โภชนาการ : อาหารบำบัดโรคไต

โภชนาการ : อาหารบำบัดโรคไต

ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังนานๆ มักปวดและทรมานจนอาจเกิดอาการเครียด นอกจากนี้ยังเกิดภาวะขาดอาหารได้ เพราะผู้ป่วยอาจมีอาการเบื่ออาหาร ทานอาหารได้น้อยลง หรือมีอาการบวม เนื่องจากอาการคั่งของของเสียในร่างกายมากขึ้น ดังนั้น ผู้ป่วยควรกำหนดปริมาณอาหารที่ร่างกายต้องการเพื่อรักษาและยืดอายุการทำงานของไตให้ยาวนานยิ่งขึ้น

ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังควรได้รับพลังงาน 35-40 กิโลแคลอรี่ต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม นอกจากนี้ ผู้ป่วยยังต้องการสารอาหารโปรตีนสูงกว่าคนธรรมดา คือประมาณ 1.2-1.3 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม ขณะที่คนทั่วไปควรได้รับโปรตีนวันละ 0.8-1.0 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม ซึ่งอาหารจำพวกโปรตีนที่แนะนำให้ผู้ป่วยทานควรเป็นโปรตีนจากเนื้อสัตว์ประมาณร้อยละ 60 เนื่องจากโปรตีนจากเนื้อสัตว์นั้นเป็นโปรตีนชนิดที่มีกรดอะมิโนครบถ้วนตามความต้องการของร่างกาย

เนื้อสัตว์ที่ผู้ป่วยควรทานต้องเป็นเนื้อสัตว์ไม่ติดมันเพื่อหลีกเลี่ยงไขมันที่มาจากสัตว์ ซึ่งเป็นกรดไขมันชนิดอิ่มตัวและมีโคเลสเตอรอลสูงด้วย เนื้อสัตว์ที่สุกแล้วประมาณ 2 ช้อนโต๊ะ ให้โปรตีนประมาณ 7 กรัม และให้พลังงาน 55 กิโลแคลอรี่ ทั้งนี้ผู้ป่วยควรทานเนื้อสัตว์วันละประมาณ 9 ช้อนโต๊ะต่อวัน ถ้าผู้ป่วยต้องการดื่มนมแทนเนื้อสัตว์ก็ได้ แต่ควรดื่มนมชนิดพร่องมันเนย ที่มีไขมันต่ำแทนนมสดพร่องมันเนย 1 แก้ว หรือ 240 มิลลิกรัม จะได้โปรตีน 8 กรัม และพลังงาน 120 กิโลแคลอรี่

ในส่วนของน้ำยาที่ผู้ป่วยล้างไตด้วยวิธีฟอกเลือดใช้ จะมีส่วนผสมของน้ำตาลซึ่งเป็นสารอาหารคาร์โปไฮเดรตเชิงเดี่ยว ที่จะให้พลังงานแก่ผู้ป่วยได้เช่นกัน ฉะนั้นคาร์โบไฮเดรตที่ได้รับจากอาหาร ควรเป็นคาร์โบไฮเดรตชนิดเชิงซ้อน เช่น ข้าวซึ่งควรเป็นชนิดซ้อมมือ รวมไปถึงผลิตภัณฑ์จากแป้งและผัก ซึ่งจะมีใยอาหารมากพอที่จะช่วยควบคุมระดับน้ำตาล และไตรกลีเซอไรด์ในเลือดไม่ให้สูงมาก รวมทั้งลดการทานอาหารที่มีน้ำตาลเป็นองค์ประกอบให้น้อยลง รวมทั้งงดดื่มเครื่องที่มีแอลกอฮอล์

นอกจากนี้ ผู้ป่วยอาจมีภาวะไขมันในเลือดสูงได้คือ มีโคเลสเตอรอลและไตรกลีเซอไรด์สูง ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงของโรคหัวใจ ฉะนั้นนักโภชนาการ จะแนะนำให้ใช้น้ำมันมันจากพืชในการปรุงอาหาร เช่น น้ำมันรำข้าว,น้ำมันถั่วเหลือง, น้ำมันข้าวโพด ฯลฯ ซึ่งจะช่วยลดโคเลสเตอรอลและไตรกลีเซอไรด์ในเลือดได้มีผู้ป่วยหลายคนนิยมทานน้ำมันปลาในทะเลซึ่งมีกรดไขมันโอเมก้า 3 ซึ่งเป็นกรดไขมันที่จำเป็นสำหรับร่างกายในปริมาณมากพอสมควร กรดไขมันในปลาจะช่วยลดไตรกลีเซอไรด์ รวมทั้งลดการอักเสบของไต และยังพบว่าน้ำมันปลายังลดปริมาณของ Albumin ที่แพทย์มักเรียกให้ผู้ป่วยเข้าใจง่ายๆ ว่าโปรตีนไข่ขาวที่จะรั่วซึมจากไตขับออกมากับปัสสาวะของผู้ป่วย จึงมีแนวโน้มที่จะชะลอการเกิดโรคไตวายเรื้อรังในระยะสุดท้ายลงได้ นอกจากนี้ อาหารของผู้ป่วยควรหลีกเลี่ยงการใช้น้ำปลาโดยอาจเติมซีอิ้วขาวเพียงเล็กน้อยแทนและไม่ควรเติมเครื่องปรุงรสใดๆ ที่โต๊ะอาหารเพิ่มอีก เพราะในอาหารปกติที่ทานอยู่ก็จะมีโซเดียมอยู่มากพอสมควรแล้วโดยเฉพาะอาหารทะเล นม ไข่ ที่สำคัญต้องหลีกเลี่ยงอาหารประเภทดองเค็ม ปลาเค็ม เนื้อ-หมูเค็ม และไข่เค็ม ฯลฯ

สารอาหารบางชนิดเป็นของต้องห้ามสำหรับผู้ป่วยโรคไต เช่น โพแทสเซียม ซึ่งพบว่าผู้ป่วยบางรายอาจจะมีภาวะโพแทสเซียมสูง ฉะนั้น ต้องมีการควบคุมการทานโพแทสเซียมให้น้อยลง ทานผลไม้บางชนิดที่มีโพแทสเซียมสูง เช่น กล้วย มะขามหวาน ฝรั่ง กระท้อน ให้น้อยลง

แคลเซียมเป็นสารอาหารอีกชนิดหนึ่งที่ผู้ป่วยจะขาดไม่ได้ ดังนั้น การดื่มนมสดพร่อมมันเนย หรือนมสดขาดมันเนย ก็จะช่วยเพิ่มแคลเซียมให้ผู้ป่วยได้เช่นกัน รวมไปถึงการทานปลาตัวเล็ก หรือปลาที่ทานได้ทั้งกระดูก ก็จะได้รับแคลเซียมเพิ่มมากขึ้นด้วย

นอกจากการทานยาตามที่แพทย์สั่งแล้ว อาหารก็มีส่วนช่วยบำบัดอาการของโรคไตได้ ที่สำคัญเมื่อคุณรู้ตัวเองดีว่ากำลังป่วย ก็ควรเลือกสรรอาหารที่ให้คุณประโยชน์แก่ร่างกายและไม่ขัดต่ออาการป่วยของโรคนั้นๆ ถ้าป่วยแล้วไม่ตามใจปาก แม้จะไม่หายขาดแต่ก็จะช่วยให้อาการทะเลาไปได้มากทีเดียว

ที่มา: หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ

You may also like...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *