ในบัญชีลูกหนี้ NPL

อย่างไรก็ดี เจ้าของธุรกิจบอกเป็นโชคดีของเขา ซึ่งได้เข้าไปติดต่อกับธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (เอสเอ็มอีแบงก์) ซึ่งทางแบงก์ ยังมองเห็นศักยภาพของเขาที่จะฟื้นฟูธุรกิจได้ จึงได้อนุมัติเงินมา 30 ล้านบาท เมื่อปี พ.ศ.2546 ซึ่งทุนจำนวนนี้ ทำให้ธุรกิจเขากลับมาแจ้งเกิดอีกครั้ง

**ส่งออกกันชนไทยพันธุ์แกร่ง **

เจ้าของฉายา เปี๊ยก ระยอง เล่าต่อว่า โรงงานใหม่ตั้งอยู่ห่างจากโรงงานเดิมแค่ 7 กม. มีพื้นที่กว่า 11 ไร่ พนักงานรวมกว่า 100 คน ได้มาตรฐานระดับสากล ช่วยให้ลูกค้าต่างประเทศที่เคยไปสั่งซื้อสินค้าของเขาจากร้านประดับยนต์ต่างๆ เริ่มเสาะหาแหล่งผลิต และเข้ามาสั่งออเดอร์ถึงโรงงาน ทำให้มีรายได้เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ผลประกอบการของบริษัทฯดีขึ้นตามลำดับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วง 2 ปีหลังได้ออเดอร์รายใหญ่จากตัวแทนจำหน่ายแห่งหนึ่ง ซึ่งจะดัดแปลงรถกระบะใส่อุปกรณ์ป้องกันความปลอดภัยต่างๆ เช่น กันชน แล้วส่งต่อไปต่างประเทศใช้ในภารกิจทางทหารที่ประเทศอัฟกานิสถาน โดยปีนี้ได้สั่งออเดอร์มาถึง 6,000 คัน ช่วยให้ผลประกอบการบริษัทปีนี้น่าจะอยู่ที่ 150 ล้านบาท

“บริษัทนี้เขาพยายามจะหาสินค้าที่ดีที่สุดในท้องตลาด ช่วงแรกเขาก็สั่งเราแค่ 5 – 10 คัน แล้วเพิ่มเป็นหลักร้อยคัน จนมาเป็นพันคัน และปีหน้าเขามีออเดอร์อีกกว่า 20,000 คัน ซึ่งจากคุณภาพสินค้าที่เราส่งให้ไป คาดว่า ปีหน้าออเดอร์ที่จะส่งมาที่เราไม่น่าจะน้อยกว่าเดิม” เจ้าของธุรกิจ ระบุ

สำหรับสินค้าตกแต่งรถยนต์ของบริษัท เปี๊ยกระยองฯ มีหลายประเภท แต่ชิ้นที่โดดเด่น คือ “กันชน” มีจุดเด่นที่ความแข็งแรง จากการทดสอบพุ่งชนเสาไฟฟ้าด้วยความเร็ว เสาถึงขั้นขาด แต่ตัวรถไม่เกิดผลกระทบ ส่วนการติดตั้งง่าย ทำได้สะดวก รวมถึง สามารถส่งงานได้ตามกำหนด มีศักยภาพการผลิตครบวงจร ทำได้กว่า 1,000 ชุดต่อเดือน หรือกว่า2,000 ชิ้นต่อวัน โดยการออกแบบนั้น “สุริยงค์” คิดค้นด้วยตัวเอง อาศัยจากประสบการณ์ที่สะสมมายาวนาน กับศึกษาจากนิตยสารแต่งรถของต่างประเทศ

ปัจจุบัน ลูกค้าของบริษัทฯ คือ ตลาดส่งออกกว่า 90% เช่น ออสเตรเลีย แอฟริกาใต้ รัสเซีย อินโดนีเซีย อังกฤษ ฯลฯ ส่วนตลาดในประเทศส่งเข้าร้านประดับยนต์ต่างๆ ส่วนแบ่งตลาดถือเป็นผู้ผลิตสินค้าประเภทนี้รายใหญ่สุดของประเทศ ส่วนแผนในอนาคต จะพัฒนาคุณภาพให้สามารถส่งออกได้ด้วยตัวเอง และมั่นใจว่า สามารถทำได้ เพราะประสบการณ์ที่ผ่านมา กับชื่อเสียงที่รับผลิตออเดอร์ให้รายใหญ่มาแล้ว ทำให้ชื่อของ “เปี๊ยก ระยอง” ในสายตาต่างชาติเป็นที่ยอมรับมาก

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *