ไอที : มาวิน จิรไพศาลกุล “ทอฝัน” เถ้าแก่น้อยไอที

ไอที : มาวิน จิรไพศาลกุล “ทอฝัน” เถ้าแก่น้อยไอที

มาพร้อมภาระที่หนักหน่วงเกินตัวเลขของอายุ ทั้งบริษัทที่เป็นของตัวเอง และความฝันที่ยิ่งใหญ่หวังพาธุรกิจเดินทางไปไกลถึง “ซิลิคอน วัลเลย์

เส้นทางชีวิตของแต่ละคนย่อมมีจุดเริ่มต้นและปลายทางที่ไม่เหมือนกัน เช่นเดียวกับ “มาวิน จิรไพศาลกุล” กรรมการผู้จัดการบริษัท ทอฝัน จำกัด ที่วันนี้แม้เขามีอายุเพียง 22 ปี เป็นแค่บัณฑิตจบใหม่จากคณะวิศวกรรมศาสตร์ ภาควิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ รั้วจามจุรี แต่การเริ่มต้นมาพร้อมภาระที่หนักหน่วงเกินตัวเลขของอายุ ทั้งบริษัทที่เป็นของตัวเอง และความฝันที่ยิ่งใหญ่หวังพาธุรกิจเดินทางไปไกลถึง “ซิลิคอน วัลเลย์” ดินแดนแห่งเทคโนโลยีที่คนไอทีต่างฝันอยากไปเหยียบเพียงสักครั้งในชีวิต…

เปิด’ทอฝัน’ปันรายได้ 51%

มาวินเล่าถึงโปรเจคแรกในชีวิตการทำงานกับ “ทอฝันดอทคอม (Thorfun.com)” ที่เพิ่งเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 26 ก.ย. ที่ผ่านมาว่า ที่มาที่ไปเกิดจากซีเนียร์โปรเจคที่ทำสมัยเรียนปีสุดท้ายซึ่งได้รับรางวัลชนะเลิศประเภทบิสิเนส อินโนเวชั่น อวอร์ด กลุ่มบริษัทสามารถ นำมาต่อยอดจนเกิดเป็นโซเชียลมีเดียเว็บไซต์แห่งแรกของไทยและรายเดียวของโลก ที่แบ่งรายได้จากการขายโฆษณาและแคมเปญการตลาดให้แก่ผู้ใช้งานสัดส่วนมากถึง 51%

ทั้งนี้ใช้ระบบพิเศษที่เรียกว่า “user affiliate” หรือการแบ่งปันรายได้ของบริษัทให้ผู้ใช้พร้อมๆ กับการใช้งานโซเชียลมีเดียในชีวิตประจำวัน ซึ่งเป็นจุดเด่นที่แตกต่างจากโซเชียลมีเดียอื่นๆ ทั่วโลก ขณะที่ด้านเทคโนโลยีใช้ระบบฐานข้อมูล “no-SQL” ที่มีเพียงบริษัทระดับโลกอย่างเฟซบุ๊ค หรือทวิตเตอร์เท่านั้นที่ใช้

อุดมการณ์ของการก่อตั้งมีรากฐานมาจากผู้ใช้งาน ซึ่งผมเห็นว่าขณะที่โซเชียลเว็บชั้นนำกอบโกยรายได้ไปหลายพันล้านดอลลาร์ แต่ผู้ใช้ที่เป็นหัวใจสำคัญกลับไม่ได้สิ่งตอบแทนที่สมควรกลับมาเลย ฉะนั้นวัตถุประสงค์หลักที่วางไว้คือต้องการให้ยูสเซอร์มีความสุขจากการได้ใช้โซเชียลเน็ตเวิร์ค ในรูปแบบของการแชร์ เขียน และอัพโหลดรูปภาพที่ถูกใจ พร้อมๆ กับมีรายได้จากการใช้ควบคู่กันไปด้วย

มาวิน บอกด้วยว่า ยิ่งผู้เขียนบล็อกคนใดมีจำนวนการเข้าชมมากก็จะมีรายได้จากโฆษณามากขึ้นตามสัดส่วนนั้นๆ ส่วนขั้นตอนการส่งมอบเงินจะเป็นระบบสร้างเช็คที่สามารถจัดส่งไปให้ผู้ใช้ได้เลย มาตรฐานเดียวกับที่ยักษ์เสิร์ชเช่นกูเกิลใช้อยู่

“การแข่งขันในอนาคตคือสงครามของการแย่งยูสเซอร์ ฉะนั้นขอให้มีความคิดสร้างสรรค์ ต้นทุนที่ใช้จะได้เป็นจำนวนที่ต่ำที่สุด”

วางเป้ารายได้ 22 ล้านใน 1 ปี

นักบริหารหนุ่มไฟแรง เล่าต่อว่า โมเดลการหารายได้มาจากการขายโฆษณาเป็นหลัก และต่อไปจะนำรูปแบบอีคอมเมิร์ซเช่นเดียวกับอะเมซอนเข้ามาเสริม เชิงการตลาดให้ความสำคัญกับแผนงาน 3 ส่วนคือ

หนึ่งสร้างคอมมูนิตี้ให้เกิดขึ้น สองขยายฐานยูสเซอร์กลุ่มโฟกัสอายุ 15-25 ปีให้กว้างออกไปจากเพื่อนสู่เพื่อนโดยใช้ประโยชน์จากฐานข้อมูลของเฟซบุ๊คที่เป็นระบบล็อกอิน และสุดท้ายสร้างตลาดใหม่ด้วยรูปแบบแฟนเพจเป็นศูนย์รวมการประชาสัมพันธ์และทำกิจกรรม งบการตลาด 6 แสน-1 ล้านบาท

“เราจะเริ่มขายโฆษณาตั้งแต่เดือน พ.ย.เป็นต้นไป ภายในปีแรกที่เปิดตัวนี้ตั้งเป้ารายได้ไว้ที่ 22 ล้านบาท มียูสเซอร์ 1 ล้านราย หากไม่มีโฆษณาเข้ามาพร้อมสนับสนุนเงินให้ยูสเซอร์ไปก่อน โดยในไตรมาสที่ 4 ปีนี้วางงบไว้ 2 แสนบาท ไตรมาสที่ 1 ปีหน้า 4 แสนบาท และไตรมาสที่ 2 จำนวน 6 แสนบาท แต่คาดว่าจะมีเงินเข้ามาตั้งแต่เริ่มเปิดขาย ภายในสิ้นปีนี้หวังมียูสเซอร์ 5 หมื่นถึง 1 แสนราย”

พร้อมกันนี้ เฟสแรกจัดทำแคมเปญการตลาดที่น่าสนใจเช่น มอบเงินรางวัลการสร้างบล็อก หรืออัลบั้มครั้งแรก ตอบคำถามชิงรางวัล มอบรางวัลคอนเทนท์เด่นประจำสัปดาห์อย่างน้อย 10 รางวัล รางวัลละ 500 บาท ทั้งเบื้องต้นยูสเซอร์แต่ละคนจะมีเงินขวัญถุงให้ไว้คนละ 250 บาท

อย่างไรก็ตาม มีงานวิจัยชิ้นหนึ่งที่ระบุว่าโซเชียลมีเดียเว็บที่มีฟีเจอร์การทำงานเหมือนกันไม่มีผิดเพี้ยน ใครที่เป็นผู้เริ่มต้นก่อนมักเป็นผู้ชนะเสมอ หวังว่าเหตุการณ์จะเป็นเช่นนี้ต่อไป บริษัทเองพร้อมปรับปรุงระบบและคอนเทนท์ให้มีความน่าสนใจทุกๆ สัปดาห์

ในเวลา 12 วัน (8 ต.ค.) มีจำนวนการเข้าชมแล้ว 100,000 เพจวิว ในการแข่งขันมีความเป็นไปได้ที่คู่แข่งจะตามได้ทัน แต่อย่างน้อยต้องใช้เวลาราว 1 ปีในการปรับระบุฐานข้อมูลให้รองรับ ผมเองเชื่อมั่นว่าเข้ามาเป็นรายแรกและเจ๋งพอ” มาวินแสดงความเห็น

ฝันไกลถึง”ซิลิคอน วัลเลย์”

มาวินเปิดเผยว่า เริ่มก่อตั้งบริษัทขึ้นมาร่วมกับเพื่อนอีก 4 คนด้วยทุนจดทะเบียน 1 ล้านบาท โดยได้เงินลงทุนตั้งต้นมาจากนักธุรกิจไทยรายหนึ่ง 1.8 ล้านบาท ทว่ายังมีแผนระดมทุนเพิ่มเพื่อขยายตลาดออกไปให้ไกลได้ถึงซิลิคอน วัลเลย์ ขณะนี้มีนักลงทุนจากสิงคโปร์สนใจเข้ามาร่วมลงทุนด้วยแล้วงบประมาณ 60 ล้านบาท (2 ล้านดอลลาร์) หากเขาขอให้พิสูจน์ตัวเองโดยใช้ตลาดไทยเป็นสนามทดสอบ

ขณะเดียวกัน กำหนดเงื่อนไขมาด้วยว่าภายใน 6 เดือนต้องมียูสเซอร์ 1 แสนคน สร้างคอนเทนท์สัดส่วน 1% หรือ 1,000 เรื่องต่อวัน และต้องเปลี่ยนชื่อเว็บไซต์ใหม่ เบื้องต้นที่คิดไว้คือชื่อ “Ustory.com”

ทุกวันนี้ผมถือหุ้นเองอยู่ 51% นักธุรกิจที่ให้เงินลงทุนมา 5% และที่เหลือเป็นของเพื่อนที่ร่วมก่อตั้งบริษัท ต่อไปแม้มีโอกาสย้ายไปอยู่ที่อื่นยังต้องการให้บริษัทเป็นของคนไทย และตัวผมเองเป็นเจ้าของอยู่เหมือนเดิม

อย่างไรก็ดี ใช่ว่าไม่อยากร่วมมือกับนักลงทุนไทย แต่ส่วนใหญ่ไม่สนใจลงทุนกับธุรกิจไอที มองว่าแม้มีผลตอบแทนสูงแต่ก็มีความเสี่ยงสูง ทั้งเมื่อเห็นว่าอายุเท่านี้มักมองว่ายังเด็กและไม่เชื่อว่าจะทำงานได้ ไม่เหมือนกับต่างชาติอย่างสหรัฐ ฮ่องกง หรือสิงคโปร์ที่เขาเปิดกว้างมากกว่า

กว่าจะมาคลิกกับนักลงทุนสิงคโปร์ภายในระยะเวลาแค่ 2-3 เดือนผมต้องเจรจากับรายอื่นๆ ร่วม 13 ราย ส่วนรายนี้ก็ค่อนข้างยากมาก กว่าจะตกลงกันได้ผมโดนเรียกไปคุย 3 รอบ มีข้อบกพร่องนับสิบจุด แต่เขาก็ให้โอกาส

สำคัญคือเรียนรู้-พัฒนาตัวเอง

มาวินแสดงความเห็นเพิ่มเติมว่า การปรับตัวเพื่อก้าวให้ทันกับธุรกิจเทคโนโลยีจำเป็นต้องติดตามข่าวสารตลอดเวลา ไม่ว่าจะไปเปิดตลาดที่ใด 3 เดือนแรกจำเป็นต้องใช้เวลาสำรวจตลาดอย่างจริงจัง

ส่วนของบริษัทมีจุดเด่นของทีมงานคือเรียนรู้ได้เร็ว เมื่อมีเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาขอใช้เวลาเรียนรู้เพียง 2 วัน วันที่ 3 ก็นำมาใช้งานได้ทันที คนที่ชวนมาร่วมงานขอเรียกว่าเป็นอัจฉริยะของภาคคอมพิวเตอร์ก็ว่าได้

ต่อคำถามที่ว่า อยากเที่ยวเล่นพักผ่อนเหมือนคนอื่นๆ บ้างไหม แน่นอนว่าต้องการอยู่แล้ว แต่เมื่อจังหวะมันมาก็ต้องคว้าเอาไว้ ถ้ามัวไปเที่ยวคงไม่สบายใจ เวลานี้พยายามทำหน้าที่อย่างเต็มที่เพื่อเรียนรู้การทำงานแบบผู้ใหญ่ ได้ลองผิด ลองถูกซึ่งก็เป็นธรรมชาติของการเริ่มต้น

“ในเมื่อยังมีแรงก็ขอทำไปก่อน ด้วยอายุขนาดนี้คงไม่มีใครพร้อมเต็มที่หรอก แต่ที่สำคัญคือการเรียนรู้ และพัฒนาตัวเอง ตัวผมเองเคยท้ออยู่หลายครั้ง แต่ก็กลับมาฮึดสู้แล้วเดินต่อไป”

สำหรับที่มาของชื่อ “ทอฝัน” ที่อาจสะดุดหูใครหลายคน เจ้าตัวขออนุญาตออฟเดอะเรคคอร์ดไว้ แต่หากใครยังไม่หายข้องใจและมีโอกาสได้พบกับหนุ่มไฟแรงคนนี้แบบตัวเป็นๆ ให้ลองถามดู อาจพอได้คำตอบพร้อมท่าทีที่ค่อนข้างเขินอายกลับมาก็ได้

ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ

You may also like...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *