โลจิสติกส์ไร้ทิศทาง

โลจิสติกส์ไร้ทิศ

 

หลังจากที่เข้ามารับตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม “สรรเสริญ วงศ์ชะอุ่ม” อดีตเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติ (สศช.) ได้รับมอบหมายให้เข้ามากำกับดูแลทางด้านระบบการขนส่งของประเทศทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นทางบก ทางน้ำ โดยนโยบายที่สำคัญของ “สรรเสริญ” ที่ประกาศไว้คือ นโยบายในการกำกับดูแลหน่วยงานทั้งหมดในช่วงของการทำงาน 1 ปี จะเน้นในเรื่องของการวางกฎระเบียบและระบบการบริหารจัดการ รวมทั้งตัวบุคคลที่จะมาดำรงตำแหน่ง ให้มีความโปร่งใส และตรวจสอบได้ มากกว่าจะลงไปเล่นในรายละเอียดของแต่ละโครงการ

รวมทั้งจะมีการวางรากฐานโครงสร้างพื้นฐานการขนส่งของประเทศ ให้มีประโยชน์ต่อเศรษฐกิจ ช่วยลดต้นทุนการขนส่ง ช่วยลดมลพิษ และช่วยประหยัดพลังงาน โดยจะมีการนำระบบด้านโลจิสติกส์ของประเทศมาเป็นแนวทาง ซึ่งดูแล้วน่าจะเหมาะสมในการที่รัฐบาลควรจะเร่งดำเนินการ

เพราะการพัฒนาระบบโลจิสติกส์ น่าจะช่วยลดค่าใช้จ่ายในด้านการขนส่งของประเทศลงได้มาก ซึ่งที่ผ่านมา ประเทศไทยมีปัญหาในเรื่องความสามารถทางการแข่งขัน ไม่สามารถแข่งขันกับประเทศอื่นๆ ได้ โดยการขนส่งเป็นสาเหตุใหญ่สาเหตุหนึ่ง

นอกจากนี้การพัฒนาระบบโลจิสติกส์ ยังจะช่วยในการประหยัดพลังงาน ลดการนำเข้าน้ำมันจากต่างประเทศ ช่วยลดมลพิษที่เกิดจากการใช้รถยนต์ได้ด้วย

แต่ขณะนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับงานด้านโลจิสติกส์ ไม่ว่าจะเป็นการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) การท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) ยังไม่มี “หัว”

ทำให้แต่ละหน่วยงานไม่สามารถทำงานได้อย่างเต็มที่

แม้ว่ารัฐบาลที่ผ่านมา จะมีการคัดเลือกผ่านระบบคัดสรรที่วางไว้ และเกือบที่จะได้ผู้ที่จะเข้ามาเป็น “หัว” ของทั้ง 3 หน่วยงาน แล้วก็ตาม

เรื่องนี้หากมองให้ดี ถือว่าน่าเป็นห่วง เพราะ พล.ร.อ.ธีระ ห้าวเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เคยให้สัมภาษณ์ระบุว่า การคัดเลือก “หัว” ของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคมนั้น จะต้องให้คณะกรรมการ (บอร์ด) ชุดใหม่เข้ามาเป็นผู้พิจารณา

ซึ่งหมายความว่าผู้ที่เคย (เกือบ) ได้รับการคัดเลือก อาจจะวืด เพราะอาจถูกมองว่าใกล้ชิดกับรัฐบาลที่ผ่านมา

ที่นำเสนอปัญหานี้ไม่ใช่เพราะจะสนับสนุนช่วยเหลือผู้ที่เคย (เกือบ) ได้รับการคัดเลือก

แต่อยากฝากบอกเพียงว่า หากจะดำเนินการสรรหาผู้บริหารของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับโลจิสติกส์ใหม่ ก็ควรที่จะเร่งดำเนินการ เพราะหากล่าช้า อาจจะไล่ตามประเทศเพื่อนบ้านอย่างเวียดนาม ที่ขณะนี้มีการพัฒนาด้านโลจิสติกส์ขึ้นมามากอย่างน่ากลัวได้

หน้า 20

ที่มา คอลัมน์ จอดป้ายประชาชื่น  โดย ประชานิเวศน์  มติชนรายวัน  วันที่ 03 พฤศจิกายน พ.ศ. 2549 ปีที่ 29 ฉบับที่ 10464

You may also like...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *