‘มะเร็งปอด’ ป้องกันได้ หากใส่ใจตรวจรักษา

‘มะเร็งปอด’ ป้องกันได้ หากใส่ใจตรวจรักษา
• คุณภาพชีวิต
เลิกบุหรี่ช่วยสุขภาพสมบูรณ์ปลอดโรค

สาเหตุของการเกิดโรค

มะเร็งในปอดมักจะพบในเพศชายมากกว่าเพศหญิง และเป็นที่เชื่อกันในวงการแพทย์ปัจจุบันว่า สาเหตุที่ทำให้เกิดโรคมะเร็งในปอดนั้น มีหลายสาเหตุด้วยกัน คือ

1. การสูบบุหรี่จัดเป็นเวลานานๆ จะมีโอกาสเป็นมะเร็งในปอดสูง 80% ของผู้ที่เป็นมะเร็งในปอดจะมีประวัติการสูบบุหรี่ทั้งสิ้น และ 75% ของผู้เป็นมะเร็งในปอดจะเป็นผู้สูบบุหรี่จัด ซึ่งเกณฑ์ที่ถือว่า “สูบบุหรี่จัด” ได้แก่ การสูบบุหรี่อย่างน้อยวันละ 20 มวน ติดต่อกันนาน 20 ปีขึ้นไป หรืออย่างน้อยวันละ 10 มวน สูบติดต่อกันนาน 30 ปีขึ้นไป

2. ความสกปรกของอากาศในเมืองใหญ่ อากาศที่เป็นพิษ ซึ่งเกิดจากควันดำของท่อไอเสียรถยนต์ ควันพิษจากโรงงานอุตสาหกรรมต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่ทำงานเกี่ยวกับอุตสาหกรรมเหมืองแร่ เช่น แอสเบสตอส นิเกลและสารกัมมันตรังสี เป็นต้น จะมีโอกาสเป็นโรคนี้สูง

3. แผลเป็นในปอด อันเป็นผลมาจากการเป็นโรคเรื้อรังมานาน เช่น วัณโรคปอดซึ่งอาจเป็นจุดก่อให้เกิดมะเร็งได้

อาการของโรค

ระยะเริ่มแรกของโรค จะไม่มีอาการใดๆ ที่บ่งบอกได้อย่างชัดเจนว่าเป็นโรคมะเร็งในปอด แต่ควรสังเกตจากอาการเหล่านี้ เช่น

1. ไอเรื้อรัง จะมีลักษณะไอแห้งๆ อยู่นานกว่าปกติ บางครั้งมีเสมหะ หรือมีเลือดออกเป็นเพียงสายๆ ติดปนกับเสมหะออกมา

2. น้ำหนักลด เบื่ออาหาร ซีด อ่อนเพลีย

3. ปอดอักเสบ มีไข้ เจ็บหน้าอก การพบอาการดังกล่าวอาจไม่ทำให้ผู้ป่วยตัดสินใจมาพบแพทย์เพื่อรับการรักษาในทันที ต่อเมื่อโรคลุกลามไปมากแล้ว โอกาสที่จะรักษาให้หายก็จะลดน้อยลง ฉะนั้นเมื่อมีอาการดังกล่าว ควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที เพื่อจะทำการรักษาได้ทันการ

การวินิจฉัย

สามารถทำได้หลายวิธี คือ ถ่ายภาพเอกซเรย์ปอด ตรวจเสมหะที่ไอออกมา เพื่อหาเซลล์มะเร็ง ส่องกล้องตรวจดูภายในหลอดลม ใช้เข็มแทงผ่านผนังทรวงอก หรือขริบชิ้นเนื้อจากหลอดลม เพื่อวินิจฉัยทางพยาธิวิทยา

การรักษา

แพทย์จะเป็นผู้ตัดสินใจว่าผู้ป่วยควรจะได้รับการรักษาแบบใดจึงจะเหมาะสมที่สุด โดยพิจารณาถึงอายุ ภาวะความแข็งแรงของร่างกาย ระยะของโรค ชนิดของชิ้นเนื้อ และการยอมรับของผู้ป่วย ซึ่งสามารถรักษาได้ด้วยวิธีดังต่อไปนี้

1.การผ่าตัด (Surgery) จะทำเฉพาะในรายที่คาดว่ายังมีหวังตัดมะเร็งออกได้หมด และปอดที่เหลืออยู่ยังเพียงพอ

2.รังสีรักษา หรือการฉายแสง (Radiation therapy) ใช้ในผู้ป่วยมะเร็งปอดที่ผ่าตัดไม่ได้ และในรายที่ผ่าตัดแล้วแต่ตัดมะเร็งออกไม่หมดหรือคาดว่ามะเร็งจะงอกขึ้นมาอีก

3.เคมีบำบัด (Chemotherapy) มีบทบาทสำคัญในการรักษามะเร็งปอด ในปัจจุบันนิยมใช้ยาหลายตัวสลับกันเป็นระยะ (cyclical treatment) เพราะได้ผลดีกว่าการใช้ยาตัวเดียว ผลการรักษามักจะดีในผู้ป่วยที่สภาพร่างกายสมบูรณ์และมีมะเร็งในร่างกายน้อย ยาที่ใช้ขึ้นอยู่กับชนิดของมะเร็ง

4.การรักษาแบบประคับประคอง

การป้องกัน

เหตุส่งเสริมให้เกิดโรคมะเร็งในปอดนั้นมีหลายประการ สาเหตุบางอย่างอาจป้องกันได้ยาก แต่สาเหตุสำคัญประการหนึ่ง คือ จากการสูบบุหรี่ เป็นสิ่งที่เราป้องกันได้และการไม่สูบบุหรี่หรือการเลิกสูบบุหรี่ จะช่วยลดอัตราการเป็นมะเร็งในปอดได้อย่างมาก อีกทั้งจะช่วยให้มีสุขภาพสมบูรณ์ปราศจากโรคที่มีสาเหตุจากบุหรี่ นอกจากนั้นยังเป็นผลดีต่อบุคคลใกล้เคียง

ที่มา: ศูนย์มะเร็ง โรงพยาบาลพญาไท 2

You may also like...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *