โลจิสติกส์เพื่อสิ่งแวดล้อม

โลจิสติกส์เพื่อสิ่งแวดล้อม
Source: โกศล ดีศีลธรรม

ปัจจุบันองค์กรได้มีความพยายามลดความสูญเปล่า เพื่อสร้างผลกำไรและยกระดับศักยภาพการแข่งขันทางธุรกิจ นอกจากนี้ยังมุ่งลดผลกระทบจากสิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวเนื่องกับการดำเนินธุรกิจ เช่น มลภาวะอากาศ น้ำ และที่ดิน ดังนั้นกระบวนการโลจิสติกส์ย้อนกลับ (Reverse logistics) จึงได้มีบทบาทสนับสนุนแนวคิดวงจรชีวิตผลิตภัณฑ์ตั้งแต่การออกแบบผลิตภัณฑ์จนกระทั่งหมดอายุการใช้งาน (End of life)
ซึ่งแนวคิดลดความสูญเปล่าโดยรวมประกอบด้วย การออกแบบ การผลิต การกระจายสินค้าและการลดความสูญเปล่าจากการใช้ทรัพยากร เช่น วัสดุ พลังงาน และสามารถนำวัตถุดิบกลับมาใช้ (Recycle material) ซึ่งสอดคล้องกับปรัชญาการออกแบบเพื่อสิ่งแวดล้อม (Design for Environment) ที่มุ่งการออกแบบผลิตภัณฑ์ด้วยการใช้วัสดุที่เป็นพิษหรือวัสดุที่ใช้พลังงานแปรรูปน้อย และการออกแบบให้สะดวกต่อการซ่อมแซมและการถอดแยกส่วน (Design for disassembly) หลังจากหมดอายุการใช้งาน ดังกรณี BMW ได้มุ่งแนวคิดออกแบบผลิตภัณฑ์โดยใช้ชิ้นส่วนที่สามารถถอดแยกตลอดทั้งคัน เพื่อสามารถนำชิ้นส่วนกลับมาใช้ได้อีก ทำให้เกิดการลดความสูญเปล่าและส่งผลกระทบกับสิ่งแวดล้อมน้อย
สำหรับแนวคิดความสูญเปล่าอาจแสดงถึงความสิ้นเปลืองที่สามารถจำแนกได้ ดังนี้
ความสิ้นเปลืองโดยธรรมชาติ ประกอบด้วยความสูญเปล่าที่หลีกเลี่ยงได้และหลีกเลี่ยงไม่ได้
ตัวอย่างความสูญเปล่าที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ เช่น ฝุ่นขี้เลื่อย เศษโลหะที่เกิดจากกระบวนการกลึง และการหดตัวของวัสดุจากกระบวนการแปรรูป เป็นต้น
ความสิ้นเปลืองทางทรัพยากร ประกอบด้วย ความสิ้นเปลืองทางแรงงาน วัตถุดิบ เครื่องจักร และการจัดการวัสดุไม่มีประสิทธิภาพ ซึ่งเกิดจากสาเหตุความผิดพลาดในกระบวนการวางแผน ทำให้เกิดปัญหาการเสื่อมสภาพหรือล้าสมัยโดยเฉพาะวัตถุดิบและเครื่องจักรที่ไม่ได้ถูกใช้งานเป็นระยะเวลานานซึ่งเกิดการเสื่อมมูลค่า

รูปที่1 แนวคิดการออกแบบเพื่อสิ่งแวดล้อม

โดยทั่วไปสินค้าสามารถนำกลับมาใช้ใหม่หรือการรีไซเคิล (Recycle) ซึ่งความสูญเปล่าสุทธิจากกระบวนการแสดงด้วยความสูญเปล่าโดยรวมหักด้วยผลิตผลที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ ดังนั้นหากตรวจพบรายการสต็อกที่ล้าสมัยหรือวัสดุเหลือใช้ควรมีการ
ตรวจสอบอีกครั้งเพื่อคัดแยกและนำไปแปรรูปใช้งานส่วนอื่น แต่หากไม่สามารถดำเนินการได้ก็ควรขจัดออกตามลำดับความสำคัญ
1. ส่งกลับหรือขายคืนให้กับผู้จำหน่ายเจ้าเดิมในราคาที่จัดซื้อ
2. ขายให้ได้ราคามากที่สุด แต่หากไม่สามารถขายได้ในราคาดังกล่าวก็ให้ดำเนินการลำดับถัดไป
3. ขายในราคาที่ผู้รับซื้อพอใจแม้ว่าจะขายที่ราคามูลค่าซากก็ตาม แต่หากไม่สามารถขายได้ก็ให้ดำเนินการในลำดับถัดไป
4. นำไปบริจาคหรือดำเนินการกำจัด หากคิดว่าถ้าเก็บไว้ก็จะเป็น ภาระต้นทุนการจัดเก็บส่วนผลิตผลที่เป็นเศษของเสียจากกระบวนการสามารถดำเนินการรีไซเคิลเพื่อนำกลับมาใช้หรือดำเนินการขายกลับ โดยมีแนวทาง ดังนี้

1. การนำกลับมาใช้
การนำกลับมาใช้โดยไม่ต้องทำการแก้ไข เช่น นำเศษขี้เลื่อยมาใช้เป็นเชื้อเพลิง การนำสินค้าตำหนิมาขายลดราคา
การนำกลับมาใช้หลังจากการปรับปรุงหรือแก้ไข แนวทางนี้อาจใช้เวลาดำเนินการและเกิดต้นทุนสำหรับการปรับปรุงแก้ไข แต่หากพิจารณาเทียบกับต้นทุนการจัดซื้อของใหม่แล้วคิดว่าคุ้มค่ากว่าก็ ควรเลือกแนวทางดังกล่าว
การนำกลับมาใช้หลังจากการปรับปรุงหรือแก้ไข แนวทางนี้อาจใช้เวลาดำเนินการและเกิดต้นทุนสำหรับการปรับปรุงแก้ไข แต่หากพิจารณาเทียบกับต้นทุนการจัดซื้อของใหม่แล้วคิดว่าคุ้มค่ากว่าก็ ควรเลือกแนวทางดังกล่าว
การขายกลับ หลังจากพิจารณาแล้วเห็นว่าไม่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่หรือไม่คุ้มค่ากับการลงทุนในกระบวนการแปรรูปก็ควรขายในราคาเศษซาก

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *