'ไม่ยอมแพ้ที่จะแก้ปัญหา' แบบ ปราโมทย์ เตชะสุพัฒน์กุล

‘ไม่ยอมแพ้ที่จะแก้ปัญหา’ แบบ ปราโมทย์ เตชะสุพัฒน์กุล
“ปูนซีเมนต์ถือเป็นธุรกิจดั้งเดิมของ SCG หรือปูนซิเมนต์ไทย กับ ปูนซิเมนต์ไทยยังไงก็จากกันไม่ได้ จึงถือเป็นภารกิจที่ผมต้องคิดต่อเพราะอยากเห็นธุรกิจซีเมนต์อยู่คู่กับ SCG อย่างมั่นคง แข็งแรงและแข่งขันได้ตลอดเวลา รวมทั้งเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาวต่อไป”
เป็นคำตอกย้ำเป้าหมายที่ท้าทายของ “ปราโมทย์ เตชะสุพัฒน์กุล” กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธุรกิจซีเมนต์ เครือซิเมนต์ไทย(SCG Group) ที่ตั้งไว้เป็นภารกิจสำคัญในฐานะผู้บริหารสูงสุดในกลุ่มธุรกิจปูนซีเมนต์ ที่มียอดขายกว่า 44,000 ล้านบาท หรือประมาณ 20% ของรายได้รวม และพนักงานอีก 4,700 คน ให้ขยายตัวและเติบโต และไม่ใช่แค่เพียงเป้าหมายขึ้นเป็นผู้ผลิตเบอร์หนึ่งในอาเซียน(ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้) ซึ่งในอนาคตจะกลายเป็นตลาดเดียวกัน แต่เขายังให้ความสำคัญกับการรักษาด้านสิ่งแวดล้อมและอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติไปพร้อมๆกับแผนพัฒนาธุรกิจของ SCG เพื่อให้เกิดการพัฒนาสู่ความยั่งยืน(sustainable development)ในฐานะประธานคณะกรรมการพัฒนาสู่ความยั่งยืนของ SCG
ซึ่งเป็นแนวคิดที่ SCG ยึดประพฤติปฏิบัติมาตั้งแต่คนรุ่นก่อนๆ ที่ทำให้ดำเนินธุรกิจมาอย่างยาวนานได้ถึง 95 ปี และหล่อหลอมให้คนรุ่นใหม่ที่เข้ามาร่วมงานกับ SCG มองความยั่งยืนในระยะยาว ซึ่งวันนี้ได้กลายเป็นโมเดลให้องค์กรต่างๆได้นำไปเป็นต้นแบบใช้ “การพัฒนาอย่างยั่งยืนผมคิดว่า จำเป็นที่ผู้ประกอบการทุกคนต้องมีอยู่ในจิตสำนึกโดยเฉพาะผู้บริหารระดับสูงและต้องใส่เรื่องนี้ไว้ในแผนธุรกิจ ที่เป็นส่วนหนึ่งของการลงทุนระยะยาว ที่จะทำให้อยู่ได้อย่างยั่งยืน ”
ปราโมทย์ถือเป็นจิ๊กซอว์อีกตัวหนึ่งของ SCG ที่มีเส้นทางเดินไม่ต่างไปจากผู้บริหารระดับสูงที่เริ่ม
ต้นและรีไทร์ชีวิตการทำงานกับ SCG เส้นทางชีวิตไม่ได้พลิกผันแต่ได้รับการหล่อหลอมอุดมการณ์และประสบการณ์ตามบรรทัดฐานของ SCG จากพื้นเพของปราโมทย์ ซึ่งเป็นเด็กกรุงเทพฯแถวสะพานเหลือง เรียนหนังสือที่โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาแล้วก็ไปต่อปริญญาตรี วิศวกรรมศาสตร์ สาขาอุตสาหกรรม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พอจบก็สมัครทำงานที่ SCG เป็นวิศวกรประจำโรงงานปูนซีเมนต์ที่สระบุรีตั้งแต่ปี 2518 แล้วก็เลื่อนตำแหน่งขึ้นมาเป็นผู้จัดการฝ่ายผลิต วนเวียนอยู่ในโรงงานปูนซีเมนต์ที่สระบุรี 17 ปีแล้วก็ลงไปอยู่โรงงานปูนซีเมนต์ที่ภาคใต้อีก 3 ปี จนได้เป็นผู้อำนวยการโรงงาน
ปี 2539 ซึ่งเป็นช่วงที่ SCG ขยายธุรกิจค่อนข้างมาก จึงได้รับมอบหมายให้ไปทำงานเป็นกรรมการผู้จัดการ บริษัท เหล็กสามยามาโตะฯ ที่จังหวัดระยอง 3 ปี แล้วจึงกลับมารับหน้าที่ กรรมการผู้จัดการใหญ่ของธุรกิจด้านหลังคาซิเมนต์ไทย รวมทั้งเป็นผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ปูนซิเมนต์ไทย ดูแลอยู่ประมาณ 4 ปีก็กลับมาเป็นกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธุรกิจซีเมนต์ ตั้งแต่ปี 2546 รวมชีวิตการทำงานที่ SCG ถึงวันนี้ 33 ปี และยังได้เจเนอเรชันที่ 2 (ลูกชาย)เดินรอยตามเข้ามาร่วมงานในกลุ่มธุรกิจปิโตรเคมี อีกด้วย
การทำงานของปราโมทย์ แม้จะไม่แตกต่างจาก สไตล์การทำงานแล้วผู้บริหาร SCG คนอื่นๆ ที่ทุกคนมีเหมือนกัน คือ รุ่นพี่สอนรุ่นน้อง ฝึกฝนและให้โอกาส แต่ก็ย่อมมีเอกลักษณ์ที่ต่างกัน” บางทีผมก็มีเข้มบ้างแล้วแต่สถานการณ์” เช่นพนักงานทำสิ่งที่เราห้ามโดยเด็ดขาด เช่น ทุจริต ก็จะเข้มเต็มๆ แต่ถ้าคนของเรารู้เท่าไม่ถึงการณ์ขาดความรู้หรือผิดพลาด ก็เป็นเรื่องที่ต้องสอนต้องฝึก และต้องให้โอกาส
สิ่งที่ปราโมทย์พยายามสอนลูกน้อง คือ เมื่อตั้งเป้าที่จะมุ่งไปให้สำเร็จ เป้าหมายก็ต้องท้าทาย เมื่อเรามีขีดความสามารถ ก็ต้องดันออกมา และทำให้สุดความสามารถ” ผมคิดว่ามันเป็นตัวหนึ่งที่จะทำให้เราบรรลุความสำเร็จได้ จึงสอนอยู่เสมอว่า องค์กรจะเจริญเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคตได้ การทำงานของคนก็ต้องทำด้วยความมุ่งมั่นไปสู่ความสำเร็จ หรือ Operation Excellence เราต้องทำให้มันสุดยอด เป้าหมายก็ไปสุดยอด และยังช่วยปรับตัวเองให้ดีขึ้นและแข็งแรงขึ้นเรื่อยๆ ”
ที่ผ่านมาจึงไม่เคยลงโทษไล่ใครออกถ้ามีเหตุให้ทำตัวเลขได้ไม่ถึงเป้า แต่จะใช้วิธีวิเคราะห์ ตรวจสอบโดยกระบวนการที่เรียกว่า PDCA หรือ Plan, Do, Check, Action เช่นถ้าไม่ถึงเป้าก็ต้องมีการทบทวนแผนและกระบวนการทำงาน หรือถ้าคนขาดความรู้ก็จะต้องเทรนคน หรือขาดผู้รู้ก็ต้องไปดึงผู้รู้มาสอน คนก็จะได้รับการฝึกฝนและมีความรู้เก่งขึ้น
เมื่อผ่านงานกับ SCG มาถึง 33 ปีแน่นอนว่า ต้องเจอบทเรียนวิกฤติหนักๆ จากประสบการณ์ที่ผ่านมา ปราโมทย์ยอมรับว่าที่หนักสุดคือวิกฤติต้มยำกุ้ง ซึ่งเป็นช่วงที่ถูกมอบหมายให้เข้าไปดูแล บริษัทเหล็กสยามยามาโตะฯ ซึ่งร่วมทุนกับญี่ปุ่น และถือเป็นครั้งแรกที่ไปรับผิดชอบบริษัทที่การดำเนินงานขาดทุนจากเหล็กต่างประเทศที่ส่งเข้ามาดัมพ์ตลาดไทย โดยตอนไปมีตัวเลขขาดทุนอยู่ 1,000 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นช่วงที่ท้าทายชีวิต เพราะต้องไปเริ่มต้นจากศูนย์เรียนรู้ทุกอย่างใหม่หมด ทั้งความรู้พื้นฐานธุรกิจ ตลาด การผลิต การเงิน และอื่นๆ
ปราโมทย์เผยว่า ตอนนั้นความเครียดมาโดยไม่รู้ตัว นอนก็ไม่หลับ คิดอะไรก็ไม่ออก ตื่นตีสี่ทุกวัน จึงลุกขึ้นมาวิ่งรอบโรงงานวันละ 1 ชั่วโมง ระยะทาง 8.5 กิโลเมตร ทุกวัน วิ่งแล้วจึงคิดออก และก็ค่อยๆแก้ปัญหาผ่านมาได้ ถึงวันนี้จากมาแล้ว 7 ปีแต่เมื่อมองย้อนกลับไปก็รู้สึกดีใจเพราะบริษัทยังเติบโตมาโดยตลอด และเป็นสิ่งที่อยากจะได้เห็น เมื่อถึงเวลาจากที่นี่ไปเมื่อมีโอกาสได้มองย้อนกลับมาในอนาคต
“ตอนนั้นถือเป็นหนึ่งบทเรียนที่สำคัญของชีวิต สิ่งที่ได้เรียนรู้ คือ ถ้าเราไม่ยอมแพ้ และหาหนทางต่างๆว่า อุปสรรคมันอยู่ไหน แล้วก็แก้ กำลังใจก็สำคัญ ว่า เราต้องสู้ด้วย ”
บวกกับได้โค้ชดี โดยอธิบายเบื้องหลัง ช่วงที่ไปบริหารธุรกิจเหล็ก คุณชุมพล ณ ลำเลียง เป็นคนเรียกมอบหมายให้ไปทำ จึงได้กลับมาหารือและได้รับคำแนะนำที่เป็นประโยชน์กลับไปเยอะมาก ทำให้สามารถทำเรื่องต่างๆได้ และกลายเป็นต้นแบบ( Role Model) ในเกือบทุกด้านโดยเฉพาะเรื่องการมองทางธุรกิจ และการเลือกคน
ก้าวมาถึงจุดนี้กับการรับผิดชอบธุรกิจซีเมนต์ ซึ่งถือว่าเป็นธุรกิจดั้งเดิมของ SCG “ก่อนที่จะเกษียณออกไป ผมอยากเห็นธุรกิจนี้อยู่ยั่งยืนไปได้ ในระยะยาวต่อไปเรื่อยๆ หลายชั่วอายุคน ซึ่งถือเป็นเป้าหมายสูงสุดและความท้าทาย ที่จะก้าวขึ้นไปเป็นเบอร์หนึ่งในอาเซียน”
หนึ่งในการเติบโตนี้ คือ การพัฒนานวัตกรรม สร้างสินค้าใหม่ๆต่อยอดธุรกิจ และการพัฒนาคน รวมไปถึงการพัฒนาสู่ความยั่งยืน “แม้วันนี้คนเราจะพร้อม แต่ก็ต้องพัฒนาต่อเนื่องอย่างไม่หยุดยั้ง และต้องเตรียมตัวเพื่อให้เป็นอินเตอร์และแข่งขันกับผู้ผลิตชั้นนำในโลก”

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *