โลจิสติกส์ รบร้อย ชนะร้อย

โลจิสติกส์ รบร้อย ชนะร้อย

 

คุณสวัสดิ์ หอรุ่งเรือง ไปพูดในงานสัมมนาที่บีโอไอเป็นเจ้าภาพเมื่อสัปดาห์ก่อนว่า สิ่งที่ภาคการลงทุนไทยกลัวมากที่สุดคือ การขนส่ง ซึ่งประเทศไทยยังไม่มีการจัดการที่ดี หรืออาจจะกล่าวได้ว่าย่ำแย่ที่สุดในบรรดาเซคเตอร์อื่นๆ ในช่วงที่ผ่านมาได้เสนอผ่านรัฐบาลมาหลายยุคหลายสมัย รวมถึงล่าสุดก็ได้เสนอแล้ว แต่ไม่มีการพัฒนาที่ดีขึ้น

แต่คุณสวัสดิ์ ไม่ได้ขยายความว่า ที่ไม่ดีขึ้นนั้น เป็นต้นทุนบนโต๊ะ หรือใต้โต๊ะ หรือทั้งสองอย่าง แต่คงเดากันไม่ยาก

เพื่อบรรเทาความเร่าร้อน จากประเด็นของคุณสวัสดิ์ ผมต้องขอให้ข้อมูลที่ทราบมาอีกทางว่า รัฐบาลที่รักของผม มิได้นิ่งนอนใจขณะนี้เรื่อง โลจิสติกส์ (บนโต๊ะ) อยู่ในความรับผิดชอบของสำนักคณะกรรมการพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (กพข.) ซึ่งเป็นหน่วยงานในสังกัดของสภาพัฒน์ บทบาทของ กพข.ช่วงนี้จะเป็นที่คุ้นกันมากขึ้น เนื่องจากกำลังรณรงค์โครงการ “ไทยแกร่ง แข่งทั่วโลก” กันอยู่

ไทยจะแกร่ง แข่งทั่วโลก ไม่ได้แน่นอน หากโลจิสติกส์เรายังย่ำแย่ เพราะต้นทุนสินค้าเราจะแพงกว่า ความสามารถในการตอบสนองความต้องการของลูกค้าจะต่ำกว่า

ประเทศที่มีพื้นที่บนบกกว้างใหญ่ จะเก่งเรื่องโลจิสติกส์ทางบก ซึ่งได้แก่ สหรัฐอเมริกาและออสเตรเลีย ส่วนประเทศที่เป็นเกาะจะเก่งเรื่องโลจิสติกส์ทางน้ำ เช่น อังกฤษ สิงคโปร์ ญี่ปุ่น ไต้หวัน ส่วนประเทศที่เก่งเรื่องโลจิสติกส์ทางอากาศ คือ สหรัฐ ดังจะเห็นว่าบริษัทขนส่งพัสดุภัณฑ์ยักษ์ใหญ่ของโลกเป็นบริษัทอเมริกัน

โลจิสติกส์จึงเป็นตัวที่ทำให้สหรัฐชนะสงครามทางการทหาร และสงครามเศรษฐกิจ เมื่อสหรัฐยกกองทัพมาลงทุนในไทย กองทัพโลจิสติกส์ก็ตามมาด้วย เมื่อเร็วๆ นี้ทางเจโทรในไทยได้จัดการสัมมนาเรื่องโลจิสติกส์ ให้นักลงทุนในญี่ปุ่นฟัง ก็แสดงว่า ทางญี่ปุ่นเดือดเนื้อร้อนใจ เรื่องการแข่งขันด้านโลจิสติกส์ในไทยแล้ว ความจริงเรื่องโลจิสติกส์ทางบกญี่ปุ่นก็อาจจะเก่ง เพราะญี่ปุ่นเคยสร้างสะพานข้ามแม่น้ำแควมาแล้ว

เห็นญี่ปุ่นกลุ้มใจเรื่องโลจิสติกส์ของเขาในบ้านเราแล้ว ทำให้ผมเกิดสนใจขึ้นมาว่า ธุรกิจไทยได้รับผลกระทบอย่างไรจากเรื่องนี้บ้าง โดยไปเปิดรายงานโครงการศึกษาต้นทุนการขนส่งที่แท้จริงของทางบก ทางน้ำ และทางรถไฟ ที่ทางกระทรวงคมนาคมได้มอบหมายให้

สถาบันทรัพย์สินทางปัญญา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และบริษัทซีแอนด์ซี อินเตอร์เนชั่นแนล เวนเจอร์ จำกัด เป็นผู้จัดทำเป็นรายงานที่กล่าวถึงปัญหาเรื่องต้นทุนการขนส่งธุรกิจไทย แต่ช่วงที่ผมสนใจคัดมาให้อ่านอยู่ในหัวข้อเรื่อง “การแข่งขันจากผู้ประกอบการต่างชาติ” ซึ่งเขาวิเคราะห์ว่า มีทั้งคู่แข่งทางตรง ซึ่งอันนี้เข้าใจได้ แต่พอเขากล่าวถึง คู่แข่งทางอ้อมนี่ ต้องถือว่า คนไทยเจอศึกหลายด้านจริงๆ ดังนี้

?.. คู่แข่งทางตรง หมายถึง ผู้ประกอบการขนส่งที่มีทุนจดทะเบียนจากต่างชาติ ดำเนินธุรกิจขนส่ง (Carrier) รับจัดการขนส่ง (Freight Forwarder) รวมถึงการจัดการคลังสินค้า (Warehouse Management) ทั้งที่เฉพาะอย่างใด อย่างหนึ่ง หรือดำเนินธุรกิจขนส่งครบวงจรในลักษณะของ Integrated Service Provider

คู่แข่งทางอ้อม หมายถึง ผู้ประกอบการสินค้าโดยเฉพาะที่เป็นร้านค้าทันสมัย (Modern Trade) และร้านสะดวกซื้อสมัยใหม่ (Convenient Stores) เนื่องจากการแข่งขันในธุรกิจ

อุปโภคบริโภคมีความรุนแรงตั้งแต่ระดับผู้ผลิตไปจนถึงผู้ค้าปลีกและผู้ค้าย่อย กลยุทธ์ทางการตลาดทุกอย่างถูกนำมาปรับใช้เพื่อแย่งชิงฐาน?กลยุทธ์ในการกระจายสินค้า (Distribution) ที่ใช้การปูพรม คือ พยายามสร้างจุดขาย(Outlet) ให้มากที่สุด และมีความกระจายตามพื้นที่ให้ครอบคลุมที่สุด รวมไปถึงความพยายามในการทำธุรกิจครบวงจร คือ ตั้งแต่การผลิต การค้าส่ง ไปจนถึงการค้าย่อย (Backward/Forward Integration) เพื่อสร้างอำนาจต่อรองและความสามารถในการกำหนดราคาได้เหนือคู่แข่ง

ผลที่ตามมา คือ พฤติกรรมของผู้บริโภค (Consumer Behavior) เริ่มที่จะเปลี่ยนไป โดยแบ่งได้เป็นสองรูปแบบคือ หนึ่ง ผู้บริโภครายย่อยมีความเคยชินกับการสะดวกซื้อ (Convenient Buying Habit) สามารถซื้อสินค้าที่ต้องการได้ทุกที่ ทุกเวลา (Ease of Access) ราคาได้มาตรฐาน ไม่ต้องเดินทางไกล

สอง ผู้บริโภคที่มีกำลังซื้อมาก (High Purchasing Power) และมีลักษณะเป็นครอบครัว (Household) มีพฤติกรรมการซื้อสินค้าคราวละมากๆ และหลายๆ อย่างพร้อมๆ กัน โดยคาดหวังที่จะซื้อในราคาที่ต่ำกว่าราคาปลีกทั่วไป แม้ว่าความถี่ในการซื้อจะไม่บ่อยครั้งเท่าพวกแรก แต่ค่าใช้จ่ายต่อครั้งสูงกว่า

พฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปนี้ สอดรับกับความสามารถในการให้บริการของร้านสะดวกซื้อสมัยใหม่และร้านค้าปลีกทันสมัย โดยสำหรับพวกแรก ผู้ขายจะเป็นฝ่ายวิ่งเข้าหาผู้ซื้อเพื่อทำให้ระยะทางระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายสั้นลง จนกระทั่งเป็นการง่ายที่ผู้ซื้อจะเข้าถึงผู้ขาย

ส่วนพวกที่สอง ด้วยปัจจัยผสมของกลยุทธ์ทางการตลาด (Marketing Mix) ผู้ซื้อมีแนวโน้มที่จะเดินทางเข้าหาผู้ขาย โดยทั้งสองกรณี การติดต่อระหว่างผู้ซื้อที่เป็นผู้บริโภคและผู้ขาย ไม่ต้องการตัวกลางในการขนส่งอีกต่อไป

ลักษณะดังกล่าวทำให้ส่วนแบ่งตลาดและรายได้ของธุรกิจค้าปลีก-ค้าส่งในรูปแบบเดิม เริ่มถดถอยและล้มหายตายจาก โดยผู้ขนส่งที่ทำหน้าที่ขนส่งให้ธุรกิจดั้งเดิม ย่อมมีรายได้และโอกาสในการประกอบธุรกิจ ณ ช่วงการขนส่งนี้ลดน้อยลงไปด้วย?

ถ้าท่านซุนวูเกิดมายุคนี้ ก็คงจะบอกว่า รู้โลจิสติกส์ รบร้อย ชนะร้อย ชนะได้ทั้งโลก ไม่รู้โลจิสติกส์ รบในบ้านยังแพ้

 

ที่มา วิถีทุน : จุมพฏ สายหยุด  กรุงเทพธุรกิจ  วันที่  29  กรกฎาคม พ.ศ. 2547

 

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *