ไทยพร้อมรับมือหรือยัง? สังคมผู้สูงอายุ

ไทยพร้อมรับมือหรือยัง? สังคมผู้สูงอายุ
• คุณภาพชีวิต
เผย! มีอัตราเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 12 เป็น 21.5

ความน่าเป็นห่วงอีกเรื่องหนึ่งสำหรับประเทศไทย ไม่เพียงปัญหาเศรษฐกิจ ปัญหาความขัดแย้งในปัจจุบัน เป็นปัญหาที่กำลังก่อตัวและอาจรุนแรงขึ้นในอนาคต นั่นคือปัญหาความไม่พร้อมในการรับมือสังคมผู้สูงอายุ

แม้จะมีการรับรู้กันอย่างกว้างขวางแล้วว่า โครงสร้างประชากรไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมสูงอายุ โดยอัตราส่วนประชากรผู้สูงอายุจะเพิ่มจากร้อยละ 12 ในปี พ.ศ.2551 เป็นร้อยละ 21.5 ในปี พ.ศ.2568 หากรัฐบาลไม่ได้วางแผนตั้งแต่ตอนนี้ ผู้สูงอายุจะกลายเป็นภาระใหม่ของคนวัยทำงานและเป็นภาระของรัฐ ซึ่งอาจทำให้ระบบสวัสดิการถึงกับล่มสลายได้ เพราะจะไม่มีงบประมาณเพียงพอในการดูแล

การเตรียมการเพื่อรับมือให้ทันก่อนเข้าสูงสังคมผู้สูงอายุ จึงเป็นเรื่องเร่งด่วนที่หน่วยงานของรัฐต้องวางแผนอย่างรอบคอบ โดยมุ่งหมายเพื่อให้ผู้ที่จะกลายเป็นกลุ่ม “ผู้สูงอายุ” ในอีก 20 ปีข้างหน้า มั่นใจว่าจะดำรงชีวิตอยู่อย่างมีความสุข มีความมั่นคงในที่อยู่อาศัย มั่นคงในรายได้ ได้รับการดูแลทั้งในด้านสุขภาพและจิตใจ สิ่งที่รัฐต้องจัดเตรียมตั้งแต่วันนี้ ได้แก่

การส่งเสริมการออมเงินเพื่อวัยสูงอายุ ตั้งแต่ในวัยแรงงาน ทั้งแรงงานในระบบและแรงงานนอกระบบ โดยเพิ่มช่องทางให้เกิดการออมระยะยาว อาทิ ผมเคยเสนอแนวคิด “เงินหวยช่วยออม” โดยกันเงินส่วนหนึ่งสำหรับคนที่ซื้อสลากกินแบ่งของรัฐเป็นเงินออมระยะยาว นอกจากนี้ ควรมีการดำเนินการให้แรงงานนอกระบบเข้าสู่ระบบ เพื่อประโยชน์ด้านการออมและสวัสดิการในวัยหลังเกษียณ รวมทั้งควรส่งเสริมภาคเอกชนให้จูงใจประชาชนลงทุนและออมระยะยาว เพื่อสร้างหลักประกันในระยะยาวด้วย

การจัดเตรียมสิ่งอำนวยความสะดวก เรื่องที่ควรเริ่มคิดตั้งแต่ตอนนี้ ได้แก่ คนกลุ่มนี้ต้องการอะไร จะอยู่อย่างไร จะอยู่อย่างมีความสุขหรือไม่ ใครจะดูแล เสนอว่าสิ่งที่ควรเตรียม อาทิ อาชีพที่เหมาะสมสำหรับวัยนี้ที่ยังพอทำงานได้ การส่งเสริมอาชีพดูแลผู้สูงอายุ การส่งเสริมการเรียนแพทย์ การสร้างสถานพยาบาลและโรงพยาบาลเพื่อผู้สูงอายุ การสร้างหมู่บ้านหรือชุมชนเพื่อคนวัยนี้ การสร้างศูนย์นันทนาการครบวงจร การจัดเตรียมสาธารณูปการต่างๆ ที่เหมาะสม รวมทั้งการส่งเสริมการศึกษาสำหรับคนวัยนี้ เพื่อจะสามารถใช้ชีวิตได้เต็มศักยภาพ

การให้ความสำคัญและเตรียมพร้อมก่อนประเทศไทยจะเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุในอนาคต เป็นเรื่องที่เราไม่ควรนิ่งนอนใจ หากเราตระหนักว่าประชากรของเราทุกคนไม่ว่าจะอยู่ในวัยใด ควรดำรงชีวิตอยู่อย่างมีคุณค่า โดยได้รับการเห็นคุณค่าจากรัฐอย่างเป็นรูปธรรม

ที่มา : หนังสือพิมพ์บางกอกทูเดย์

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *