โรคอ้วนและสมองเสื่อม หายได้ด้วยการเคี้ยว?

โรคอ้วนและสมองเสื่อม หายได้ด้วยการเคี้ยว?
• คุณภาพชีวิต
ช่วยให้เลือด ออกซิเจนไปเลี้ยงสมองเพิ่ม ส่งผลความจำดี คุมน้ำหนัก

เห็นชื่อเรื่องแล้วหลายท่านคงตั้งข้อสงสัยว่าการเคี้ยวอาหารจะมีประโยชน์อะไรมากกว่าการบดอาหารเป็นชิ้นเล็กๆเพื่อช่วยย่อยอาหารขั้นแรกก่อนลงสู่กระเพาะอาหาร เราต่างก็คงคิดไม่ถึงว่าการเคี้ยวจะส่งผลต่อสุขภาพที่ลึกซึ้ง

การเคี้ยวช่วยลดความอ้วน

ท่านรู้หรือไม่ว่าทำไมการกินอาหารเร็วๆจึงทำให้อ้วน อธิบายตามหลักวิทยาศาสตร์ได้ว่า ภาวะปรกติเมื่อมีอาหารตกสู่กระเพาะจะมีสัญญาณจากกระเพาะส่งไปยังสมองเพื่อให้รับรู้ว่าอิ่ม ซึ่งใช้เวลานาน 20 นาที การรับประทานอาหารเร็วๆโดยไม่ค่อยเคี้ยวจะทำให้ได้รับอาหารมากเกินพิกัดกว่าที่กระเพาะจะส่งสัญญาณให้สมองรับทราบว่าอิ่มและหยุดรับประทาน กลไกการเคี้ยวอาหารจะส่งสัญญาณสู่สมอง ทำให้สมองหลั่งฮอร์โมนอะดรีนาลินและสารฮีสตามีน ทำให้เกิดความรู้สึกอิ่ม มีการเผาผลาญไขมันในช่องท้อง นอกจากนี้ยังทำให้มีสติด้วย ในทางกลับกันการไม่เคี้ยวจะทำให้ไม่มีการหลั่งสารฮิสตามีน จะกินได้มากขึ้น มีการสะสมไขมันมากขึ้น และง่วงนอน

โรคอ้วน ซึ่งกำลังเป็นปัญหาสำคัญ ต้นเหตุของโรคเกิดจากวิถีชีวิตที่เร่งรีบ มีคนตั้งข้อสังเกตว่าขากรรไกรของคนยุคใหม่ไม่ค่อยพัฒนา อาจเนื่องจากอาหารในปัจจุบันแตกต่างจากสมัยก่อน และคนยุคใหม่ชอบกินอาหารฟาสต์ฟู้ด ซึ่งนุ่มกว่าอาหารสมัยก่อน ทำให้เคี้ยวน้อยลง ท่านจะสังเกตเห็นว่าคนอ้วนมักจะรับประทานอาหารรวดเร็วและแข่งกับเวลา โดยเฉพาะเด็กอ้วนมักไม่ค่อยเคี้ยว ทำให้กินอาหารมากเกินไปกว่าสมองจะรับรู้ว่าอิ่ม การควบคุมน้ำหนักทำได้ง่ายด้วยวิธีการที่ไม่เจ็บปวดและน่าลอง สามารถทำได้ง่าย โดยการตักอาหารเป็นคำเล็กลง เคี้ยวอาหารให้นานขึ้น จะทำให้รับประทานอาหารได้น้อยลงและมีการเผาผลาญไขมันในร่างกายเพิ่มขึ้น เท่ากับยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว รับรองว่าต้องเห็นผลแน่ และจะเร็วกว่านั้นถ้าออกกำลังกายอีก 30 นาทีต่อวัน จึงเห็นได้ว่าการเคี้ยวมีผลต่อสุขภาพอย่างน่าอัศจรรย์

การเคี้ยวช่วยป้องกันโรคความจำเสื่อม

เมื่อพูดถึงเรื่องความจำเสื่อม ส่วนใหญ่คิดว่าเป็นโรคของคนแก่ อาการหลงๆลืมๆ บางท่านแม้จะยังไม่ถึงวัยนี้ก็อาจเริ่มมีอาการหลงลืม แต่อาจมีข้ออ้างว่าเป็นเพราะงานเยอะ ปากนับเป็นอวัยวะสำคัญ และมีประสาทที่ไวต่อการรับสัมผัส สามารถแยกแยะได้ละเอียดมากถึงระดับเส้นผม ปากไม่เพียงมีแต่ฟันที่ทำหน้าที่บดเคี้ยว ลิ้นรับรส แต่ยังมีความสัมพันธ์ในการพูดสื่อสารร่วมกับสีหน้าเพื่อแสดงออกถึงอารมณ์ด้วย

จากการศึกษาภาพถ่ายเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ พบว่าการเคี้ยวส่งผลให้เลือดไปเลี้ยงสมองเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะส่วนฮิปโปแคมปัส ซึ่งเป็นส่วนที่ทำหน้าที่เกี่ยวกับความจำ ตำแหน่ง และทิศทาง ตามธรรมชาติสมองส่วนนี้จะฝ่อลงตามอายุที่มากขึ้น แต่หากผู้สูงอายุยังใช้ฟันบดเคี้ยวอาหารเป็นประจำจะช่วยทำให้ความจำเสื่อมช้าลง มีผู้ศึกษาพบว่าผู้สูงอายุที่รับประทานอาหารเองไม่ได้ เมื่อเริ่มให้อาหารทางสายยางและหลอดเลือดจะเริ่มมีปัญหาความจำเสื่อมเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว

สรุปได้ว่า การเคี้ยวช่วยให้เลือดและระดับออกซิเจนในเลือดไปเลี้ยงสมองเพิ่มขึ้น ทำให้ความจำดี และช่วยควบคุมน้ำหนัก เนื่องจากทำให้รับประทานอาหารลดลง และมีการเผาผลาญไขมันในร่างกายเพิ่มขึ้น ถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องหันมาให้ความใส่ใจกับการเคี้ยวอาหารเพิ่มขึ้นเพื่อผลทางสุขภาพที่น่าอัศจรรย์นี้

เทคนิคการบริหารฟันหรือเพิ่มการเคี้ยวอาหารในเด็กและผู้สูงอายุ

1.เมื่อเด็กเริ่มฟันขึ้น ควรบริหารฟันโดยให้ขนมประเภทที่ออกแรงเคี้ยวให้เด็กถือหรือป้อนเอง แต่ขนมควรจะเป็นชนิดที่ละลายได้ในปาก

2.ลักษณะอาหารควรมีผักและเนื้อสัตว์ในทุกมื้ออาหาร อาจทำเป็นชิ้นเล็กๆ ขนาดพอคำ หรือปรุงพอสุก ไม่ต้องเปื่อยยุ่ยมาก หรือเริ่มจากเนื้อปลาและผลไม้สุกก่อนก็ได้

3.มื้อว่างควรเป็นสลัดผักสุก ผลไม้สด หรือธัญพืช เช่น ข้าวโพดต้ม ถั่วเขียวต้มน้ำตาล น้ำเต้าหู้ใส่ลูกเดือยถั่วแดง แทนขนมเค้ก ขนมหวาน น้ำหวาน น้ำผลไม้ ซึ่งนุ่มและไม่ค่อยได้เคี้ยว

4.ฝึกการรับประทานอาหารช้าๆ โดยไม่จำกัดเวลาในการรับประทานอาหารแต่ละมื้อ และเลือกสถานที่เหมาะสม ไม่ดูทีวี.ขณะรับประทานอาหาร เพราะจะทำให้มีสมาธิในการเคี้ยวอาหารน้อยลง

ที่มา: หนังสือพิมพ์โลกวันนี้

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *