๕ วันเลี้ยงท้อง ๒ วันเลี้ยงใจ

ปุจฉา
๕ วันเลี้ยงท้อง ๒ วันเลี้ยงใจ
1. วันพระเป็นวันอะไร มีความสำคัญและประวัติความเป็นมาอย่างไร
2. ขอกราบเรียนถามถึง ศีล 8 โดยเฉพาะข้อที่ 7 ในส่วน ” เว้นการทัดทรง ตกแต่งร่างกายด้วยเครื่องประดับ ดอกไม้ ของหอม เครื่องทา”
“เครื่องทา” ที่ว่านี้หมายถึงอะไรบ้างคะ เวลาไปปฎิบัติธรรมในหน้าร้อน ภายในวัดอากาศอบอ้าวมาก ก่อนเข้านอนเลยทาแป้งเย็นเพื่อให้คลายร้อน จะได้นอนหลับได้
แบบนี้จะผิดศีลไหมคะ

วิสัชนา

๑. วันพระคือวันที่ตรงกับขึ้นหรือแรม ๘ ค่ำ หรือ ๑๕ ค่ำ ตามหลักการนับวันนทางจันทรคติ
วันก่อนที่จะถึงวันพระเราเรียกว่าวันโกน (เดือนหนึ่งพระจะโกนผมหนึ่งครั้งในวันขึ้นหรือแรม ๑๔ ค่ำ แต่วันาขึ้น/แรม ๗ ค่ำ ก็อนุโลมเรียกว่าวันโกนได้เหมือนกัน) สำหรับความเป็นมานั้น คัมภีร์เล่าไว้ว่า แต่เดิมพระพุทธเจ้าไม่ได้กำหนดวันโกน วันพระ เอาไว้ว่าต้องเป็นวันนั้นวันนี้ แต่ต่อมาชาวพุทธในสมัยนั้นเห็นว่า ศาสนาอื่นร่วมสมัยยังกำหนดวันนั้น วันนี้ เป็นวันฟังธรรมเป็นกรณีพิเศษเป็นครั้งคราว ทำไมพุทธศาสนาไม่มีวันเช่นนั้นบ้าง พระพุทธองค์ทรงอนุโลมตามความต้องการของชาวพุทธ จึงทรงกำหนดให้มีวันฟังธรรมพิเศษขึ้นมาสัปดาห์ละหนึ่งครั้ง เรียกวันดังกล่าวว่าเป็นวันธัมมัสวนะ (วันฟังธรรม) วันก่อนหน้านั้นหนึ่งวันก็เรียกว่าวันโกน สำหรับผู้ถือเคร่งครัดวันพระ ๘ ค่ำ ๑๕ ค่ำ ก็จะเป็นวันสมาทานศีลพิเศษที่เรียกว่า “อุโบสถศีล” หรือ “ศีล ๘” ด้วย ในชุมชนไทยในต่างจังหวัด หรือวัดในกรุงเทพฯ บางแห่ง ก็ยังมีธรรมเนียมเช่นนี้อยู่
ที่บ้านเกิดของผู้เขียน (เชียงราย) ในสมัยก่อนนั้น ถ้าถึงวันโกนทุกครั้ง เวลาหัวค่ำ พระจะตีกลอง เรียกว่ากลอง “บูชา” (กลองปู่จาตามสำเนียงล้านนา) ทำให้รู้ว่า วันพรุ่งนี้เป็นวันพระ เวลาถามกันว่าวันไหนใครทำอะไร (เช่น บวชพระ ขึ้นบ้านใหม่ แต่งงาน เกี่ยวข้าว) ก็จะไม่เน้นการถามวันที่ แต่จะถามว่า ทำอะไรในวันขึ้นหรือแรมกี่ค่ำแทน แสดงว่า สมัยก่อนวันโกนวันพระมีความสำคัญมาก แทบไม่ต่างกับวันในปฏิทินนในสมัยนี้เลยทีเดียว
สังคมไทยสมัยก่อนถือกันว่า วันโกน วันพระ เป็นวันหยุดราชการการด้วย ต่อมาเมื่อรัฐบาลไทยใช้นโยบายตามแบบอย่างสากล โดยเฉพาะอย่างยิ่งตามอย่างสหรัฐอเมริกา ก็จึงยกเลิกวันหยุดจากวันโกนวันพระมาเป็นวันเสาร์วันอาทิตย์ตามแบบอย่างนานาอารยประเทศแทน
มีสิ่งที่ควรตั้งข้อสังเกตเป็นพิเศษประกอบเรื่องวันโกน วันพระ อยู่เรื่องหนึ่ง ก็คือ คุณค่าที่แท้จริงของวันโกนวันพระว่ามีอยู่อย่างไร ตามปกติเราทำงานกันทุกวันเพื่อทำมาหากิน เลี้ยงปากเลี้ยงท้อง แต่พอถึงวันโกน วันพระ ทางพระพุทธศาสนาถือว่าเป็นวันหยุด เพื่อให้พุทธศาสนิกชนหันมาให้เวลากับการถือศีล ปฏิบัติธรรม การถือหลักดังกล่าวนี้ นับว่าเป็นวิธีสร้าง “สมดุลงาน สมดุลชีวิต” ได้เป็นอย่างดี เพราะถ้าเราพิจารณาให้ดีก็จะพบว่า ในหนึ่งสัปดาห์นั้น เราใช้เวลา ๕ วันสำหรับการทำมาหากินเพื่อเลี้ยงปากเลี้ยงท้อง อีก ๒ วันสำหรับการเลี้ยงจิตวิญญาณให้งอกงาม ผลิบาน รู้จักหยุด รู้จักยอม รู้จักเย็น รู้จักยก (ใจให้สูง) เป็นต้น
การทำงาน ๕ วัน มองในอีกมุมหนึ่งก็คือการใช้ชีวิตวิ่งตามกิเลสคือโลภ โกรธ หลง การหยุดงาน ๒ วันในวันโกนวันพระ ก็คือ การหันกลับมาฟื้นฟูจิตใจให้อยู่ในครรรลองคลองธรรม เพื่อที่ว่า ชีวิตจะได้ไม่วิ่งวุ่นไปข้างหน้าโดยขาดสติทุกคืนทุกวัน การมีวันโกนวันพระขึ้นมาในพุทธศาสนา จึงนับว่า เป็นวิธีสร้างสมดุลให้กับชีวิตและจิตใจโดยแท้ แต่มาถึงทุกวันนี้ นับว่าเป็นเรื่องน่าเสียดาย เพราะเราไม่ได้หยุดวันโกนวันพระอีกต่อไปแล้ว เราทำงานกันทุกวัน โดยแทบหลงลืมไปด้วยซ้ำว่าวันไหนเป็นวันโกนวันนพระ ทุกๆ วันของเรา คือ วันทำงาน ทุกๆ วันของเรา คือวันของการทำมาหากิน เราแทบไม่มีวันสำหรับการ “ฟอก” และ “ฟู” จิตใจของเราเหลืออยู่อีกแล้ว การที่เราหันหลังให้มิติทางจิตวิญญาณเช่นนี้เอง เป็นเหตุให้ชีวิต จิตใจของเราเสียสมดุล กายของเราได้รับการปรนเปรออย่างดีด้วยเครื่องอำนวยกิเลสสารพัด แต่จิตใจของเรากลับแห้งโหย ห่อเหี่ยว ขาดแคลนความสุข ต่ำทราม บางทีก็เลยไปถึงขั้นคับแคบ เคียดแค้น มืดบอด ทำแต่งาน งาน งาน จนชีวิตผุพังบักโกรก งานสัมฤทธิ์ แต่ชีวิตไม่รื่นรมย์อีกต่อไป
วันโกน วันพระ จึงมีความหมายมากกว่าวันหยุดประจำสัปดาห์ แท้ที่จริงแล้ว คือ วันยกระดับจิตวิญญาณ หรือคือวันสร้างสมดุลงานสมดุลชีวิตต่างหาก
๒. ศีลข้อที่ ๗ ที่ว่า “เว้นการฟ้อนรำ ขับร้อง ประโคมดนตรี ประดับร่างกายด้วยดอกไม้ ของหอม เครื่องประดับ เครื่องทา (ประทินผิว) และเครื่องย้อม” นั้น ถ้าว่าโดยเจตนารมณ์ของศีลข้อนี้ ก็คือ ต้องการให้งดเว้นจากการประดับตกแต่งอันเป็นการยั่วยวนกวนกิเลส (ทั้งกิเลสของตัวเองและกิเลสที่จะเกิดขึ้นกับคนอื่น) ให้ฟูขึ้นมานั่นเอง การทาแป้งหอมโดยมีเจตนาเพื่อให้เย็นสบายในเวลานอน ก็นับว่า เป็นการ “พะนอกิเลส” รูปแบบหนึ่ง จึงนับว่า ไม่ควร แต่ถ้าทาเพราะบำบัดแก้ไขผด ผื่น คัน ซึ่งมุ่งความสบายหายโรค ไม่ใช่เกิดจากการตามใจกิเลส ก็สามารถทำได้ กล่าวอีกนัยหนึ่งว่า ถ้าใช้เครื่องประทินผิว เพื่อสนองกิเลส ทำไม่ได้ ถ้าใช้เพื่อเป็นยา ทำได้

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *