‘กรมอนามัย’ เตือน น้ำสระไม่ได้คุณภาพ

‘กรมอนามัย’ เตือน น้ำสระไม่ได้คุณภาพ
• คุณภาพชีวิต
เป็นกรดต่ำกว่า 5.5 เสี่ยงฟันกร่อน

กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข เผยน้ำในสระว่ายน้ำที่มีความเป็นกรดมากหรือพีเอชต่ำกว่า 5.5 เสี่ยงต่อการเกิดฟันกร่อน แนะผู้ให้บริการสระว่ายน้ำใส่ใจดูแลคุณภาพน้ำและจัดการสิ่งแวดล้อมสระตามหลักสุขาภิบาลสิ่งแวดล้อม ตามข้อบังคับกรุงเทพมหานครหรือเทศบาลและท้องถิ่น เพื่อลดผลกระทบด้านสุขภาพของผู้ใช้บริการสระว่ายน้ำจากสารเคมีตกค้างและเชื้อโรค

น.พ.ณรงค์ศักดิ์ อังคะสุวพลา อธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยถึงอันตรายจากน้ำในสระว่ายน้ำที่ไม่ได้มาตรฐานว่า สระว่ายน้ำส่วนใหญ่มักเป็นแหล่งรวมของเด็กและผู้ที่นิยมออกกำลังกายด้วยการว่ายน้ำ ผู้ประกอบการและผู้ดูแลสระว่ายน้ำควรดูแลเรื่องคุณภาพน้ำและสิ่งแวดล้อมของสระ เพื่อให้ผู้ใช้บริการสระว่ายน้ำปลอดภัยจากโรคและอันตราย ซึ่งอาจเกิดขึ้นจากสารเคมีที่ใช้ปรับปรุงคุณภาพน้ำ

เนื่องจากประกาศกระทรวงสาธารณสุขฉบับที่ 5/2538 กำหนดให้การจัดตั้งสระว่ายน้ำ เป็นกิจการค้าที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ จำเป็นต้องได้รับอนุญาตจากหน่วยงานท้องถิ่นก่อนเปิดดำเนินกิจการ และต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์หรือเงื่อนไขทางสุขลักษณะตามที่กฎหมายกำหนดไว้ เพราะปัจจุบันการก่อสร้างสระว่ายน้ำเพื่อจัดให้เป็นสถานที่ให้บริการ ได้มีเพิ่มมากขึ้นทั้งในโรงแรม สโมสร สมาคม หมู่บ้าน และสถานศึกษาทั่วไป

ผู้ประกอบการหรือผู้ดูแลสระว่ายน้ำจึงต้องมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการใช้สารเคมีต่างๆ ในการปรับปรุงคุณภาพน้ำ เนื่องจากหลักเกณฑ์และเงื่อนไขทางสุขลักษณะ รวมถึงคุณภาพน้ำในสระที่ปลอดภัย คือ มีสารคลอรีนตกค้างไม่เกินมาตรฐาน และไม่มีสภาพเป็นกรดหรือพีเอชอยู่ระหว่าง 6.5–7.5

น.พ.ณรงค์ศักดิ์ กล่าวต่อไปว่า เจ้าของผู้ประกอบการหรือผู้ดูแลสระว่ายน้ำต้องตรวจสอบคุณภาพน้ำ และแสดงผลให้ผู้ใช้บริการรู้ว่ามีการตรวจเฝ้าระวังอย่างสม่ำเสมอ เพราะผลจากการศึกษาสถานการณ์คุณภาพน้ำจากสระว่ายน้ำ ของศูนย์ห้องปฏิบัติการกรมอนามัย ปี พ.ศ.2547 และปี พ.ศ.2548 ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑลของสระว่ายน้ำในโรงเรียน มหาวิทยาลัย สวนสนุก สโมสร ห้างสรรพสินค้า คอนโดมิเนียม โรงแรม และหน่วยงานราชการจำนวน 476 ตัวอย่าง ครอบคลุม 3 ฤดูกาล

พบตัวอย่างน้ำไม่ได้มาตรฐานมากกว่าร้อยละ 85 นอกจากนี้ เคยมีรายงานการใช้ สารประกอบคลอรีนที่ไม่ถูกต้อง ทำให้น้ำในสระมีความเป็นกรดมากเกิน ส่งผลต่อการเกิดฟันกร่อนในผู้ว่ายน้ำ ทั้งนี้ ฟันกร่อนเป็นภาวะที่ผิวฟันหลุดหายไปอย่างถาวร มีอาการเสียวฟันเมื่อโดนน้ำหรือลม ในรายที่เป็นมากจะเคี้ยวอาหารไม่ได้ และไม่สามารถสร้างผิวฟันให้กลับคืนเป็นปกติได้ แต่ต้องใช้วัสดุอุดฟันทดแทน

ทั้งนี้ กรมอนามัยโดยกองทันตสาธารณสุขได้ทำการสำรวจชนิดของสารประกอบคลอรีนและค่าความเป็นกรดด่างในสระว่ายน้ำ เมื่อปี 2546 พบว่า จากสระจำนวน 139 แห่ง ใน 15 จังหวัด พบว่าร้อยละ 31 มีค่าพีเอชต่ำกว่า 5.5 ซึ่งเป็นค่าความเสี่ยงต่อการเกิดฟันกร่อนในผู้ว่ายน้ำ ดังนั้น ผู้ประกอบการและผู้ดูแลสระว่ายน้ำต้องมีความรู้ที่ถูกต้องในการดูแลสุขลักษณะและปรับปรุงคุณภาพน้ำให้ได้มาตรฐาน ด้วยการทำความสะอาดเครื่องเล่นและอุปกรณ์ประจำสระว่ายน้ำทุกวัน

นอกจากนี้ ยังสามารถเก็บตัวอย่างน้ำส่งให้ศูนย์ห้องปฏิบัติการกรมอนามัยทดสอบหาค่าความปลอดภัยของคุณภาพน้ำ เพื่อสร้างความมั่นใจให้ผู้ใช้บริการ และสำหรับผู้ใช้บริการสระว่ายน้ำสามารถมีส่วนช่วยในการตรวจสอบควบคุมคุณภาพน้ำในสระ ด้วยการสอบถามหรือตรวจดูข้อมูลของสระว่ายน้ำที่ไปใช้บริการเป็นประจำเพื่อความปลอดภัยด้วย

ที่มา: หนังสือพิมพ์บางกอกทูเดย์

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *