ไปดู’พอเพียง’แบบ’เพียงพอ’ ที่’ห้วยองคต’กาญจนบุรี

ไปดู”พอเพียง”แบบ”เพียงพอ” ที่”ห้วยองคต”กาญจนบุรี

ไปดู”พอเพียง”แบบ”เพียงพอ” ที่”ห้วยองคต”กาญจนบุรี

คอลัมน์ ตามรอยพระบาทพ่อแบบพอเพียง

โดย ปิยรัชต์ จงเจริญ

“เศรษฐกิจพอเพียง” เป็นปรัชญาการดำเนินชีวิตที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงชี้แนะแก่พสกนิกรชาวไทยมานานกว่า 25 ปี ตั้งแต่ก่อนเกิดวิกฤตเศรษฐกิจ ต่อมาภายหลังจึงทรงเน้นย้ำให้พสกนิกรได้ตระหนักถึงแนวทางการแก้ปัญหาเพื่อให้รอดพ้นจากวิกฤตดังกล่าว และสามารถดำรงอยู่ได้อย่างมั่นคง ภายใต้กระแสโลกาภิวัตน์

ซึ่งต้นแบบของการใช้อย่าง “พอเพียง” แบบ “เพียงพอ” แห่งหนึ่ง คือ โครงการห้วยองคตอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ซึ่งมีพื้นที่ประมาณ 20,625 ไร่ ในเขตป่าสงวนแห่งชาติเขาพระฤๅษี-เขาบ่อแร่ แปลงที่ 2 ครอบคลุมเขตปกครองบ้านเขาแหลม บ้านม่วงเฒ่า บ้านบารมี และบ้านห้วยองคต ต.สมเด็จเจริญ อ.หนองปรือ จ.กาญจนบุรี

ซึ่งเกิดขึ้นหลังจากที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชดำริให้จัดหาที่ดินแปลงหนึ่งเพื่อช่วยเหลือประชาชน และพระราชทานชื่อว่า “โครงการห้วยองคต อันเนื่องมาจากพระราชดำริ” ทรงเน้นการบริหารและจัดการทรัพยากรธรรมชาติให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ โดยให้ราษฎรอยู่อาศัยและทำกินร่วมกับธรรมชาติแบบเกื้อหนุนกัน ตามหลักการฟื้นฟูและสร้างสมดุลในระบบนิเวศ

การดำเนินงานในโครงการได้จัดแบ่งพื้นที่ออกเป็นที่อยู่อาศัยประมาณ 850 ไร่ แปลงเกษตรกรรมประมาณ 7,200 ไร่ พื้นที่ปลูกสวนป่าและเพื่อการอนุรักษ์ประมาณ 7,000 ไร่ และพื้นที่ส่วนกลางประมาณ 5,575 ไร่ โดยจัดสร้างอ่างเก็บน้ำ คลองส่งน้ำ ถนน สถานที่ราชการ วัด และที่สาธารณประโยชน์

ราษฎรที่เข้าโครงการจะได้รับการจัดสรรที่ดินอยู่อาศัย ครอบครัวละ 1 ไร่ พร้อมหนังสือรับรองการทำประโยชน์ชั่วคราวรวม 780 ครอบครัว แปลงเกษตรกรรมครอบครัวละ 8 ไร่ กรณีครอบครัวเล็ก และ 16 ไร่ กรณีครอบครัวใหญ่ รวม 907 แปลง

ในการพัฒนาอาชีพจะเน้นไปที่การแก้ปัญหาความยากจน โดยให้แต่ละหมู่บ้านเสนอความต้องการอาชีพ พร้อมจัดตั้งกลุ่มอาชีพ และส่งเสริมพัฒนาอาชีพอย่างยั่งยืน อบรมให้ความรู้ตามกลุ่มอาชีพ โดยให้องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) สมเด็จเจริญ ตั้งงบประมาณสนับสนุนเป็นเงินทุนหมุนเวียน ซึ่งอาชีพหลักส่วนใหญ่ คือ การปลูกผักปลอดสารพิษ อ้อย ข้าวโพด เลี้ยงไก่ไข่ รับจ้างแรงงาน ค้าขาย

สำหรับกลุ่มอาชีพโครงการส่งเสริมอาชีพของมูลนิธิพัฒนาชีวิตชนบท เพื่อเพิ่มรายได้ ซึ่งมีข้อเปรียบเทียบ คือ รายได้ของราษฎรจากโครงการเฉลี่ยครอบครัวละ 2 แสนบาทต่อปี ส่วนที่ไม่ได้รับจากโครงการ เฉลี่ยครอบครัวละ 72,000 บาทต่อปี

โดยกลุ่มอาชีพในโครงการมี 7 กลุ่ม คือ กลุ่มเลี้ยงแพะ กลุ่มปุ๋ยหมักชีวภาพ กลุ่มกระเป๋าหนัง กลุ่มเจียระไนนิล สิ่งประดิษฐ์จากเถาวัลย์ กลุ่มหัตถกรรมพื้นบ้าน และกลุ่มผลิตไข่เค็ม และสินค้าตำบลที่ขึ้นทะเบียนร่วมคัดสรรในปี 2549 จำนวน 7 ชนิด ได้แก่ กระเป๋าหนัง หมู่ 1, กระเป๋าหนัง หจก.พรสุวรรณนำพา หมู่ 1, น้ำองุ่นสด ไร่องุ่นหินตั้งฮิลล์ หมู่ 2, จักสานเถาวัลย์ กลุ่มหัตถกรรมพื้นบ้าน หมู่ 2, หัตถกรรมพื้นบ้าน หมู่ 3, กล้วยกรอบอบน้ำผึ้ง กลุ่มแม่บ้านสมเด็จเจริญ หมู่ 5, และไข่เค็ม กลุ่มสตรีสหกรณ์ทำไข่เค็ม หมู่ 7

นอกจากนี้ อบต.สมเด็จเจริญ โดยการสนับสนุนของสำนักงานเกษตรอำเภอ ปศุสัตว์อำเภอ และศูนย์บริการการศึกษานอกโรงเรียน ยังจัดตั้งศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง ขึ้นเมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2549 ในพื้นที่โครงการด้วย โดยมี “บ้านพอเพียง” ต้นแบบตั้งอยู่บนเนื้อที่ 1,990 ตารางวา

ตัวบ้านสร้างด้วยวัสดุที่หาได้จากธรรมชาติ ยกพื้นสูง หลังคามุงแฝก ฝาบ้านบุด้วยไม้ไผ่ รั้วล้อมรอบเป็นพืชผักกินได้ ในพื้นที่ประกอบไปด้วยบ่อเลี้ยงปลา แปลงผัก เรือนเพาะชำ ร้านขายผักปลอดสารพิษ เล้าหมูหลุม คอกหมูป่า เล้าไก่ โรงเลี้ยงเห็ดนางฟ้า แปลงเรียนรู้การใช้กับดักแมลงและสมุนไพรไล่ศัตรูพืช แปลงเรียนรู้ปลูกผักแบบผสมผสาน โรงงานผลิตปุ๋ยชีวภาพ แปลงเรียนรู้การปลูกกระเจี๊ยบญี่ปุ่น แปลงเรียนรู้การใช้ปุ๋ยชีวภาพ แปลงเรียนรู้การปลูกข้าวนาปรัง แปลงเรียนรู้การปลูกพืชใช้น้ำน้อย โดยยึดหลักการพึ่งพาตนเอง ลด ละ เลิกอบายมุข และสิ่งฟุ่มเฟือย

กระบวนการเรียนรู้เริ่มด้วยการคัดเลือกสมาชิก พัฒนาแกนนำ ขยายผลและฝึกปฏิบัติในแปลงสาธิต ศึกษาดูงาน ฝึกอบรมเพิ่มเติมในเรื่องต่างๆ อาทิ ดิน การพัฒนาดิน การจัดการระบบน้ำในแปลง การทำปุ๋ยหมัก ปุ๋ยชีวภาพ ทำน้ำส้มควันไม้ไล่แมลง เลี้ยงหมูหลุม เลี้ยงปลานิลจิตรดา ปลูกพืชผักปลอดสารพิษ เห็ดนางฟ้า ทำบัญชีครัวเรือน จัดการตลาด

“สมชาย แสงด่วน” ผู้อำนวยการศูนย์บริการการศึกษานอกโรงเรียน อ.หนองปรือ กล่าวว่า กลุ่มเป้าหมายของศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง คือ ประชาชนทั่วไป ที่ต้องการเรียนรู้เพื่อกลับไปพัฒนาตนเอง และอีกส่วนจะให้นักศึกษาระดับประถมและมัธยมเข้ามาเรียนรู้ด้วย โดยหวังว่าอย่างน้อยที่สุดวิถีชีวิตจะปรับเปลี่ยนไป เช่น รู้จักทำบัญชี วิเคราะห์ได้ว่ากระเป๋ารั่วตรงไหน จะแก้ปัญหาอย่างไร

“ปัจจุบันมีราษฎรกว่า 30 ครัวเรือนที่เข้าสู่กระบวนการเรียนรู้ตั้งแต่ต้น ซึ่งในแง่การถ่ายทอดถือได้ว่าประสบความสำเร็จ เพราะยังมีผู้ที่ผ่านทางมาแวะเวียนเข้ามาพูดคุย ปรึกษาแนวทางการดำรงชีวิต จึงใช้ที่นี่เป็นเวทีแลกเปลี่ยนกัน”

“อำนาจ ผการัตน์” ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี กล่าวว่า โครงการห้วยองคตเป็นโครงการที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานเพื่อแก้ปัญหาระหว่างคนกับป่า ให้กลับมาอยู่ร่วมกันได้ ซึ่งที่ดินที่จัดสรรให้แต่ละครอบครัวมีไม่มากนัก ดังนั้น การที่จะดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างมีความสุข ก็ต้องนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ รู้จักความพอประมาณ มีเหตุผล มีภูมิคุ้มกัน

“พื้นที่แห่งนี้เคยมีปัญหาบุกรุกทำลายป่า เนื่องจากไม่ได้จัดระเบียบชุมชน แต่หลังจากที่มีโครงการพระราชดำริเข้ามากว่า 10 ปี จะเห็นได้ว่าผืนป่ากลับมาอุดมสมบูรณ์อีกครั้ง และยังมีโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต โรงเรียน โรงพยาบาล และหลายกลุ่มอาชีพก็ประสบความสำเร็จ เช่น กลุ่มเลี้ยงไก่ มีรายได้เฉลี่ยปีละ 2 แสนบาท

“อำนาจ” กล่าวว่า บ้านพอเพียงจะทำให้ทุกคนรู้ว่าการจะลดรายจ่ายต้องทำอย่างไรบ้าง ที่นี้อาจจะพูดได้ว่าแต่ละวันแทบจะไม่มีค่าใช้จ่าย เพราะมีพืชผักสวนครัว ผลไม้ไว้เก็บกินทุกวัน และมีการออมเป็นนิสัย

“แต่หัวใจหลักของการดำเนินชีวิตแบบเศรษฐกิจพอเพียง คือ ความเอื้ออาทรและช่วยดูแลซึ่งกันและกัน”

ภาพ/ข่าว : นสพ. มติชน

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *